Google ประกาศความสำเร็จ Safer with Google ท่องเว็บอย่างปลอดภัย ฝึกอบรมครูและนักเรียน 1.5 ล้านคน

 Google ประเทศไทย จัดงาน “Safer with Google”  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Google for Thailand ตอกย้ำการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานในทุกผลิตภัณฑ์ พร้อมมุ่งมั่นต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ  Be Internet Awesome ที่ได้ฝึกอบรมครูและนักเรียนไปแล้วถึง 1.5 ล้านคน ทั่วประเทศ  และเปิดตัว “Internet Awesome Parents”

ซึ่งเป็นชุดวิดีโอคำแนะนำสำหรับผู้ปกครองในด้านความปลอดภัยทางออนไลน์แบบต่างๆ ซึ่งงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของ Google ประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Leave no Thai Behind”  เดินหน้าในการช่วยลดช่องว่างดิจิทัลและช่วยให้คนไทยทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในโลกดิจิทัล  

 

ภายในงาน Google ได้กล่าวย้ำว่าบริษัทออกแบบทุกผลิตภัณฑ์และเครื่องมือต่างๆ โดยมุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย  และให้ผู้ใช้เป็นผู้ควบคุมการตั้งค่าต่างๆ ด้วยตนเอง โดย Google มีเครื่องมือที่สามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น การตรวจสอบความปลอดภัย (Security Checkup) ฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี

Google เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) ฟีเจอร์สำหรับจัดการรหัสผ่านซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยคุณสร้าง บันทึก และจัดการรหัสผ่านได้อย่างง่ายดายสำหรับทุกบัญชีของคุณบนโลกออนไลน์ ซึ่งช่วยให้บัญชีต่างๆ ปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงอีกหนึ่งฟีเจอร์การตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup) ที่สามารถช่วยตรวจสอบความเป็นส่วนตัวและผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่เหมาะกับตนเองได้เอง

 

นอกจากนี้ Google ยังได้เปิดตัว Internet Awesome Parentsซึ่งเป็นชุดวิดีโอ 6 ตอนที่อยู่ภายใต้หลักสูตร Be Internet Awesome ที่ Google ได้เปิดตัวไปเมื่อปี พ.ศ. 2562  โดยเนื้อหาของแต่ละตอนจะเป็นการแนะนำผู้ปกครองให้รู้เท่าทันต่อปัญหาด้านความปลอดภัยบนโลกออนไลน์แบบต่างๆ การเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคดิจิทัล และการพูดคุยกันในครอบครัวในส่วนของ Digital Wellbeing

เพื่อช่วยในการแบ่งเวลาสำหรับออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงการใช้เครื่องมือและแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้สมาชิกในครอบครัวท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและควบคุมไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ แอปพลิเคชัน Family Link ที่สามารถใช้งานได้ฟรีทั้งบน Android และ iOS และ YouTube Kids แอปพลิเคชันที่สร้างแยกขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ สำรวจสิ่งที่ตัวเองสนใจได้อย่างปลอดภัยและง่ายดายยิ่งขึ้น 

 

แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน คนไทยหลายล้านคนใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google เพื่อทำกิจกรรมที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น จึงถือเป็นความรับผิดชอบของเราในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของทุกคนในทุกผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างขึ้น ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ถูกออกแบบมาโดยมุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ควบคุมการตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้เรายังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้ความรู้และเสริมสร้างทักษะแก่เด็กไทยด้วยเครื่องมือต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาท่องโลกออนไลน์อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อต้นปีที่แล้ว เราได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ “Be Internet Awesome”

ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยสอนเด็กๆ เกี่ยวกับพื้นฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เพื่อให้พวกเขาออกไปท่องโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ไม่เพียงเท่านี้ หลักสูตร Be Internet Awsome ยังมีแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ปกครอง และเกม Interland สำหรับเด็กๆ อีกด้วย ถือเป็นความภูมิใจของเราอย่างยิ่งที่ปัจจุบันมีครูและนักเรียนที่ผ่านการอบรมหลักสูตร “Be Internet Awesome” ของเราไปแล้วถึง 1.5 ล้านคน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เราได้อัปเดตให้ครอบคลุมหัวข้อใหม่ๆ

สำหรับครูอาจารย์ด้วยเช่นกัน และวันนี้ เรายังได้เปิดตัวชุดวิดีโอใหม่เรียกว่า “Internet Awesome Parents” เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับวิธีพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับ Digital Wellbeing และเรื่องความปลอดภัยในโลกดิจิทัล และทำความเข้าใจเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยให้สมาชิกในครอบครัวท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย” 

ด้าน ตรีนุช เทียนทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “หลักสูตร Be Internet Awesome ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมากที่ทางกระทรวงฯ ได้ทำงานร่วมกับทาง Google ประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และร่วมมือกับมูลนิธิครูดีของแผ่นดิน เพื่อทำให้เด็กมีความเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยในโลกออนไลน์  ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่กระทรวงเองให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

โดยหลักสูตร “Be Internet Awesome” ได้ถูกออกแบบมาเป็น game-based จึงสามารถทำให้เด็กและเยาวชนมีความเข้าใจ เข้าถึงได้ง่าย และไม่น่าเบื่อ ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังช่วยให้เด็กนักเรียนตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ และอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา” 

ข่าวประชาสัมพันธ์