7 วันอันตรายปีใหม่ คดีเมาขับลดฮวบ 63% “สุรินทร์” ครองแชมป์ 415 คดี


7 วันอันตรายปีใหม่ คดีเมาขับลดฮวบ 63% "สุรินทร์" ครองแชมป์ 415 คดี

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
7 ม.ค. 2564 14:10 น.

บันทึก
SHARE

อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผย 7 วันอันตรายปีใหม่ 2564 คดีเมาแล้วขับลดลงกว่า 7,500 คดีจากปีก่อน พบกระทำผิดซ้ำ 203 ราย ส่งบำบัด 3 วัน “สุรินทร์” ครองแชมป์มากสุด 415 คดี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ม.ค.2564 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงข่าวสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ภายใต้ชื่อ “คุมประพฤติใส่ใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน เมาขับจับติด EM” โดยมีคณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ข่าวแนะนำ

อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ตลอด 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563 – 4 มกราคม 2564 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 117 แห่ง มีจำนวนทั้งสิ้น 4,648 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถในขณะเมาสุราจำนวน 4,435 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.42 คดีขับเสพ จำนวน 193 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.15 คดีขับรถประมาท จำนวน 20 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.43

จังหวัดที่มีคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 415 คดี 2.จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 365 คดี และ 3.จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 349 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่ระบบงานคุมประพฤติ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรามีจำนวนลดลงถึง 7,562 คดี คิดเป็นร้อยละ 63

อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดย้อนหลัง 3 ปี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำในคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 203 ราย และมีผู้กระทำผิดซ้ำในฐานความผิดเดียวกันจากช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 จำนวน 18 ราย นอกจากนี้ยังตรวจพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำในคดีขับเสพอีกจำนวน 9 ราย  สำหรับการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ในช่วง 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด มีจำนวนทั้งสิ้น 58 ราย โดยส่วนใหญ่ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่อยู่อาศัยในช่วงเวลา 23.00-04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งที่ผ่านมากรมคุมประพฤติได้ดำเนินการติดอุปกรณ์ EM แล้วจำนวนทั้งสิ้น 10,470 ราย  โดยเป็นคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 จำนวน 113 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2563)

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการคุมความประพฤติ นอกจากการปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติ ได้แก่ รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม การพักใช้ใบอนุญาตขับรถ การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย วินัยจราจร หรือห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้ว ในส่วนของการแก้ไขฟื้นฟู กรมคุมประพฤติได้ดำเนินการคัดกรองด้วยแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว หากพบว่า มีผู้กระทำผิดที่มีพฤติกรรมการติดสุราระดับสูงจะส่งเข้ารับการบำบัดการติดสุรากับสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นระยะเวลา 4 เดือน นอกจากนี้ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำจะดำเนินการเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง ร่วมกับการทำงานบริการสังคม อาทิ การดูแลเหยื่ออุบัติเหตุ การช่วยเหลืองานในโรงพยาบาล และการให้ความรู้สร้างจิตสำนึก เช่น การเยี่ยมชมห้องดับจิตและตึกอุบัติเหตุ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการขับรถขณะเมาสุรา

ทั้งนี้ในช่วงตลอด 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาล รวมจำนวน 142 ครั้ง โดยให้บริการประชาชนที่จุดบริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคมโดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ผ้าเย็น เครื่องดื่ม กาแฟ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย แจกแอลกอฮอล์เจล หน้ากากอนามัย อำนวยความสะดวกจราจร ให้คำแนะนำในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แก่ประชาชนที่เดินทาง ตรวจเยี่ยมด่าน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ณ ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น รวมทั้งสิ้น จำนวน 300 จุด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ผู้ถูกคุมความประพฤติ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จำนวนทั้งสิ้น 2,461 ราย.

อ่านเพิ่มเติม…