20 เมนูขนมหวาน ของหวานน่ากิน พร้อมสูตรทำขายก็ได้ ทำกินเองก็ดี


20 เมนูขนมหวาน ของหวานน่ากิน พร้อมสูตรทำขายก็ได้ ทำกินเองก็ดี

ไลฟ์สไตล์อาหาร

ไทยรัฐออนไลน์
18 ธ.ค. 2563 13:54 น.

บันทึก
SHARE

ไม่ว่าจะมื้อไหนๆ สิ่งที่คนไทยขาดไม่ได้เลยก็คือ “ขนมหวาน” ของว่างน่ากินรสชาติกลมกล่อมถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ใช้วัตถุดิบที่หาซื้อได้ในท้องถิ่นมาทำเป็นเมนูขนมหวานสุดอร่อย ไทยรัฐออนไลน์จัดเต็มด้วยการแนะนำ 20 สูตรเมนูขนมหวานยอดฮิตที่ได้รับความนิยม เหมาะสำหรับทำกินเองและนำไปทำขายหารายได้เพิ่ม!

เคล็ดลับวิธีทำขนมหวานขาย

หากคิดจะทำขนมหวานขาย อันดับแรกต้องสำรวจตลาดก่อนว่าในย่านนั้นมีขนมอะไรขายอยู่แล้วบ้าง เพื่อเฟ้นหาเมนูที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ใส่ใจเรื่องการใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ ขั้นตอนการทำต้องสะอาดถูกหลักอนามัย หรือจะลองใช้ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ก็ได้ เช่น ตั้งชื่อเมนูให้น่าสนใจ เพิ่มรสชาติแปลกๆ ปรับเปลี่ยนภาชนะรูปแบบบรรจุ ปล่อยโปรโมชั่นลดราคา ฯลฯ เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและดึงดูดใจกลุ่มผู้บริโภค

20 สูตรเมนูขนมหวาน รวมของหวานที่ขายดี 

ขนมหวานแต่ละชนิดมีวิธีทำและสูตรเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป การใส่ใจเรื่องวัตถุดิบและส่วนผสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้แต่ละเมนูมีรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น 

1. ข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วนผสม

– ข้าวเหนียว 350 กรัม
– กะทิ 1 กระป๋อง
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– เกลือ 1 ช้อนชา
– แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
– ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำ

ขนมหวานคลาสสิกที่กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของไทย ต้องเริ่มจากการนึ่งข้าวเหนียวให้สุก ใส่กะทิในหม้อแล้วตั้งบนไฟอ่อนๆ เติมน้ำตาลและเกลือ เคี่ยวจนละลายเพื่อไม่ให้กะทิเป็นก้อน ใส่ใบเตยลงไป รอจนเดือด หลังจากนั้นเทน้ำกะทิใส่ข้าวเหนียว ปิดฝาทิ้งไว้ราว 15-30 นาที ระหว่างรอให้ทำน้ำกะทิสำหรับราดหน้ามะม่วงไว้พลางๆ เพียงนำน้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ และแป้งไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ ปอกมะม่วงสุกใส่จาน นำข้าวเหนียวแช่น้ำกะทิวางขนาบ และตักน้ำกะทิที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จราดหน้า พร้อมโรยงาหรือถั่วเหลืองอบแห้งปิดท้าย

2. ขนมชั้นดอกกุหลาบ

ส่วนผสม

– แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย
– แป้งท้าวยายม่อม ½ ถ้วย
– แป้งข้าวเจ้า ½ ถ้วย
– น้ำกะทิ 4 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
– สีผสมอาหาร/สีจากธรรมชาติ

วิธีทำ

นำแป้งท้าวยายม่อม ผสมกับแป้งมันและแป้งข้าวเจ้า ใส่น้ำตาลและน้ำกะทิลงไป นวดให้เข้ากัน หลังจากนั้นเติมกลิ่นและเติมสีผสมอาหารที่ต้องการลงไป (ใช้สีจากธรรมชาติก็ได้ เช่น ใบเตย อัญชัน) อุปกรณ์ที่ต้องมีคือพิมพ์ถาดนึ่งขนมชั้น นำมาทาน้ำมันพืชให้ทั่วเพราะจะช่วยให้แกะขนมชั้นออกจากพิมพ์ถาดได้ง่ายขึ้น เทแป้งผสมสีที่เตรียมไว้ลงในถาดพิมพ์ ปิดฝานึ่งราว 5 นาที เมื่อสุกก็เทแป้งสีอื่นๆ ลงไป ทำสลับกันแบบนี้เรื่อยๆ จนเสร็จ ก่อนจะนำแผ่นขนมมาม้วนและพับตลบเป็นทบๆ ให้เป็นดอกกุหลาบ


3. เต้าส่วน

ส่วนผสม

– ถั่วเขียวเลาะเปลือก
– น้ำเปล่า 3 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
– แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำเปล่าสำหรับผสมแป้ง 1 ถ้วย
– หัวกะทิ 1 ถ้วย
– เกลือป่น ½ ช้อนชา
– ใบเตย

วิธีทำ

ล้างถั่วเขียวหลายๆ รอบจนน้ำล้างใส แช่น้ำไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำมานึ่งบนผ้าขาวบาง เปิดไฟระดับปานกลาง นึ่งทิ้งไว้ 30 นาที หลังจากนั้นนำใบเตยมัดปมต้มในน้ำเดือดเพิ่มความหอม เติมน้ำตาลทรายลงไป คนจนละลายแล้วค่อยตักใบเตยทิ้ง แต่ปล่อยให้น้ำเชื่อมเดือดต่อไป นำแป้งทั้งสองชนิดมาผสมและคนละลายกับน้ำเปล่า ก่อนจะเทแป้งลงในน้ำเชื่อม คนไปเรื่อยๆ จนกว่าแป้งจะเหนียวใส แล้วจึงนำถั่วเขียวที่นึ่งไว้ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ตักใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิได้เลย

4. กระท้อนลอยแก้ว

ส่วนผสม

– กระท้อน 3-4 ลูก
– น้ำตาล 250 กรัม
– เกลือ 5 ช้อนชา
– น้ำเปล่า (ใช้น้ำลอยดอกมะลิก็ได้)

วิธีทำ

เริ่มจากปอกเปลือกกระท้อน คว้านเมล็ดออก ฝานหรือหั่นให้เป็นแผ่นเล็กๆ นำไปแช่น้ำเกลือเพื่อไม่ให้เนื้อกระท้อนดำ หลังจากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งบนไฟ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย ต้มจนน้ำเดือด นำเนื้อกระท้อนใส่ลงไป แล้วปิดไฟ (หากต้มนานเกินไป เนื้อกระท้อนจะเปื่อย) แช่ทิ้งไว้สักพักให้น้ำเข้าเนื้อกระท้อน แล้วจึงตักใส่ถ้วย เติมน้ำแข็งลงไปหรือจะนำไปแช่เย็นก็ได้ เป็นเมนูขนมหวานที่เหมาะสำหรับกินในวันที่อากาศร้อนๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น

5. ฟักทองแกงบวด

ส่วนผสม

– เนื้อฟักทองแก่
– น้ำปูนใส 3 ถ้วย
– น้ำกะทิ 2 ถ้วย
– ใบเตย 2 ใบ
– น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
– เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เคี่ยวน้ำกะทิบนไฟความร้อนระดับปานกลาง มัดใบเตยและใส่ลงในหม้อเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เติมน้ำตาลทรายและเกลือ นำฟักทองหั่นขนาดพอดีไปแช่ในน้ำปูนใสเพื่อให้เนื้อไม่เละ หลังจากนั้นใส่ลงในหม้อ ต้มต่อจนสุกแล้วจึงตักใส่ถ้วยพร้อมยกเสิร์ฟ

6. บัวลอยไข่หวาน

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
– หัวกะทิ 5 ถ้วย
– น้ำตาลปึก 1 ถ้วย
– เกลือป่น 1 ช้อนชา
– ไข่ไก่

วิธีทำ

นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำเปล่าจนเนื้อแป้งนิ่มและจับตัวเป็นก้อน ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเล็ก นำไปต้มจนสุก แป้งจะลอยตัวขึ้นมา ตักขึ้นมาวางพักไว้สักครู่ หลังจากนั้นนำหัวกะทิใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน เคี่ยวพร้อมกับน้ำเปล่าและน้ำตาลปึก เติมเกลือเล็กน้อย เมื่อน้ำกะทิเดือด ให้ตอกไข่ไก่ลงหมอ รอจนไข่ไก่สุกจึงปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟ


7. ข้าวเหนียวแก้วอัญชัน

ส่วนผสม

– ข้าวเหนียว 300 กรัม
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
– น้ำกะทิ 2 ถ้วยตวง
– เกลือ 2 ช้อนชา
– มะนาว
– น้ำดอกอัญชัน
– งาขาว

วิธีทำ

ตั้งหม้อเปิดไฟปานกลาง ใส่น้ำกะทิลงไป ใส่น้ำตาลทราย ใส่เกลือ เคี่ยวให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย หลังจากนั้นเติมน้ำอัญชันลงไป เคี่ยวต่อจนเข้มข้น (หากต้องการให้น้ำอัญชันสีม่วงสวย แนะนำให้บีบน้ำมะนาวผสมเล็กน้อย) ยกน้ำกะทิราดลงบนข้าวเหนียวที่นึ่งจนสุกแล้ว ให้น้ำกะทิซึมข้าวเหนียวจนเป็นสีม่วง ทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดสี่เหลี่ยม โรยงาขาวเพิ่มความหอม

8. ขนมโค

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
– น้ำตาลแว่น
– มะพร้าวขูด
– เผือกนึ่ง
– เกลือ
– สีผสมอาหาร (ใช้สีจากธรรมชาติก็ได้)

วิธีทำ

ขนมโคเป็นเมนูขนมหวานที่ชาวปักษ์ใต้นิยมกิน มีลักษณะคล้ายบัวลอย แต่ไม่ได้อยู่ในน้ำกะทิ เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการผสมสีต่างๆ กับแป้งข้าวเหนียว นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นให้เป็นทรงกลมก่อนจะกดเนื้อแป้งให้เป็นแผ่นบาง นำน้ำตาลแว่นขนาดลูกเต๋าวางบนแผ่นแป้ง ห่อให้มิดและคลึงให้เป็นรูปทรงกลม (หากห่อไม่มิดเมื่อน้ำไปต้มไส้จะทะลักออกมา) หลังจากนั้นนำไปต้มในน้ำจนเดือด ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ คลุกกับเนื้อมะพร้าวขูดที่คลุกเกลือไว้แล้ว เพียงเท่านั้นก็กินอย่างเอร็ดอร่อยได้เลย

9. กล้วยบวชชี

ส่วนผสม

– กล้วยน้ำว้า 1 หวี (เลือกที่สุกจนห่าม)
– กะทิ 2 ถ้วยตวง (หัวกะทิ, หางกะทิ)
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– เกลือ 2 ช้อนชา

วิธีทำ

เริ่มจากหั่นกล้วยตามแนวยาว นำไปต้มในน้ำเดือดแล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็น ตั้งหม้อใหม่ใส่หางกะทิ ใส่น้ำตาล เคี่ยวจนละลาย ใส่เกลือ นำกล้วยที่ต้มไว้ใส่ลงไป คนไปเรื่อยๆ เมื่อเดือดให้ใส่หัวกะทิ ต้มต่ออีกสักพักแล้วจึงปิดไป ตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย


10. ลูกเดือยเปียกทรงเครื่อง

ส่วนผสม

– ลูกเดือยแห้ง 
– น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
– แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำเปล่า 1 ถ้วย
– ใบเตย
– เกลือ

วิธีทำ

หากอยากให้ลูกเดือยนิ่มควรแช่ค้างคืน ก่อนจะนำลูกเดือยมาต้มกับน้ำตาล ใส่เกลือ ใส่ใบเตยลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม หลังจากนั้นใส่แป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากัน ต้มต่อจนเหนียวข้น สำหรับน้ำกะทิ สามารถทำได้โดยการนำกะทิและน้ำตาลมาต้ม อาจจะใส่ธัญพืชหรือเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้หวานมันก็ได้ 

11. วุ้นกะทิใบเตย

ส่วนผสม

– น้ำกะทิ 200 มิลลิลิตร
– น้ำตาลทราย 100 กรัม
– ผงวุ้น 5 กรัม
– น้ำเปล่า
– เกลือ
– ใบเตยหั่น

วิธีทำ

เริ่มจากทำวุ้นใบเตยก่อน ให้นำใบเตยกับน้ำเปล่ามาปั่นจนละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อให้น้ำใบเตยเข้มข้น นำมาใส่หม้อตั้งไฟแรง ใส่ผงวุ้นก่อนและน้ำตาล คนไปเรื่อยๆ จนกว่าผงวุ้นจะละลายและเทใส่แม่พิมพ์ หลังจากนั้นเปลี่ยนไปทำวุ้นกะทิ โดยนำกะทิและน้ำเปล่าไปเคี่ยว ใส่ผงวุ้น เคี่ยวจนผงวุ้นละลายเช่นเดิม เติมเกลือและน้ำตาล คนต่อจนละลาย และนำไปเทใส่วุ้นใบเตยที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ หากต้องการให้วุ้นสวยงาม ควรหมั่นช้อนฟองออกจากหน้ากะทิ

12. ลูกชุบ

ส่วนผสม

– ถั่วเขียวนึ่ง 500 กรัม
– หัวกะทิ 1 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 300 กรัม
– สีผสมอาหาร
– วุ้น

วิธีทำ

ปั่นถั่วเขียว น้ำตาล และกะทิ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและนำไปเคี่ยวให้เหนียวจนสามารถปั้นเป็นรูปทรงที่ต้องการได้ หลังจากนั้นให้เตรียมสีผสมอาหารแยกไว้เป็นสีๆ ทาด้วยพู่กันลงบนลูกชุบ รอจนลูกชุบแห้ง ให้นำวุ้นเหลวที่เคี่ยวเสร็จแล้วทาลงบนลูกชุบเพื่อเคลือบให้เป็นเงาสวยงาม สามารถเคลือบซ้ำ 2 รอบได้


13. ลูกตาลลอยแก้ว

ส่วนผสม

– ลูกตาล 1 กิโลกรัม
– น้ำเปล่า 7 ถ้วยตวง
– น้ำตาลทราย 500 กรัม

วิธีทำ

ล้างลูกตาลให้สะอาด ปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นแนวขวาง แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ใส่ใบเตยเพิ่มความหอม คนจนละลาย รอให้น้ำเชื่อมเดือด หลังจากนั้นตักใส่ถ้วยยกเสิร์ฟ

14. สาคูแคนตาลูปนมสด

ส่วนผสม
– แคนตาลูป ½ ลูก
– สาคู 1 ถ้วย
– นมสด 1 ถ้วย
– เกลือป่น ½ ช้อนชา
– น้ำตาล 8 ช้อนโต๊ะ
– นมข้นจืด ½ ถ้วย

วิธีทำ

คว้านเนื้อแคนตาลูปให้เป็นลูกกลมๆ แช่พักไว้ในตู้เย็น นำส่วนผสมที่เหลือ (ยกเว้นสาคู) ทั้งหมดลงไปในหม้อ ตั้งไฟคนให้ละลาย พักให้เย็นแล้วนำไปแช่ตู้เย็น หลังจากนั้นนำสาคูมาต้มในน้ำเดือด คนจนสุกดี นำไปล้างผ่านน้ำให้เมือกออกหมด ตักสาคูใส่ถ้วยพร้อมราดนมสด ใส่แคนตาลูปแช่เย็นลงไปก็พร้อมกินได้เลย

15. ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ส่วนผสม

– ถั่วเขียว 3 ถ้วย
– น้ำเปล่า 2 ลิตร
– น้ำตาล 8 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เมนูขนมหวานที่ทำกินได้ง่ายๆ ทำขายก็ได้กำไรดี ให้นำถั่วเขียวมาล้างและทิ้งให้สะเด็ดน้ำ ก่อนจะนำถั่วเขียวไปต้มด้วยไฟระดับปานกลางราว 30 นาที ต้มจนถั่วเขียวสุก แล้วเติมน้ำตาลลงไป คนจนน้ำตาลละลาย หากใครชอบรสหวานก็สามารถเพิ่มปริมาณน้ำตาลได้

16. ขนมเบื้อง

ส่วนผสม

– แป้งสาลี 100 กรัม
– แป้งถั่วเขียว 200 กรัม
– แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม
– ไข่เป็ด 5 ฟอง
– น้ำตาลปี๊บ 600 กรัม
– ครีมออฟทาทาร์ ½ ช้อนชา
– ไส้หวาน
– ฝอยทอง

วิธีทำ

เริ่มต้นด้วยการทำแป้งขนม ให้นำแป้งทั้งสามชนิดมาร่อนรวมกัน ใส่น้ำปูนใส ไข่แดง น้ำตาลปี๊บ แล้วนวดทั้งหมดเข้าด้วยกัน ส่วนน้ำตาลทาหน้าขนม ให้นำน้ำตาลปี๊บผสมกับไข่ขาวและคนจนละลาย และลำดับสุดท้ายทำครีมขนมเบื้อง ให้นำไข่ขาวผสมน้ำตาลทรายและออฟทาทาร์ ตีให้ฟู แล้วก็เริ่มทำขนมเบื้องได้เลย ตั้งกระทะแบน ใส่แป้ง ใช้น้ำตาลทาทับ แล้ววางครีมลงไปบนแป้ง เพิ่มไส้ต่างๆ ได้ตามชอบ เช่น ฝอยทอง มะพร้าว ไส้ครีมหวาน เป็นต้น


17. ทับทิมกรอบ

ส่วนผสม
– แห้วปอกเปลือกต้มสุก 300 กรัม
– น้ำสะอาด 200 มิลลิลิตร
– น้ำตาลทราย 200 กรัม
– แป้งมันสำปะหลัง 150 กรัม
– หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
– เกลือ ½ ช้อนชา
– สีแดงผสมอาหาร ½ ช้อนชา
– ใบเตยมัดเป็นก้อน

วิธีทำ

หั่นแห้วเป็นชิ้นขนาดลูกเต๋า นำไปแช่น้ำเปล่าที่ผสมสีผสมอาหารประมาณ 15 นาที รอจนแห้วเปลี่ยนสี แล้วนำแห้วไปซับน้ำให้หมาด ก่อนจะคลุกกับแป้งมันให้ทั่ว ต้มในน้ำให้เดือด ร่อนแห้วในตะแกรงให้เศษแป้งออก แล้วจึงนำแห้วไปต้มในน้ำเดือด ตักแห้วที่สุกจนลอยขึ้นไปแช่น้ำเย็นจัด เปลี่ยนมาทำน้ำกะทิด้วยการตั้งหม้อเปิดไฟระดับปานกลาง ใส่หัวกะทิและใบเตย รอจนหัวกะทิร้อนจึงใส่น้ำตาลทรายและเกลือ คนให้เข้ากัน ขั้นตอนสุดท้ายให้ตักแห้วใส่ชามพร้อมราดน้ำกะทิ เพิ่มน้ำแข็งนิดหน่อย แค่นี้ก็จะได้เมนูทับทิมกรอบสุดอร่อย

18. ขนมถ้วย

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
– แป้งท้าวยายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ
– กะทิ 500 มิลลิลิตร
– น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
– น้ำใบเตย ½ ถ้วย
– แป้งถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
– เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำ

นำแป้งทั้งสามชนิดมาผสมให้เข้ากัน เทน้ำใบเตย น้ำตาลปี๊บ และกะทิลงไป คนทุกอย่างให้ละลายเข้ากัน หลังจากนั้นให้นำกะทิที่เหลือไปผสมกับเกลือเพื่อทำหน้าขนม ใส่แป้งข้าวเจ้าเพิ่มอีก 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยแบบไม่ต้องให้เต็มถ้วย นำไปปิดฝาและนึ่งราว 7 นาที เปิดฝาและหยอดหน้าขนมลงไป ปิดฝานึ่งต่ออีกราว 5 นาที นำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นก็จะได้ขนมถ้วยกลิ่นหอมๆ


19. ลอดช่องน้ำกะทิ

ส่วนผสม

– แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
– แป้งมันสำปะหลัง ½ ถ้วย
– แป้งข้าวเจ้า ½ ถ้วย
– น้ำปูนใส 2 ถ้วย
– กะทิ 250 มิลลิลิตร
– น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
– ดอกเกลือ ½ ช้อนชา
– ผลไม้และธัญพืช (แตงไทย, ข้าวเหนียวดำ, ข้าวโพด, เผือก ฯลฯ)
– น้ำแข็ง

วิธีทำ

ตั้งไฟความร้อนระดับปานกลาง ใส่น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ และดอกเกลือ คนให้เข้ากัน เคี่ยวประมาณ 10 นาทีแล้วปิดเตา อบควันเทียนราว 30 นาที ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดให้เข้ากัน หลังจากนั้นปั่นใบเตยกับน้ำปูนใสและกรองน้ำใบเตยนำไปผสมกับแป้งที่ผสมไว้แล้ว ยกขึ้นตั้งบนไฟอีกครั้ง คนไปเรื่อยๆ จนเนื้อแป้งเหนียวและใส เทแป้งใส่พิมพ์ช่อง รองด้วยน้ำเย็นก่อนจะกดไล่แป้งลอดช่องให้แป้งไหลลงมาเป็นเส้น นำไปใส่ในน้ำแข็ง เติมธัญพืชต่างๆ ที่ต้องการได้เลย

20. ไอศกรีมกะทิมะพร้าว

ส่วนผสม

– กะทิกล่อง
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– ไข่ไก่ 1 ฟอง
– เกลือ 1/2 ช้อนชา
– เนื้อมะพร้าวขูดให้เป็นเส้น

วิธีทำ

ผสมกะทิและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน นำไปเคี่ยวจนเข้มข้นและหนืด หลังจากนั้นปรับไฟให้อ่อนลง เคี่ยวต่ออีกเล็กน้อยจนเดือด หลังจากนั้นเทใส่ภาชนะและนำไปแช่แข็งทิ้งไว้ 1 คืน หรือเพียงแค่แช่จนสังเกตเห็นว่าน้ำกะทิเริ่มเป็นเกล็ดน้ำแข็งก็สามารถนำมาปั่นเพื่อทำเนื้อไอศกรีม หลังจากแช่แข็งอีกรอบแล้วนำออกมาปั่นใหม่พร้อมใส่เนื้อมะพร้าวขูด ปั่นต่ออีกเล็กน้อย (ต้องปั่นละเอียด) นำไปแช่แข็ง เตรียมรอกินไอศกรีมกะทิมะพร้าวได้เลย


หวังว่าทั้ง 20 เมนูขนมหวานอร่อยๆ พร้อมสูตรและวิธีทำเหล่านี้จะสามารถนำไปฝึกทำได้จริงและกลายเป็นขนมหวานที่ขายดี ถูกใจคนกินทุกคน!

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • 30 ขนมไทย สวยงามน่ารับประทานราวออกจากครัวท้าวทองกีบม้า

อ่านเพิ่มเติม…