“2 ป.” แจง “รังสิมันต์” ปมแต่งตั้งตำรวจ ท้า ถ้ามีหลักฐานรับประโยชน์ก็หามา


“2 ป.” แจง “รังสิมันต์” ปมแต่งตั้งตำรวจ ท้า ถ้ามีหลักฐานรับประโยชน์ก็หามา

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์

19 ก.พ. 2564 13:52 น.

บันทึก
SHARE

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่” ลุกแจง “รังสิมันต์” หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจปมแต่งตั้งตำรวจ ท้า ถ้ามีหลักฐานรับผลประโยชน์ก็หามา ลั่น ทุกอย่างทำตามกฎหมาย

เมื่อเวลาประมาณ 12.10 น. วันที่ 19 ก.พ. 2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่า ขอบคุณข้อมูลการอภิปรายของสมาชิก แต่ในห้วงที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ทำตามระเบียบตำรวจ ของ ก.ตร. และกฎหมาย ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนใครที่ไม่ได้อะไรอย่างไร เป็นรายละเอียดของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะพิจารณาว่าใครมีความสามารถอย่างไร “เราทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทำตามระเบียบ ทำตามกฎข้อบังคับของ ก.ตร. แล้วตามที่ ครม. มอบหมายให้”

ข่าวแนะนำ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แจงว่า การทำงานใดก็ตามต้องรู้ขั้นตอน กฎหมาย วิธีการ หลักและแนวปฏิบัติ ในเรื่องหนังสือสนับสนุนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรที่เสนอสนับสนุนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นเพียงหนังสือสนับสนุนการพิจารณาขอแต่งตั้งซึ่งจะมาจากหน่วยใดก็ได้ อยู่ในดุลพินิจผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งที่มีหลักเกณฑ์ยกเว้นหลักเกณฑ์การตั้งแต่ง เป็นการเสนอโดย ตร. ผ่านผู้บัญชาการตามลำดับชั้นขึ้นมา ต้องพิจารณาความรู้ความสามารถ ความประพฤติ ประสบการณ์รับราชการประกอบด้วย รวมทั้งมีเหตุผลสมควรและความจำเป็นที่จะต้องแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่ง ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถพิเศษเฉพาะทาง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชาที่มีความเจาะจง จะทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้ โดยการแต่งตั้งที่ผ่านมาก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2517 ทุกประการ และกฎของ ก.ตร. ที่ให้อำนาจไว้

รังสิมันต์ โรม
รังสิมันต์ โรม

ส่วนเรื่องการกล่าวหาว่าตำรวจที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งตามกฎหมายตำรวจ เราก็ให้โอกาสร้องเรียนร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปได้ หรือก.ตร. รวมถึงศาลปกครอง และกระบวนการยุติธรรมทางอื่นด้วยได้ โดยมีการดำเนินการมาตลอด ทุกครั้งที่มีการประชุม ก.ตร. เสนอรายชื่อผู้ร้องเรียนเข้ามาในคณะอนุกรรมการ ก.ตร. ในเรื่องของอุทธรณ์ เราให้ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นตำรวจส่วนใหญ่พอใจการทำงานในช่วงที่ผ่านมาของตน และ พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่ว่าใช้อำนาจแล้วไม่ให้โอกาสเขาร้องเรียนชี้แจง แต่เป็นเรื่องของอนุกรรมการพิจารณา ยืนยันว่าสั่งเองไม่ได้ทั้งหมด ทุกอย่างเป็นไปตามมติ

หลักเกณฑ์การแต่งตั้งก็มีทั้งหมด 3 ระดับ 1. ยศชั้นนายพล ผู้บังคับการและพลตำรวจตรีขึ้นไป 2. ยศต่ำกว่านายพล ระดับรองผู้บัญชาการหรือผู้กำกับ พันตำรวจเอกพิเศษและพันตำรวจเอก 3. ยศระดับรองผู้กำกับ พันตำรวจโทลงมา ตนจะเข้าไปเกี่ยวข้องเฉพาะการแต่งตั้งตำรวจชั้นนายพล ซึ่งมีกรรมการหลายคน บุคคลใน ตร. บุคคลภายนอก ที่ปรึกษา รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ จากการประชุมที่ผ่านมาเห็นข้อเสนอดีๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นชอบทุกครั้ง แต่ทั้งหมดก็ต้องออกมาด้วยมติความเห็นชอบ ต้องมีการตรวจสอบคัดกรองอย่างดี วาระการแต่งตั้งประจำปีแต่งตั้งทดแทนตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ลาออก ปลดออก และเสียชีวิต ให้มีการแต่งตั้งใน 3 ระดับ ระดับผู้บัญชา ภายใน 31 ส.ค. และต้องกราบบังคมทูลให้มีผลพร้อมกันในวันที่ 1 ต.ค. ทุกปี ระดับสารวัตร รองผู้บัญชาการ ให้แล้วเสร็จใน 30 พ.ย. ของทุกปี ระดับรองสารวัตร ผู้บังคับหมู่ ให้เสร็จใน 31 ม.ค. ของทุกปี มองว่าอาวุโสอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาความเหมาะสมด้วย และยังมีการกระจายอำนาจลงไปหลายระดับก่อนเสนอขึ้นมา

“ส่วนที่บอกว่าใครไปเสียเงินเสียทอง ทั้งรองนายกฯ ทั้งผมก็เคยบอกแล้ว มาที่ผมเลยก็ได้ รองนายกฯ ก็ได้สมัยนั้น ก็ไม่เห็นมีใครเข้ามาร้องเรียน แต่มีการพูดจาภายนอก ผมก็เกรงว่าเดี๋ยวจะเป็นการหลอกเอาเงิน แอบอ้าง อะไรทำนองนี้ บอกมาเลยใครเสียเงิน ผมประกาศไปหลายทีแล้วหลายปีที่ผ่านมา จะบอกว่าใครมีใบเสร็จ การทุจริตมีด้วยกัน 2 ฝ่าย มีผู้รับและผู้ให้ ผู้เรียก-ผู้เสนอ แต่การจะอ้างว่าผมกับท่านรองนายกฯ ได้ประโยชน์ ผมอยากจะถามว่า ผมได้ประโยชน์จากที่ไหน มีหลักฐานหรือยัง จะบอกว่าใครจะหาหลักฐานได้ ถ้าอย่างนี้มันก็ลอยลมไปมาอยู่แบบนี้ มันทุกเรื่องอะนะ มันพูดได้หมด”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่าการดูแลองค์การขนาดใหญ่ไม่ง่าย ขณะเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการเข้าไปแสวงหาประโยชน์ เรื่องซื้อขายตำแหน่งมีหลายคนร้องเรียนเข้ามา แต่ไม่มีใครรับสารภาพว่าจ่ายเงินให้ใคร แล้วบอกว่าทั้งหมดมาส่งที่ตนและ พล.อ.ประวิตร ยืนยันไม่มี ด้วยความสุจริตใจ ไม่เคยรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ในเรื่องตำรวจมหาดเล็กรักษาพระองค์ เป็นการปรับย้ายปรับโอนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปปฏิบัติงานในหน่วยงานที่จัดตั้งมาเพื่อถวายงานใกล้ชิด เรื่องการดูแลถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ จำเป็นต้องมีการคัดเลือกคัดสรร สอบถามทัศนคติ ถ้าไม่ผ่านหรือไม่เหมาะสมก็ยังปฏิบัติหน้าที่เดิม ไม่ได้มีการลงโทษ ซึ่งก็มีความจำเป็น เพื่อความสง่างาม มีหลักเกณฑ์พิจารณาเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม เราพยายามทำทุกอย่างให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เรื่องกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบ เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ มีทั้งจากพลเรือน ประชาชนมากมาย ก็นำมาสู่การแก้ไขปัญหาทุกๆ เรื่อง การบริหารส่วนราชการขนาดใหญ่ทั้งเอาหลายๆ กฎหมาย หลักการ ทำความเข้าใจ สังเคราะห์ออกมา จะได้เข้าใจกัน จะเจอกันว่าจะแก้ตรงไหน เรื่อง พ.ร.บ.ตำรวจ ก็เข้าสภาฯ มาแล้วกำลังอยู่ในการพิจารณา ผมไม่อยากให้การพูดจาวันนี้มันเสียหาย หลายอย่างสังคมประชาชนก็ทราบดีว่าความมุ่งหมายหลายอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่ออะไร

“มีการพูดถึงว่า 3 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แบบนี้ผมว่ามันไม่ใช่แล้วมั้ง เพราะว่าคนที่ทำความผิดหลายๆ คดีเขาก็ไม่ได้ไปพูดแบบนี้ ไม่ว่าจะปล้นชิงวิ่งราวอะไรทำนองนี้ เขาก็ไม่ได้ประกาศว่าจะโดนจับ 3 เดือนข้างหน้า ผมยังไม่รู้ท่านจะโดนจับอะไรหรือเปล่า มันอยู่ที่การกระทำของท่าน แต่การที่ท่านพูดวันนี้มันมีจุดมุ่งหมายประสงค์อย่างอื่นหรือเปล่า ทุกคนพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด ทำอย่างไรไม่ให้กฎหมายเสียหาย ให้องค์กรเสียหาย เพราะเป็นองค์กรที่ดูแลประชาชน แน่นอน ต้องมีทั้งคนดีและคนไม่ดีเสมอ ทำอย่างไรเราจะเอาคนไม่ดีออกไปได้ให้มากที่สุด เรามีการลงโทษมีสถิติมากมายในแต่ละเดือน มีคนอีกหลายร้อยทำงานตรวจสอบคัดกรอง

ผมไม่อยากให้ทุกคนเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาปนกันไปปนกันมา เกรงว่าสังคมจะสับสน ขอให้มีความเชื่อมั่น เพราะผมให้แนวนโยบายไปแล้วคือ ไม่ว่าจะทหารหรือตำรวจเราต้องทำตัวให้เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส หลายอย่างพิสูจน์ทราบมาแล้ว ส่วนที่ยังไม่ดีก็แก้ไขกันไป คนดีหรือไม่ดี กฎหมายระเบียบจะแยกคนเหล่านี้ออกไปเอง”

ภาพโดย : วัชรชัย คล้ายพงษ์

อ่านเพิ่มเติม…