โฆษก บช.น. เผย อยู่ระหว่างออกหมายเรียก-หมายจับแกนนำชุมนุม 17-18 พ.ย.


โฆษก บช.น. เผย อยู่ระหว่างออกหมายเรียก-หมายจับแกนนำชุมนุม 17-18 พ.ย.

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
21 พ.ย. 2563 13:35 น.

บันทึก
SHARE

โฆษก บช.น. เผย กำหนด 5 เงื่อนไขผู้ชุมนุมต้องเคร่งครัด ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างออกหมายเรียกและหมายจับแกนนำและผู้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมวันที่ 17-18 พ.ย. ชี้หากเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 จะดำเนินคดีด้วย พร้อมแนะประชาชนเลี่ยงเส้นทางจราจรบริเวณรอบราชประสงค์จนกว่าจะชุมนุมเสร็จ หรือสอบถามได้ที่ 1197 ตลอด 24 ชม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พ.ย.63 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก บช.น. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงถึงการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองกรณีกลุ่มนักเรียนเลว นัดชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 13.00-22.00 น.

ข่าวแนะนำ

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ในวันนี้ตั้งแต่เวลา 11.00-21.30 น. ได้มีกลุ่มนักเรียนเลวยื่นต่อพนักงานผู้ดูแลการชุมนุมสาธารณะขอจัดชุมนุมสาธารณะบริเวณสี่แยกราชประสงค์ มาทางด้านถนนเกสร ฝั่งห้างบิ๊กซี โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการชุมนุม เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำของเด็กและสตรี เจ้าพนักงานผู้ดูแลการชุมนุมสาธารณะได้รับทราบและกำหนดเงื่อนไขในการชุมนุม ดังนี้ 1.ให้ผู้จัดการชุมนุมควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตามที่ได้แจ้งการชุมนุมไม่ให้เคลื่อนขบวนไปยังจุดอื่น 2.ห้ามใช้ป้ายข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ยุยง ปลุกระดมเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย 3.ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมหรือใช้เส้นทางอื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้ 4.ห้ามใช้เครื่องเสียงที่มีอัตราเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 ซึ่งระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบล และค่าเฉลี่ยตลอดการชุมนุมจะต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล 5.การชุมนุมต้องชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ กระทำโดยสุจริตไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 2 โซน โดยบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ จนถึงแยกเพลินจิตอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ส่วนถนนพระราม 1 ทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ พารากอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นพื้นที่รับผิดชอบของผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวเสริมเสริมว่า แม้จะมีการแจ้งการชุมนุมต่อตำรวจแล้ว ขอฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตำรวจได้แจ้งกลับไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเคร่งครัด เฉพาะอย่างยิ่งการห้ามเคลื่อนตัวไปจุดต่างๆ ที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ รวมถึงการใช้ป้ายข้อความในลักษณะดูหมิ่น หมิ่นประมาท สร้างความเกลียดชังแตกแยก และการใช้โซเชียลมีเดียสร้างข้อมูลบิดเบือนให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดและอาจจะเกิดความแตกแยกในสังคมได้

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า วันนี้แม้จะอยู่ในช่วงหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน แต่จุดที่ผู้ชุมนุมมาชุมนุมนั้นอยู่ในบริเวณที่มีห้างสรรพสินค้าและอยู่ใจกลางเมือง จึงอาจเกิดผลกระทบด้านการจราจร ทั้งนี้คาดการณ์ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.00 น. จะมีความไม่สะดวกด้านการจราจร แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางต้ังแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าเสร็จสิ้นการชุมนุม โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ คือ ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริ-แยกประตูน้ำ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่า-แยกราชประสงค์และถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกราชประสงค์-แยกชิดลมโดยแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนราชปรารภ ถนนเพชรบุรี ถนนพญาไท ถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนสารสิน ถนนสีลม ถนนสาทร ถนนวิทยุ ถนนสุขุมวิท ซอยต้นสน และ ถนนหลังสวน ทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้เตรียมความพร้อมวางแผนการเดินทาง โดย บช.น.ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจร คอยอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อถามว่ามีผู้เรียกร้องให้ตำรวจชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมาย พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า สื่อมวลชนเป็นประจักษ์พยานสังเกตการณ์อยู่แล้ว ก็ดูตามความเหมาะสม ซึ่งตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจยึดหลักกฎหมาย ทั่วไปแล้ว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ที่ผ่านมาก็ชี้แจงไปแล้วหลายเวที ต้องดูเป็นกรณีไป โดยเรายึดหลักรัฐศาสตร์และการเจรจาควบคู่กัน ขอให้ทุกคนได้เปรียบเทียบตำรวจไทยกับต่างประเทศในการเข้าควบคุมจัดการการชุมนุม ไม่ว่าระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือโรงพักท้องที่ก็มีขั้นตอนอยู่แล้ว

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึง การเตรียมดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่แยกเกียกกายว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ไปสำรวจความเสียหายของรถยนต์ในราชการตำรวจที่ถูกทำลายและแจ้งความต่อตำรวจท้องที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังสืบสวนและพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ตอนนี้รู้ตัวแล้ว กำลังจะออกหมายเรียก รวมถึงหมายจับ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการออกหมายจับผู้ชุมนุมวันที่ 17-18 พ.ย.ในข้อหาตาม ม.112 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า หากมีการกระทำผิดเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายข้อใด ก็จะเป็นความผิดตามกฎหมายข้อนั้น ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียก หากผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่จะหลบหนีไม่มามอบตัว มีพฤติกรรมร้ายแรงและมีอัตราโทษที่สามารถออกหมายจับได้ พนักงานสอบสวนก็จะขอหมายจับในแต่ละข้อหาที่เกิดขึ้น

ส่วนที่มีการแชร์ภาพข้อความระบุว่าจะมีการดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 112 กับแกนนำ 9 คน เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานหากพบว่าเข้าข่ายข้อหาดังกล่าว ก็ต้องดำเนินคดี ทั้งนี้ยืนยันว่า ม.112 ยังคงบังคับใช้ได้อยู่ เพราะเป็นสถาบันที่ทุกคนเคารพรัก ตำรวจคงไม่หนักใจ แต่ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ยึดหลักนิติรัฐ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ควบคู่กันไป อะไรที่จะลุกลามบานปลายเราจะถอย 1 ก้าว ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี แม้ไม่จำเป็นต้องเข้าจับกุมในที่เกิดเหตุทันที แต่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับภายหลังได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เน้นย้ำเสมอให้อดทนและยึดหลักกฎหมาย อะไรเกิดกับเราก็ต้องยอมรับ

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีการใช้เคมีฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่า อุปกรณ์ที่ใช้ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและยึดตามมาตรฐานสากล การผสมสารเคมีเป็นด้วยระบบเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำไปใส่ไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ ต้องผสมตามสัดส่วน เปรียบเทียบ เช่น แท็งก์สีปรินเตอร์ ยืนยันว่าทั้งตำรวจซึ่งเป็นต้นทางและนักข่าวรวมถึงผู้ชุมนุมที่เป็นปลายทางก็ได้รับอันตรายเท่าๆ กัน

เมื่อถามว่าทำไมถึงยืนยันได้ว่าชายชุดชมพูเป็นสมาชิกกลุ่มการ์ดคณะราษฎร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังสืบสวนเพราะภาพปรากฏเช่นนั้นว่าชายคนดังกล่าวอยู่ในกลุ่มการ์ดคณะราษฎร ยืนยันว่าไม่ได้ชี้นำ ขณะนี้รวบรวมเข้าสำนวนการสอบสวนแล้ว ยืนยันว่าเรามีการตรวจพิสูจน์และหลักฐานตามขั้น

สำหรับการชุมนุมวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ กำลังรวบรวมข้อมูลและรอการประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้ จากสถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบัน มีการแจ้งจัดการชุมนุมมากขึ้น ประเมินว่า หากการชุมนุมในประเทศจะสามารถยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศโดยตั้งจุดคัดกรอง จุดพิสูจน์บุคคล จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและทำความสะอาด เช่น ยุโรป หรือเกาหลีได้ จะเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญโดยแท้จริง อาจจะใช้สนามราชมังคลากีฬาสถานที่จุคนได้เยอะ หรือแม้แต่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ไม่ต้องมานั่งอยู่ที่แยกราชประสงค์ก็ได้.

อ่านเพิ่มเติม…