“แรมโบ้” ซัด “พิธา” ทำไมไม่ถามหาความรับผิดชอบ “ธนาธร” ทำ “อนาคตใหม่” ถูกยุบ


“แรมโบ้” ซัด "พิธา" ทำไมไม่ถามหาความรับผิดชอบ "ธนาธร" ทำ "อนาคตใหม่" ถูกยุบ

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
24 ธ.ค. 2563 13:35 น.

บันทึก
SHARE

“แรมโบ้” ซัด “พิธา” เปรียบ “อนาคตใหม่” บริหารคนส่วนน้อยยังมีคนลักลอบทำผิดก.ม. จนพรรคถูกยุบ ทำไมไม่ถามหาความรับผิดชอบกับ “ธนาธร” บ้าง ย้ำ “นายกฯ” บริหารประเทศใหญ่กว่าพรรคฯ มีคนฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องจัดการคนชั่วมาลงโทษให้ได้ 

24 ธ.ค.63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อคำพูดของนายกฯ ประโยคที่ว่า เพียงคนไม่กี่คนที่ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม จะสร้างปัญหาให้คนเป็นล้านๆ ได้ แสดงเห็นถึงทัศนคติที่โทษคนอื่นยกเว้นตนเองและรัฐบาล โดยนายสุภรณ์ฯยืนยันว่าหากนายพิธาได้ติดตามการทำงานของนายกฯก็จะเห็นถึงความจริงใจตั้งใจในการเข้ามาแก้ไขปัญหา และยืนยันว่านายกฯไม่เคยปัดความรับผิดชอบ ไม่เคยกล่าวโทษใคร เพราะคนที่ลักลอบเอาแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามาเป็นคนที่ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหวังประโยชน์ส่วนตัว และถือเป็นคนชั่วช้าที่สุด ต้องเร่งรัดเอาตัวมาดำเนินคดีให้ได้ อยากถามกลับนายพิธาว่า การที่นายกฯตั้งใจจริงใจและจะจัดการคนชั่วพวกนี้เป็นการโยนความผิดตรงไหน

ข่าวแนะนำ

นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า การที่นายกฯพูดในลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดถึงคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เพราะนายกฯและรัฐบาลจะต้องปกป้องคนส่วนใหญ่และประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ยังมองว่าไม่มีนายกฯหรือรัฐบาล แม้แต่ประชาชนในประเทศอยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ไม่อยากให้คนเห็นแก่ตัวคนชั่วช้ากระทำผิดกฎหมายลักลอบพาแรงงานต่างชาติเข้ามาอย่างแน่นอน และนายกฯยังย้ำเสมอว่าจะต้องลงโทษกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายในการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงาน นอกจากนี้นายกฯยังแสดงความเป็นห่วง โดยจะได้หามาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย

สำหรับการยังคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นนายสุภรณ์ระบุว่า นายพิธา ก็เห็นแล้วว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นที่ผ่านมายังสามารถแก้ไขปัญหาได้ จนผลการแพร่เชื้อนิ่งมาในระยะหลายเดือนจนเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มขยายตัว นายพิธาก็รู้แก่ใจและทราบดี

“นายพิธา ไม่ต้องไปปกป้องผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองได้รับผลกระทบ รวมถึงไม่ต้องห่วงว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุมเลย แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ควรหันมาเป็นห่วงประชาชนในประเทศจะดีกว่า และที่นายพิธาบอกให้นายกฯปรับทัศนคตินั้น ตนเองมองว่าคนที่ควรปรับทัศนคติน่าจะเป็นนายพิธามากกว่า ที่ควรเปิดใจให้กว้าง เห็นประโยชน์ของประชาชนและประเทศมากกว่าตัวเอง เพราะนายพิธาคือผู้แทนของประชาชน ก็ต้องดูแลประชาชน และหัดยอมรับในการทำงานของคนอื่นบ้างก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเองและประเทศชาติ ไม่ใช่เห็นว่าใครทำดี ทำถูกต้องก็จะตำหนิท่าเดียว” นายสุภรณ์ กล่าว

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวต่อว่า ประเทศและสังคมที่มีประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนกล้าฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายทั้งที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก็พยายามตรวจตรารัดกุมเฝ้าระวังอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังมีเล็ดลอดได้ ก็ไม่ต่างอะไรที่ตนอยากเปรียบเทียบกับกรณีประเด็นที่พรรคอนาคตใหม่ก่อนถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ก็มีคนในพรรคบางคนก็ฝ่าฝืนกฎหมายเล็ดลอดกระทำผิดกฎหมาย จนทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ทั้งที่พรรคอนาคตใหม่ปกครองด้วยคนไม่กี่คนก็ยังทำผิดให้คนอื่นเดือดร้อน สุดท้ายนายพิธาต้องมาตั้งพรรคใหม่คือพรรคก้าวไกล เปรียบดังเรื่องคนที่แอบลักลอบเอาแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศเหมือนกัน เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นด้วยคนไม่กี่คน นายกฯและรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ตั้งใจแก้ปัญหาช่วยกันอย่างเต็มที่ไม่เคยคิดปัดความรับผิดชอบจะจัดการกับคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดและหามาตรการยับยั้งไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจายไปสู่ประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตสูงสุด และยังมีมาตรการช่วยเหลือเยียวผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

“กรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนไม่เคยเห็นนายพิธาออกมาเรียกร้องให้นายธนาธร ออกมารับผิดชอบในการทำให้กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค พรรคอนาคตใหม่เดือดร้อนบ้าง ทำไมไม่ต่อว่านายธนาธรบ้างว่า อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบที่ทำให้พรรคถูกยุบและกรรมการพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองนับ 10 ปี ทำให้หมดอนาคตทางการเมือง ที่ตนพูดเปรียบเทียบไม่ได้มีเจตนาเหน็บแนมอะไร เพียงต้องการให้นายพิธา รู้จักวิธีคิด ว่าการเป็นผู้นำบริหารคนจำนวนเล็กน้อยยังมีคนแอบลักลอบทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง เปรียบเทียบเช่น นายกฯประยุทธ์ บริหารปกครองประเทศชาติขนาดใหญ่กว่าพรรค ก็ต้องมีคนฝ่าฝืนกฎหมายแน่นอน ก็ต้องแก้ไขกันไป นายกฯไม่เคยนิ่งนอนใจ ขอร้องนายพิธาควรช่วยคิดหาแนวทางแก้ไขช่วยกันในฐานะเป็นตัวแทนประชาชน อย่าพูดซ้ำเติมกล่าวหาคนที่ทำงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่พยายามทุ่มเทเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นขวัญและกำลังใจคือสิ่งที่มีค่าสูงสุดในเวลานี้ ถ้านายพิธาคิดว่ารักประเทศไทย รักประชาชนคนไทย อย่าซ้ำเติมหรืออย่าทิ่มแทงทำลายขวัญกำลังใจกันเลยครับ” นายสุภรณ์ กล่าว.

บทความโดย

อ่านเพิ่มเติม…