เศรษฐกิจจีน เตรียมขึ้นแท่นเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกา


เศรษฐกิจจีน เตรียมขึ้นแท่นเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกา

ข่าวเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์
28 ธ.ค. 2563 13:19 น.

บันทึก
SHARE

เศรษฐกิจจีนมาแรงขยายตัว 2 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ คาดแซงหน้าสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลกในระยะเวลาอีก 8 ปี

สำนักข่าว เดอะการ์เดียน รายงาน จีนเตรียมแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในระยะเวลา 8 ปี ซึ่งเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ข่าวแนะนำ

ด้านศูนย์วิจัยเพื่อเศรษฐกิจและธุรกิจ หรือ ซีอีบีอา ของสหราชอาณาจักร ระบุว่าเศรษฐกิจจีนได้เริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มขยายตัว 2 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้

ในทางกลับกันเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมีแนวโน้มหดตัว 5 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ทำให้เศรษฐกิจจีนไล่ตามหลังสหรัฐฯ มาติดๆ ขณะที่ จีดีพี ทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลง 4.4 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ถือเป็นการปรับตัวลงครั้งใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจโลกตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง


ด้าน นายดักลาส แม็ควิลเลี่ยม รองประธานกรรมการของ ซีอีบีอา ระบุว่าได้มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนได้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแนวโน้มกลายเป็นประเทศรายได้สูง ในช่วงปี 2020 ถึง 2025 และอาจสามารถแซงหน้าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ในเอเชียได้ขยับขึ้นกันถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นบทเรียนของฝั่งตะวันตก ที่ฟอร์มตกในช่วงวิกฤติโรคระบาด

แต่มาตรฐานความเป็นอยู่ในจีน ยังคงต่ำกว่าสหรัฐฯ และประเทศยุโรปตะวันตก โดยในสหรัฐฯ ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนรวม 63,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ 1,898,820 บาท ขณะที่ในสหราชอาณาจักรประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนรวม 39,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,175,460 บาท


ส่วนการที่สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรป ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร และยังคงเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 5 ของโลกอยู่ โดยจะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลดำเนินงานทางเศรษฐกิจในระดับดีในระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า

หลังจากนี้คาดว่าปัญจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกคือปัญหาสภาพอากาศ ขณะที่หลายประเทศไหวตัวทันและหันไปให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวและตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์.

ที่มา: Theguardian 

อ่านเพิ่มเติม…