เลาะรั้วชายแดนสกัด “โควิด” ปรับแผนสู้ หวั่นระบาดรอบ 2 ไทยเจ๊ง!


เลาะรั้วชายแดนสกัด "โควิด" ปรับแผนสู้ หวั่นระบาดรอบ 2 ไทยเจ๊ง!

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
10 ธ.ค. 2563 15:31 น.

บันทึก
SHARE

  •  โควิดระบาดหนักทั่วโลก ลามถึงพม่าเข้ามายังไทยจากพวกลักลอบข้ามแดน
  •  ช่องทางธรรมชาติยังเป็นจุดบอด ทหารต้องเสริมแนวสกัดกั้นทั่วชายแดน
  •  ‘กองทัพ’ เน้นย้ำ ‘กองกำลังป้องกันชายแดน’ ยกระดับป้องกันเคร่’ครัด

สัญญาณเตือน โควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกรอบ หลังคนไทยที่ข้ามไปทำงานในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หนีตายข้ามแดน และหลายคนเลือกที่จะลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย เพราะเกรงว่าหากเข้ามายังด่านตรวจชายแดนจะมีความผิด จึงใช้ช่องทางธรรมชาติ ลอบข้ามพรมแดน ส่อให้ประเทศไทยถูกมองว่าอยู่ในสภาวะ “การ์ดตก” 

ข่าวแนะนำ

ผลพวงจากคนเห็นแก่ตัวเหล่านี้ ที่เลือกจะกลับบ้านเกิดด้วยวิธีเลี่ยงกฎหมาย ด้วยการเสี่ยงข้ามแดนช่องทางธรรมชาติ ไม่คิดที่จะเข้าเมืองแบบถูกต้องตามกฎหมายตามยังด่านถาวร เพราะรู้ดีหากยังฝืนอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ไม่ช้าก็เร็วจะต้องติดเชื้อและตายแน่ เพราะที่นั่นมีการแพร่ระบาดโควิด-19 มีคนจำนวนมากที่ติดเชื้อ จนรัฐบาลพม่าต้องประกาศล็อกดาวน์ ทำให้สถานประกอบการ โดยเฉพาะสถานบันเทิงต่างๆ ต้องปิดตัวลง แรงงานคนไทยที่ลักลอบเข้าไปทำงานจึงแห่หนีตายเข้ามายังบ้านเกิด 


สถานการณ์ทั่วโลกระส่ำ หลายประเทศติดโควิดยอดทะลัก

ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 ทั่วโลกไม่มีทีท่าจะหยุด มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อถึง 69,227,000 คน ตายแล้ว 1,575,612 คน ประเทศมหาอำนาจอย่าง “สหรัฐฯ” ผู้คนตายแล้ว 295,861 คน ผู้ป่วยทั้งหมด 15,782,424 คน 

ขณะที่ตัวเลขเพื่อนบ้านเรา มาเลเซีย ตายเพิ่ม 5 รวมตาย 393 ป่วยใหม่ 959 รวม 76,265, เวียดนาม ไม่มีตายเพิ่ม รวมตาย 35 ป่วยใหม่ 4 รวม 1,381, เมียนมา ตายเพิ่ม 23 ตายแล้ว 2,174 ป่วยใหม่ 1,308 รวม  103,166 ขณะที่ กัมพูชา ลาว ตัวเลขที่แน่ชัด ยังไม่ได้เปิดเผยแบบเป็นทางการออกมา แต่ที่รู้กันภายในว่ามียอดคนติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ส่วนประเทศไทย ไม่มีตายเพิ่ม รวมตาย 60 ป่วยใหม่ 25 รวม 4,151 คน


ล่าสุดเมียนมามีผู้ป่วยรวมผ่านหลัก 1 แสนคนแล้ว ถือเป็นประเทศลำดับที่ 68 ที่มีผู้ป่วยรวมเกิน 1 แสนคน ทำให้ไทยเรามีพรมแดนติดกับพม่าจะการ์ดตกต่อไปไม่ได้  

ผบ.ทสส. นั่งไม่ติดลงนามคำสั่ง ศปม. สกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมือง-ป้องกันการแพร่ระบาด

ขณะที่ รัฐบาล มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง โดยกองทัพไทย  “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) จึงต้องลงนามในคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่30/2563  


เพื่อจัดแนวทางการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพราะเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยยังคงรุนแรง และปรากฏมีผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้มีการเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในทุกช่องทางเข้าและออกนอกราชอาณาจักรแล้วก็ตาม 

ดังนั้น เพื่อเป็นการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติ และมอบภารกิจให้หน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง ตามแนวทางการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 



ศูนย์โควิด สาธารณสุข กลับมาตั้งโต๊ะแถลงรายวัน

ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2020 กระทรวงสาธารณสุข พร้อมตั้งรับ ออกเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันทันที หลังพบผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านการคัดกรอง และกักกันโรคจากจังหวัดท่าขี้เหล็กของเมียนมา เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เดินทางจากจังหวัดท่าขี้เหล็กมีจำนวน 23 ราย 


โดยกลุ่มผู้ติดเชื้อในกลุ่มนี้พบใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย กรุงเทพฯ พิจิตร พะเยา ราชบุรี และสิงห์บุรี ส่วนของผู้ป่วยใน จ.สิงห์บุรี เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศรายที่สอง เป็นหญิงอายุ 51 ปี ในจำนวนผู้ป่วย 23 คน เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 คน ได้แก่ ผู้ป่วยใน จ.เชียงราย ซึ่งมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางกลับจากท่าขี้เหล็ก และไปเที่ยวงานฟาร์มเฟสติวัล และผู้ป่วยหญิงที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งเดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกับผู้ติดเชื้อ สำหรับ จ.เชียงราย พื้นที่แรกที่พบว่ามีผู้ที่เดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก มีผู้ป่วยรวม 11 

ทบ. สั่ง กกล.ชายแดน เข้มช่องทางธรรมชาติ และแนวเขตติดต่อประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วน “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. กำชับกองกำลังแนวชายแดนให้เร่งสกัดกั้น ป้องกัน โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ เพราะให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ โควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนรอบประเทศ ได้สั่งการให้กองกำลังชายแดนของกองทัพบก ดำเนินการตามแนวทางการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งด้านการลาดตระเวน การวางกำลังเพื่อเฝ้าตรวจและสกัดกั้น การวางเครื่องกีดขวาง การใช้เครื่องมือพิเศษ การประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น การตั้งจุดตรวจ  


  

“ที่สำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ และขอความร่วมมือกับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศในพื้นที่ชายแดนว่าขณะนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องใช้การเดินทางผ่านช่องทางหลักและเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรองโควิด-19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ลดขั้นตอนการดำเนินการ และจะอำนวยความสะดวกให้อย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพภาพของประเทศ” 

ทบ.เชื่อมั่นในการทำงานของกองกำลังป้องกันชายแดน และได้ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งต้องรับผิดชอบในหลากหลายภารกิจควบคู่กันไป ทั้งการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ยาเสพติด สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงช่วยเหลือประชาชน พร้อมระบุว่าการแพร่ระบาดเปรียบเสมือนสถานการณ์การสู้รบรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดน ต้องใช้ศักยภาพในการเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ยับยั้งไม่ให้มีการแพร่ระบาด เพื่อไม่ให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน และในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ประชาชนจะมีการเดินทางสัญจรท่องเที่ยว การผ่านเข้าออกในพื้นที่ชายแดนเพิ่มขึ้น  ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ดำรงมาตรการคัดกรองโรค ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างสมดุล 


ยกระดับการป้องกันโควิด ย้ำหน่วยทหาร-กกล.ป้องกันชายแดน ต้องเคร่งครัด

นอกจากนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ห่วงใยต่อกำลังพลที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมอบให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก ปรับมาตรการป้องกันของกองทัพบก ให้สอดคล้องกับมาตรการ ศบค. และให้เกิดความพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคระยะสูงขึ้น โดยให้ในหน่วยทหารป้องกันโควิด-19 กำชับผู้บังคับหน่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับกำลังพลและครอบครัว และให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข และคู่มือวินัยทหารต้านโควิด-19 กองทัพบก


ที่สำคัญทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เลี่ยงกิจกรรมที่มีการรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมาก รวมถึงระมัดระวังการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้ง่าย รมทั้งให้หน่วยจัดตั้งจุดคัดกรองบริเวณพื้นที่เข้า-ออก มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส พร้อมเตรียมการสำหรับกระบวนการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในหน่วยทหาร หากพบกำลังพลและครอบครัวสงสัยติดเชื้อ ให้รายงานผู้บังคับบัญชาและกักตัวที่บ้านพัก 14 วันทันที

ส่วนมาตรการป้องกันบริเวณชายแดน เน้นย้ำให้กองกำลังป้องกันชายแดนปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ทบ. และ ศปม. อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กำชับให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานมีอุปกรณ์ป้องกันตน เมื่อตรวจพบการลักลอบหรือบุคคลตามแนวชายแดน การดำเนินการตรวจค้น ต้องมีมาตรการป้องกันตนเองอย่างสูงสุด อาทิ การเปลี่ยนจากหน้ากากผ้าเป็นหน้ากากอนามัย สวมใส่ถุงมือยาง นอกจากนี้ให้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน, อาสาสมัครกิจการพลเรือน สร้างความเข้าใจต่อประชาชน เน้นการป้องกันการติดไวรัส และร่วมรับผิดชอบต่อสังคม 


 

ทัพภาค 3 เสริมทหารลงพื้นที่ พร้อมเอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว

ขณะที่กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีแนวชายแดนตั้งแต่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน จนถึง จ.ตาก โดย พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ย้ำทุกกองกำลัง ทุกหน่วยเฉพาะกิจ และทหารพรานที่ดูแลตามจุดแนวชายแดนให้เอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว เพื่อสกัด โควิด-19  

โดยมอบให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 (ฉก.ทพ.35) บูรณาการสนธิกำลัง ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ประชาชน ลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้มีการเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในทุกช่องทางเข้าและออกนอกราชอาณาจักร และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด–19 โดยจัดกำลังชุดปฏิบัติการ บูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงอำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในการกวดขันตรวจตราพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มข้น


แบ่ง 3 โซนสกัดเข้ม ลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

โดยแบ่งพื้นที่ 3 ส่วน คือ 1.พื้นที่ชายแดน เน้นตรวจตราพื้นที่ทางธรรมชาติ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย อาทิ ใช้โดรนตรวจตรา วางเครื่องกีดขวาง เพื่อจำกัดพื้นที่การลักลอบเข้ามา ร่วมทั้งร่วมมือด้านการข่าวกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสกัดกั้นการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย 2.พื้นที่ชายแดนถึงพื้นที่ตอนใน เป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดนประจำอำเภอ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน สกัดตามพื้นที่ที่คาดว่าจะลักลอบเข้าเมือง ตรวจค้นพาหนะที่ได้รับแจ้ง เป็นต้น และ 3.พื้นที่ตอนใน ซึ่งตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบ จัดชุดปฏิบัติการรวจค้นสอบสวนสถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนค่างด้าวทำงาน หรือสถานที่ที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีชุดปฏิบัติการในการให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งมาได้ที่ สายด่วน 1138, 1559, 191 


รวมทั้งป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ, ยาเสพติด, อาวุธสงคราม และการค้ามนุษย์ ซึ่ง “ทหารพราน” ปฏิบัติหน้าที่เดินเท้าเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนมีสภาพภูมิประเทศบางพื้นที่ยากลำบากต่อการเดินทางต้องใช้เพียงวิธีการเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นโดยการค่อยๆ ไต่ลงจากทางลาดชัน หรือเดินตามป่าทึบ บริเวณแนวชายแดนสันเขาสูง ซึ่งได้มีการจัดวางกองกำลังในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ประกอบด้วยหน่วยงานทหารในพื้นที่ บูรณาการสนธิกำลัง ร่วมกับ หน่วยงานด้านความมั่นคง, ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(แม่สอด), ด่านศุลกากรแม่สอด, ฝ่ายปกครองจังหวัดตาก ตำรวจภูธรในพื้นที่ จัดวางกำลังร่วมกันในการตรวจเข้ม ตรวจตราเฝ้าระวังป้องกัน การเข้าออกแนวชายแดน ของบุคคลอย่างเข้มข้น เป็นหนึ่งในมาตรการในการป้องกัน 
 
นอกจากนี้ โดยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดน ช่องทางท่าเรือ-ท่าข้ามธรรมชาติและในพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกช่องทางในพื้นที่ชายแดน แบบ X-RAY ทุกตารางนิ้ว ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน 


กกล.นเรศวร ล็อกดาวน์พื้นที่พักพิงแม่หละ สกัดผู้หลบหนีผิดกฎหมาย

ด้าน “กองกำลังนเรศวร” พล.ต.อำนาจ ศรีมาก ผบ.กองกำลังนเรศวร ติดตามมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาด ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวที่ใหญ่ที่สุด อันดับต้นๆ ของประเทศ ปัจจุบันมีผู้อาศัย อยู่ภายในพื้นที่พักพิง รวม 30,651 คน   

โดยสั่งการให้เข้มงวดและรัดกุม ทั้งการควบคุมการเข้าออก พื้นที่พักพิง การจัดชุดลาดตระเวน ของฝ่ายปกครองอำเภอท่าสองยาง กำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด ทั้งพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จังหวัดตาก และพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในความรับผิดชอบ


ส่วนมาตรการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดแนวชายแดน ได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นเท่าตัว เพิ่มการลาดตระเวน เพิ่มเครื่องมือในการตรวจตรามากยิ่งขึ้น ซึ่งพบว่ามีสถิติการจับกุมเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ จากการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ของไทย พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังทั่วถึง

กอ.รมน. ส่งชุด “ขุนด่าน” ลงปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง

ในส่วน กอ.รมน. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการและกำชับการปฏิบัติของ กอ.รมน. ผ่านศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ศรมน.) ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ยังคงดำเนินการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในการสกัดกั้นการนำเชื้อจากต่างประเทศ ด้วยการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนดำเนินกิจการ/กิจกรรมในพื้นที่ได้อย่างเป็นปกติภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่เหมาะสม


นอกจากนี้ กอ.รมน. ได้มีแผนงานที่จะจัดการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน โดยส่ง ชุดวิทยากรขุนด่าน ลงปฏิบัติงานเชิงรุกของ กอ.รมน. ในพื้นที่เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนได้เข้าใจและรับทราบถึงแนวทางในการปฏิบัติตัวตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในมาตรการควบคุมโรคและมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-19 (ศบค.) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งขอให้มีความตระหนักต่อสถานการณ์แต่อย่างตื่นตระหนกจากข่าวสารที่ได้รับ ขอให้ดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ 


กอ.รมน. โดย ศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ศรมน.) จึงขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตประจำวัน ด้วยการปฏิบัติมาตรการป้องกันส่วนบุคคล ได้แก่ การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย การหมั่นการล้างมือ การรักษาระยะห่าง  รวมถึง การใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เมื่อเข้าไปในสถานที่สาธารณะอย่างเคร่งคัด

“ศบค.มท.” สั่งผู้ว่าฯ แบ่งโซนรับผิดชอบ 3 ส่วน คุมเข้มชายแดน 

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดย ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หรือ “ศบค.มท.” ได้แบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบ ทั้งนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าฯกทม. พร้อมสั่งการให้ถือปฏิบัติตามข้อสั่งการดังกล่าวโดยเคร่งครัด โดยการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติให้ชัดเจน ดังนี้ 


1.ในพื้นที่ชายแดน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำลังป้องกันชายแดน ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ชายแดน หากพบการลักลอบเข้าประเทศ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น 

2.ในพื้นที่ตอนใน ให้ประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยดำเนินการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับ-ส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าและออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง


ต้องถือว่าแนวชายแดน ตามช่องทางธรรมชาติยังเป็นพื้นที่ที่สกัดกั้นได้ยาก เพราะตลอดแนวชายแดนไทย-พม่ามีความยาวกว่า 2,400 กม. ขณะที่กำลังเจ้าหนาที่ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง ดังนั้นยังถือว่ามีความเสี่ยง แต่กองทัพและฝ่ายความมั่นคงก็ได้ปรับแผนรับมือในการเฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดในบ้านเราได้ แต่สิ่งสำคัญนอกจากเจ้าหน้าที่จะกวดขันแล้ว คนไทยทุกคนต้องให้ความร่วมมือและอย่าการ์ดตกเป็นอันขาด!

ผู้เขียน : คชสีห์ 88

กราฟิก : Supassara Traiyansuwan

อ่านเพิ่มเติม…