“เฉลิมชัย" ย้ำเร่งสร้างความเข้าใจประมงพื้นบ้านชลบุรี ทำผิดกฎหมาย

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
28 ม.ค. 2564 13:46 น.

บันทึก
SHARE

รมว.เกษตรฯ ย้ำเร่งแก้ปัญหา พร้อมทำความเข้าใจชาวประมงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เผยมีไม่ถึง 1% ที่ยังทำประมงลูกหอยแครงผิดกฎหมาย 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการประมงลูกหอยแครง พื้นที่บริเวณกลางอ่าวบางปะกง จังหวัดชลบุรี ด้วยเครื่องมือผิดกฎหมาย ทั้งเครื่องมือคราดลูกหอยแครง อวนลากคานถ่าง ที่ใช้มุ้งทำถุงอวนลากเก็บลูกหอยแครง และทำให้เกิดเป็นข้อพิพาทส่งผลทำให้เรือตรวจการณ์ประมงเสียหาย และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 3 นาย จากการถูกกลุ่มเรือประมงผิดกฎหมายจากพื้นที่คลองตำหรุ จังหวัดชลบุรี หลายสิบลำเข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจการประมง ด้วยการล้อมเรือ และขับเรือพุ่งชนขณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชลบุรี เป็นเหตุให้เรือตรวจการณ์ประมงเสียหาย และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 3 นาย

ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาในระยาว จึงมีนโยบายและข้อสั่งการไปยังกรมประมงให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหา และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย พ.ร.ก.ประมง 2558 เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรลูกหอยแครงในธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้กรมประมงได้ดูแลเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอย่างเต็มที่ด้วย

ข่าวแนะนำ

“สำหรับกลุ่มชาวประมง ซึ่งมีเรือประมงพื้นบ้านที่ทำผิดกฎหมายนั้นตามรายงานของกรมประมงพบว่ามีอยู่เพียง 50 ลำ ซึ่งไม่ถึง 1% ของจำนวนเรือประมงพื้นบ้านทั้งหมด ประมาณ 6,200 ลำ ที่ทำประมงอย่างถูกกฎหมายในเขตพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรหอยแครงอย่างยั่งยืน ภายใต้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 อีกทั้งต้องประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย พ.ร.ก.ประมง 2558 เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรลูกหอยแครงในธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม” นายเฉลิมชัย กล่าว

ขณะที่ นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากข้อสั่งการของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนี้กรมประมงได้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการมอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก และหน่วยตรวจการประมงที่รับผิดชอบควบคุมพื้นที่ ดำเนินการประชุมกลุ่มชาวประมง และเร่งประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้พี่น้องชาวประมงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำการประมงลูกหอยแครง โดยใช้วิธีการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และสามารถส่งผลให้พี่น้องชาวประมงโดยทั่วไป สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเสมอภาค ลดการสูญเสียของทรัพยากร ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสร้างห่วงโซ่การผลิตทรัพยากรในธรรมชาติ ทำให้ลูกหอยมีอัตราการรอดสูง

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าว มีสภาพเป็นหาดโคลนหรือพื้นดินเลนละเอียด มีความลึกของน้ำไม่เกินสองเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หอยแครงชอบฝังตัว ทำให้ขณะนี้พบว่าชาวประมงขนาดเล็กจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ หันมาปรับเปลี่ยนวิธีจากเดิม ที่ใช้เรือประมงประกอบเรือยนต์คราดหอยแครงขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มาเป็นการช้อนหอยลูกหอยแครงด้วยเครื่องมือสวิง มีลักษณะเป็นถุง ลากด้วยมือ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือคราดประกอบเรือยนต์ ส่งผลให้พี่น้องชาวประมงที่ทำการประมงลูกหอยแครง มีรายได้โดยเฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อคนต่อวัน”

จากการออกสำรวจพบว่า ในระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา มีชาวประมงอย่างน้อย 100-200 รายต่อวัน ใช้วิธีการทำการประมงโดยไม่ใช้เรือยนต์ประกอบเครื่องมือคราด สภาวะการทำการประมงเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรประมงอย่างมีคุณค่า ยาวนาน และยั่งยืนในโอกาสต่อไป การปรับเปลี่ยนโดยใช้วิธีการดังกล่าวข้างต้น กรมประมง เห็นว่าเป็นวิธีการที่สมควรได้รับการชื่นชมและสนับสนุนให้มีการทำการประมงลูกหอยแครง ในลักษณะเช่นนี้ทั่วประเทศ เพื่อนำลูกหอยไปเลี้ยงในที่ที่มีอัตรารอดสูง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกทางหนึ่งด้วย

“ดังนั้น กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากพี่น้องชาวประมงเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นกำลังหลักในการวางแผนเพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้วยวิธีการที่เหมาะสมถูกต้อง ร่วมกันปรับเปลี่ยนวิธีการ งดเว้นการใช้เครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ก็จะสามารถลดความสูญเสีย ลดความขัดแย้ง สามารถสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ และก่อให้เกิดความยั่งยืน จึงขอเน้นย้ำ และขอความร่วมมือมายังพี่น้องชาวประมง หากทุกท่านรู้จักวิธีการจัดการภายใต้กรอบของกฎหมาย และร่วมแรงร่วมใจกัน จะทำให้ทรัพยากรลูกหอยแครงในธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรในพื้นที่สาธารณะ ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการลักลอบทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง ที่เป็นแหล่งเลี้ยงตัวสัตว์น้ำวัยอ่อน ถือเป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีค่าอย่างร้ายแรง” อธิบดีกรมประมงกล่าว

อ่านเพิ่มเติม…