“สุวัจน์” ให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” สอบผ่าน อวยพรปีใหม่เศรษฐกิจดีขึ้น โควิดจบสิ้น


“สุวัจน์” ให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” สอบผ่าน อวยพรปีใหม่เศรษฐกิจดีขึ้น โควิดจบสิ้น

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
3 ม.ค. 2564 14:17 น.

บันทึก
SHARE

“สุวัจน์” มั่นใจ “รัฐบาลบิ๊กตู่” มีเสถียรภาพการเมืองในสภา พร้อมอวยพรปีใหม่ให้เศรษฐกิจดีขึ้น ปราศจากโควิด-19 พร้อมส่งกำลังใจ นายกฯ ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาดีต่อประเทศ

วันที่ 3 ม.ค. 2564 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองปี 2564 ว่า เสถียรภาพทางการเมืองในขณะนี้ต้องยอมรับส่วนหนึ่งมาจากจำนวนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล บวกกับประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นั่นหมายความว่ามีทั้งเสถียรภาพในสภาและนอกสภา ถ้ามองเสถียรภาพในสภาก็ต้องยอมรับว่าวันที่จัดตั้งรัฐบาลวันแรกเกินครึ่งมาเพียง 4 เสียงคือ 254 แต่หลังจากนั้นมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของจำนวนเสียงและของพรรคการเมืองในสภา ดังนั้นวันนี้รัฐบาลมี 270 กว่าเสียง ฝ่ายค้าน 200 ต้นๆ ซึ่งมีช่องห่างอยู่ระหว่าง 60-70 เสียง จึงมองว่าเสถียรภาพการเมืองในสภาไม่น่าจะมีปัญหา แต่จะเป็นเสถียรภาพนอกสภามากกว่า นั่นคือการที่สามารถจะพูดคุยเพื่อลดความขัดแย้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้เสร็จโดยเร็วเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย หรือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ตรงนี้คิดว่าเป็นเสถียรภาพการเมืองนอกสภา ฉะนั้นการเมืองในสภาไม่น่าห่วง ที่เหลือเป็นเรื่องของขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนอกสภามากกว่า จากนั้น นายสุวัจน์ ตอบคำถามต่างๆ ดังนี้

ข่าวแนะนำ

  • คณะกรรมการสมานฉันท์จะช่วยได้หรือไม่

ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร การมีกรรมการสมานฉันท์ คือการแสดงออกถึงว่าเราพร้อมที่จะมีเวทีให้ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกัน เชื่อว่าสันติภาพเกิดจากการเจรจา ถ้าเราเปิดกว้างมีเวทีเจรจาให้มาก พยายามกันอย่างจริงๆ จังๆ ก็ดีกว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้นการที่มีกรรมการสมานฉันท์ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็เท่าทุน แต่อย่างน้อยอาจจะเกิดไอเดียดีๆ ที่มาลดทอนความขัดแย้งได้

  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นหลักในการทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง?

เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง และเป็นเงื่อนไขที่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง เป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจต่างๆ และทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องการแก้ไข ดังนั้นหากมีความชัดเจนและมีความจริงใจร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนยอมรับ ก็จะเป็นการลดทอนเงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ดีให้กับเสถียรภาพของประเทศ

  • การแก้ไขและธรรมนูญในขั้นแรกที่จะต้องมี ส.ส.ร. แก้มาตรา 256 มองอย่างไรที่จะเป็นการทำให้ส่งเสริมการเมืองการปกครอง ลดความขัดแย้งในสังคม

ต้องทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นด้วยประชาชนอย่างแท้จริง แนวคิดการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็มีที่มาจากการเลือกของประชาชน เป็นตัวแทนจากการตกผลึกของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเรื่องอื่นมาแทรกแซงในการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นพื้นฐานของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ก็จะเกิดความชอบธรรม แล้วนำไปสู่การลงรายละเอียดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญว่าสามารถที่จะหยิบยกอดีตหรือปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาแก้ไขในฉบับใหม่ได้มากน้อยเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับตัวแทนที่จะมาร่างและเนื้อหาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากเราสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การจะมีตัวแทนประชาชนมาร่างก็ให้สมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุด ได้คนดีที่สุดเข้ามาร่าง นี่คือสิ่งที่ตั้งแท่นไว้เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี ขึ้นอยู่กับตัวแทน ดังนั้น ส.ส.ร. ก็ต้องดูที่มาที่ไป ดูความชอบธรรม ดูระบบการเลือกตั้ง ดูที่การเฟ้นว่ามาได้อย่างไร


  • การเมืองนอกสภาเช่นการชุมนุมจะรุนแรงกว่าปี 2563 หรือไม่

ส่วนตัวคิดว่า หากจะให้ความสำคัญควรมองที่เรื่องเศรษฐกิจและเรื่องโควิด-19 เป็นเรื่องหลักมากกว่าเรื่องการเมืองความขัดแย้งต่างๆ หรือเรื่องอื่นนั้น ตราบใดที่เราไม่ใช้ความรุนแรงเข้าไปแก้ไขปัญหาก็เหมือนกับเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีโอกาสที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้โดยไม่ได้ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา แต่มีเวทีพูดคุยกัน ฉะนั้น ความสงบเรียบร้อยของประเทศในวันนี้น้ำหนักอยู่ที่ว่าเราจะต้องจัดการกับเรื่องโควิด-19 และเศรษฐกิจให้เรียบร้อย

  • ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาล จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่

ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาอภิปราย ดังนั้น การสั่นคลอนของเสถียรภาพรัฐบาลหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนใหญ่จะมาจากประเด็นของการอภิปราย และเราไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะมีแง่มุมบางอย่างเรื่องใดมาอภิปรายยังประเมินไม่ได้ และความสามารถในการชี้แจงทำความเข้าใจของรัฐบาล แต่ถ้าพูดถึงเสียงในการสนับสนุนรัฐบาลเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา รัฐบาลยังคุมเสียงข้างมากอยู่

  • ปีที่ผ่านมาประเมินรัฐบาลอย่างไรหากคะแนนเต็ม 10

อย่างเรื่องเศรษฐกิจก็ประเมินยากเนื่องจากมีโควิด-19 มาขัดจังหวะ แต่โดยภาพรวมถือว่าเรื่องเศรษฐกิจถึงแม้จะมีปัญหาแต่การเข้ามาแก้ไขหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ลดปัญหาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง ถือว่าที่ผ่านมารัฐบาลแก้ไขปัญหาและสามารถประคองตัวมาได้ด้วยดี ถ้าจะให้ให้คะแนนเอาเป็นว่าสอบผ่านก็แล้วกัน

นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ยังได้กล่าวอวยพรปีใหม่ 2564 ว่า “ปีใหม่นี้ให้โควิดจบสิ้นไป เศรษฐกิจไทยสบายใจไทยทั้งผอง สามัคคีมีพลังเข้าครอบครอง แผ่นดินทองเรืองรองตลอดไป และขอโอกาสนี้อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านเมือง ได้ดลบันดาลให้โรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะโควิด-19 จบสิ้นไปจากแผ่นดินนี้ ให้เศรษฐกิจประเทศไทยที่อยู่ในความวิตกกังวลของประชาชนได้คลี่คลายกลับมายิ่งใหญ่ให้ประชาชนได้มีความสุข และอยากให้ความรักความสามัคคีของคนในชาติกลับมาเพื่อเป็นพลังในการสร้างแผ่นดินไทยให้ยิ่งใหญ่ตลอดไป”

อย่างไรก็ตาม นายสุวัจน์ ยังได้กล่าวคำอวยพรถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วย ทราบว่านายกรัฐมนตรีทำงานอย่างหนัก ขอเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีมีสุขภาพแข็งแรง และให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ลุล่วง.

อ่านเพิ่มเติม…