“สุดารัตน์” แนะบันได 3 ขั้นจบปัญหา ชี้ ประเทศเปราะบางเกินกว่าจะรัฐประหาร

“สุดารัตน์” แนะบันได 3 ขั้นจบปัญหา ชี้ ประเทศเปราะบางเกินกว่าจะรัฐประหาร

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
13 พ.ย. 2563 15:08 น.

บันทึก
SHARE


“หญิงหน่อย” ขอ “พล.อ.ประยุทธ์” เสียสละลาออกหลังรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านวาระ 3 ชี้ บ้านเมืองเปราะบางเกินกว่าที่จะรัฐประหาร แนะ บันได 3 ขั้น จบปัญหา เลือกตั้งใหม่ปลายปี 64

วันที่ 13 พ.ย. 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานการเมืองมา วิกฤติชาติครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่วิกฤติที่คนเห็นต่างระหว่างฝ่ายการเมือง แต่เป็นความแตกต่างในช่วงวัยของคน ดังนั้น จะต้องแก้ปัญหาด้วยสติและความรอบคอบ วันนี้ภาวะสังคมและเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ การชุมนุมหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจ หรือนายกรัฐมนตรี ไม่รับฟัง หรือฟังแต่ไม่ได้นำมาแก้ไข ซึ่งไม่เป็นผลดี หากเกิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดในการใช้กำลัง หรือเกิดการรัฐประหาร ประเทศไทยจะเข้าสู่วิกฤติ จะล่มสลายทางด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเสนอทางออกประเทศด้วยบันได 3 ขั้น ดังนี้

ข่าวแนะนำ

ขั้นแรก ต้องสร้างเวทีที่ปลอดภัยให้ผู้ที่เห็นต่างและนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะทำตัวเป็นกรรมการกลางไม่ได้ เพราะคือคู่ขัดแย้ง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการแสวงหาทางออกของประเทศ โดยมีกฎหมายรองรับ ที่จะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ผู้เห็นต่างยอมเข้ามา โดยผลสรุปของการพูดคุยนี้ต้องนำไปเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อะไรที่เห็นพ้องกัน หน่วยงานต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ทำถือว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ซึ่งเชื่อว่าใช้เวลาไม่เกิน 3-5 เดือน ให้มีผู้เห็นต่างที่เข้ามาหลากหลาย รวมถึงนักวิชาการที่ต้องเป็นกลางอย่างแท้จริง

“พูดไป จับไป มันไม่มีความไว้วางใจ และความจริงใจที่จะกลับเข้ามาในเวทีที่จะพูดคุยกัน ดีกว่าการไปใช้กำลัง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมไทยเปราะบางเกินกว่าที่จะไปรองรับการรัฐประหาร หรือการใช้กำลังอีกครั้งหนึ่ง”

ขั้นที่สอง เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้พิจารณาทั้ง 7 ร่างใน 3 วาระ ให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือน ธ.ค. นี้ ซึ่งนับแล้วสามารถทำได้ และจัดให้มีกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยให้ ส.ส.ร. ทำงานประมาณ 8 เดือน ไม่ต้องยาวมาก

ขั้นที่สาม เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่ 3 ต้นเดือน ธ.ค. โดยเฉพาะประเด็นตัดสิทธิ์ ส.ว. 250 คน ไม่ให้โหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีในฐานะคู่ขัดแย้งน่าจะพิจารณาลาออก ส่วนตัวคิดว่าคงบังคับไม่ได้ ให้สภาคัดสรรกันใหม่ตามระบบ และรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชั่วคราวที่มีภารกิจเฉพาะ อาจจะมีระยะเวลาแค่ 8 เดือนในการสนับสนุนให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เมื่อร่างจบก็คืนอำนาจให้กับประชาชนเลือกตั้ง ไม่เกินสิ้นปี 2564 ถ้าเป็นไปตามนี้เชื่อว่าจะผ่านวิกฤติได้ ซึ่งเป็นรัฐบาลจากสภาแบบเฉพาะกิจ ย้ำว่าไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง ไม่ใช่ความคิดเห็นของพรรค เพราะตนไม่ได้เป็นผู้บริหารพรรค

“บ้านเมืองเราเดินมาถึงขณะนี้ด้วยความขัดแย้งมา 10 กว่าปี รวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เปราะบางอย่างมาก เรารับไม่ได้ต่อการที่จะใช้อำนาจ ใช้กำลัง หรือแม้จะจบด้วยรัฐประหาร ขอทุกฝ่ายใช้สติ ลดทิฐิ หาทางออกที่เป็นธรรมร่วมกัน”

ส่วนคำถามว่าจะให้นายกรัฐมนตรีลาออกแล้วเลือกจากแคนดิเดตที่มีหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า ก็มี 3 ขั้นตอนตามที่เสนอไป และเมื่อผ่านวาระ 3 แล้ว ถ้านายกรัฐมนตรีจะเสียสละลาออก ก็ให้ลาออกตอนนั้น เพราะหัวใจสำคัญคืออำนาจ ส.ว. ที่ทั้งประเทศและโลกไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม คุณหญิงสุดารัตน์ ยอมรับว่ายังมีชื่ออยู่ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปยกตัวเองหรืออย่างไร แต่พูดในระบบ สิ่งที่คิดว่าทุกฝ่ายจะพอยอมรับได้ เช่น การให้พักการดำเนินคดีกับผู้เห็นต่าง เปิดให้เขาเข้ามาสู่เวทีพูดคุยที่ปลอดภัย ทั้งนี้ เรามีคณะกรรมการลักษณะแบบนี้หลายชุด แต่ไม่เคยมีกฎหมายรองรับ มีเหมือนอยู่บนหิ้ง.

อ่านเพิ่มเติม…