สัมภาษณ์พิเศษ เปิดใจ ผู้บริหาร AUDI THAILAND กับงานบริหารรถยนต์แบรนด์สี่ห่วงในไทย


สัมภาษณ์พิเศษ เปิดใจ ผู้บริหาร AUDI THAILAND กับงานบริหารรถยนต์แบรนด์สี่ห่วงในไทย

ข่าวยานยนต์

ไทยรัฐออนไลน์
29 ธ.ค. 2563 14:05 น.

บันทึก
SHARE

เดือนตุลาคม 2559 Audi Thailand ถือกำเนิดขึ้นมาบนเส้นทางแห่งยนตรกรรมในประเทศไทย โดยเปลี่ยนมือจากตระกูลลีนุตพงษ์ มาเป็นตระกูลล่ำซำ ถือเป็นการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายด้วยมือบริหารอย่าง กฤษฎา ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถยนต์แบรนด์สี่ห่วงหรือ Audi Thailand หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจาก Audi AG. ประเทศเยอรมนี เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่าย และซ่อมบำรุงรถยนต์ Audi ในประเทศไทย หลังจากเปิดดำเนินงาน แผนงานของ Audi ในปีแรก คือการเพิ่มจำนวนของโชว์รูม โดยใช้งบลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อมุ่งไปที่การขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ Audi ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พัฒนาบุคลากรและเครื่องมือในการซ่อมบำรุงที่ทันสมัย ได้มาตรฐานของ Audi AG. เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าที่ใช้รถยนต์ Audi ในประเทศไทย 


ข่าวแนะนำ








4 ปีที่ผ่านมา Audi ในประเทศไทย เติบโตเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ จากทีมบริหารมากความสามารถ ภายใต้การกำกับดูแลของ กฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร Audi Thailand ล่าสุด หลังจากผ่านไป 4 ปี กฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการฯ เปิดใจกับสื่อมวลชน ในการสัมภาษณ์พิเศษถึงแผนงานของ Audi Thailand ในช่วงที่มีความยากลำบากจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งธุรกิจรถยนต์ได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าธุรกิจในกลุ่มอื่น ผู้บริหารของ Audi วางแผนงานที่เตรียมไว้เพื่อลงมือทำตั้งแต่ในช่วงแรกของปี ตั้งแต่ยังไม่เกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ โควิด-19 เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยของไวรัศโควิด-19 งานขายรถหรูในช่วงทีมีความยากลำบาก เป็นเรื่องที่ท้าทาย และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกๆ ภาคส่วนธุรกิจ ลุกลามไปทั่วโลก  ปี 2563 กลายเป็นปีท่ีหนักหน่วงและยากลำบาก นับจากวันที่รัฐบาลปลดล็อคในเดือนพฤษภาคม จนมาถึงปัจจุบันเป็นเดือนที่ 10 สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 


กฤษฎา ล่ำซำ กล่าวว่า “ภาพรวมของ Audi Thailand ด้วยความที่เป็นผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์หรูรายเล็ก และมียอดขายที่ยังไม่มากนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งซึ่งมีรถที่ประกอบในประเทศ ยอด 10 เดือนที่ผ่านมาของ Audi Thailand เมื่อเทียบกับ 10 เดือนของปี 2562 Audi เติบโตขึ้น 7% ซึ่ง 7% นี้ถ้าดูเป็นตัวเลขนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่ภายใต้สภาวการณ์ที่ยากลำบากนี้ คิดว่า 10 เดือนที่ผ่านมา เราพยายามเอาตัวรอด และความที่เราเล็ก ก็พอประคองตัวไปได้ และเป็นตัวเลขที่ทำให้ดีใจ ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ เพราะ 3-4 เดือนแรกนั้นรู้สึกว่าจะต้องแย่ ผมยังบอกทีมให้ทำ Worse Case scenario แต่ในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา Audi Thailand ทำหลายอย่าง ที่ทำให้ในที่สุดแล้ว เราสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้ โดยในปี 2563 Audi Thailand เติบโตขึ้น 12% ถือเป็นตัวเลขที่ดีเมื่อบริษัทฯต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอนของเศรษฐกิจ 






หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในปี 2020 กฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร Audi Thailand กล่าวว่า “อันแรกคือ การยึดกลยุทธ์ที่เคยประกาศไว้ นั่นก็คือ การเขย่าพอร์ต เราอยากให้รถยนต์ Audi เป็นรถที่ Attractive & Affordable คืออยากให้แบรนด์ Audi ซึ่งคนคิดว่าเป็นรถหรู นำเข้า ราคาแพง จับต้องยาก กลายเป็นรถหรูนำเข้า คุณภาพดี ขับดี มีความสวยงามและมีราคานำเข้าที่พอจะจับต้องได้ จากกลยุทธ์อันนี้ ทำให้มีการขยับพอร์ต ในการที่จะนำรถเข้ามาจำหน่ายให้มีความหลากหลายและครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้าปีนี้ (2020) Audi Thailand นำรถรุ่นใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น เอสยูวีประสิทธิภาพสูงอย่าง Q7 สปอร์ตคูเป้และสปอร์ตซีดานอย่าง A5 Coupe / Sportback รถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ขับเคลื่อนล้อหน้าอย่าง new Q3 ซึ่งเป็นคู่แข่งของ BMW X1 และ Mercedes-Benz new GLA ในช่วงกลางปี มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง e-tron Sportback รวมถึงรถซุปเปอร์คาร์ในตระกูล RS Model แบรนด์ Audi ยังมีตัวชูโรงอย่าง TT รถสปอร์ตคูเป้คันเล็กกะทัดรัดที่ขายดีมาก แม้จะราคาสูงถึง 3.299 ล้านบาท แต่ก็ยังเป็นรถที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าไทยตลอดกาล จากจำนวนยอดขายที่สูงอย่างต่อเนื่อง บวกกับรถซุปเปอร์สปอร์ตในตระกูล RS อีก 3 โมเดล (RS4 Avant / TT RS / RS Q8) ซึ่งถือว่าเป็นรถ High Performance เป็นซุปเปอร์คาร์ในเรือนร่างที่มีความหลากหลาย ทั้งคูเป้ แวกอนและเอสยูวี และมีราคาซุปเปอร์ถูก โดยสามารถซื้อได้ในราคา 5 ล้านกว่าบาท เทียบกับสิ่งที่จะได้รับ ทั้งแรงม้า แรงบิด และอุปกรณ์ ถือว่าเป็นราคาที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะ Audi RS4 Avant นั้น มีกำลังเท่ากับ BMW M3/M4 แต่มีราคาถูกกว่าหลายล้าน! ดังนั้น การเขย่าพอร์ตที่ได้ประกาศไว้ว่าจะหารถที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านเข้ามาขายให้มากขึ้น เราก็ได้ทำตามที่บอก คือ มีทั้ง A5 Q3 A1 Q2 ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเอา Super Car เข้ามาในราคาที่จับต้องได้ นั่นคือสิ่งที่ Audi Thailand ทำ นั่นก็คือ ยึดมั่นกับกลยุทธ์ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปีที่แล้ว โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นพอดี คือเอารถที่มีราคาจับต้องได้เข้ามาขาย เพราะเมื่อมีโควิด ทำให้คนเกิดความวิตกกังวลในเรื่องการจับจ่ายใช้สอย”




“ตอนที่เปิดตัว Audi Thailand เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2017 เรามีรถ Audi 11 โมเดล 19 รุ่นย่อย เมื่อนับมาจนถึงวันนี้ผ่านไป 4 ปี Audi Thailand มีรถใหม่ 19 โมเดล กับอีก 30 รุ่นย่อย วางขายในโชว์รูม Audi Thailand ยังคงมีความหลากหลาย ที่จะนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ครอบคลุมทุกความต้องการและทุกกลุ่มลูกค้า ไม่ได้มีเฉพาะรถที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้าน หรือ ใกล้ 3 ล้าน แต่มีรถครบทุกเซกเมนต์ เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Product Variety Strategy บริษัทเล็กๆ ก็จริง แต่เรามีนำรถยนต์รุ่นใหม่นำเสนอครบทุกเซกเมนต์” 




“สำหรับงานบริการหลังการขาย ซึ่งเปรียบเหมือนหัวใจในการประกอบธุรกิจรถยนต์ มีการวางแผนงานอย่างเข้มข้น ให้งานดูแลลูกค้าต้องนำหน้างานขายเสมอ Audi Thailand ประกาศตั้งแต่เปิดตัวบริษัทฯ ว่า เราให้ความสำคัญกับการสร้างคนมีฝีมือ ปัจจุบัน มี Certified Trainer ในเมืองไทย 2 คน ซึ่งจะคอยพัฒนาบุคลากรในการดูแลการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย และอะไหล่ที่พร้อมให้บริการ บวกกับราคาที่ยุติธรรม ไม่แพงจนทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดี นั่นก็คือ ราคาซ่อมบำรุงและราคาอะไหล่ สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งได้ ถือเป็นความภูมิใจ เป็นกลยุทธ์แรก ของ Audi Thailand และเรายังยึดมั่นมาจนถึงทุกวันนี้ เห็นได้จากข้อร้องเรียนของลูกค้าในทางลบ เกี่ยวกับเรื่องงานบริการหลังการขายนั้นแทบจะไม่มีเลย ซึ่งผมดีใจมากที่ คุณวัลลภ และทีมงานที่ดูแลงานบริการหลังการขาย ทำหน้าที่ได้ดีมาก”


“แต่อะไรที่ทำให้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วยังทำให้ Audi Thailand มีการเติบโต 12% ผมคิดว่า มีการทำ Projection ภาพรวมใหม่ทั้งหมด โดยบอกกับพนักงานทุกคนว่า เราไม่รู้เลยว่า นับต่อจากนี้ อะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เราต้องทำให้มีความชัดเจน ก็คือ ต้องมีนโยบายว่าเราจะไม่หยุด พอรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทุกคนอยู่บ้านหมดเลย ไปทำงานก็ไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้หยุดนะ ยังคงดูข่าว เล่น Facebook Instagram ดูอินเตอร์เน็ต ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น สิ่งที่พนักงานของ Audi ทำคือ การออกแคมเปญส่งเสริมงานขายอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์แพร่ระบาดที่ทำให้ธุรกิจการบินของประเทศถึงกับล้มละลาย Audi Thailand จึงผุดแคมเปญเอาพ้อยท์การบินไทย มาแลกเป็นส่วนลดได้ มีแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง”




“เพราะฉะนั้นผมก็มั่นใจว่า คนที่ทำงานอยู่ที่บ้านจะเห็น ขณะที่คนอื่นคิดว่าล็อคดาวน์ทุกอย่างจะหยุดไปด้วย แต่สำหรับ Audi Thailand เราทำงานทุกวัน โดยมีการสื่อสารออนไลน์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีแคมเปญต่างๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอในช่วง 4 เดือนแรก พอมาเดือนที่ 5 มีการปลดล็อก Audi Thailand ก็เปิดตัว A5 ในราคาที่จับต้องได้ทันที จากการสนับสนุนของบริษัทแม่อย่าง Audi AG ทำให้ A5 มีราคาที่โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวมาที่ราคา 2.699 ล้านบาท ต่ำกว่า 3 ล้านอย่างที่พูดไว้ และตัวบนรุ่น 45TFSi Quattro จากราคา 4.299 ล้านบาท เหลือแค่ 3.599 ล้านบาท เป็นรถสปอร์ตที่สวยและขับดี จากนั้นก็เป็นการจุดประกาย เผอิญว่า วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 เราเปิดตัวรถ A5 ใหม่ ภาครัฐก็มีการปลดล็อกดาวน์ เป็นจังหวะที่พอดี ราคาได้ รถดีและสวยงาม ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที เพราะระหว่างทาง 4 เดือน ลูกค้านั่งดูแคมเปญต่างๆ มาตลอด ผมว่าอันนี้ ในด้านการขายถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ




“สำหรับนโยบายอีก 2 เรื่อง ก็คือ นโยบายที่อยากจะให้มีรถ Audi วิ่งบนถนนในไทยเยอะๆ อันนี้ ผมเคยพูดไว้ว่า Audi รุ่นใหม่ๆ มีอุปกรณ์ทันสมัย ครบ ต้องลองขับ ไม่ลองก็จะไม่มีวันรู้วว่ารถ Audi นั้นขับได้ดี พอลองขับขึ้นมาเยอะๆ ผมไปดูสถิติยอดจอง ยอดขาย ยอดส่งมอบ ว่าหน้าตาลูกค้าของ Audi Thailand เป็นอย่างไร ปรากฎว่า 50% เป็นลูกค้าที่มาจากการแนะนำของลูกค้าเก่า หรือเป็นลูกค้าเดิม คือ ซื้อซ้ำ ดังนั้นเป็นที่ชัดเจนว่า ถ้าลูกค้าได้ลองแล้ว จะติดใจและควักกระเป๋าซื้อแน่ ตอนนี้กำลังเป็น Snow Ball เพราะคนที่ซื้อไปแล้วก็เริ่มแนะนำหรือลงมือป้ายยาให้คนอื่นซื้อเหมือนตัวเอง และคนที่ซื้อไปแล้ว พอครอบครัวอยากได้รถอีกคัน เขาก็มาซื้อ Audi เพิ่มเติมอีก”

“ประการสำคัญสุดท้าย คือ การที่เราได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ Audi AG ที่สนับสนุนอย่างเติมที่ โดยเฉพาะโมเดลรถที่นำมาขาย และการสนับสนุนจากสื่อมวลชนทุกท่าน ท่ามกลางความยากลำบาก ผมก็ต้องขอบพระคุณจริงๆ”




“ในภาพรวม ทำให้ 12 เดือน ที่ผ่านมา Audi Thailand สามารถเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา แม้จะไม่มากแต่อย่าลืมว่า เราเป็นผู้ประกอบการเล็ก ท่ามกลางความยากลำบากในการประกอบธุรกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ทำได้ตัวเลขแค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว สำหรับงาน Motor Expo ที่ผ่านมา มีการจัดแคมเปญกระตุ้นการขายครบทุกรุ่น โดยเฉพาะแคมเปญดอกเบี้ย 0% ไม่มีบอลลูน หรือถ้าซื้อสด ก็จะเป็นราคาพิเศษ อย่าง A1 Hatchback คันเล็ก เริ่มต้นที่ 1,880,000 บาท เป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับคนที่ชอบรถเล็กสไตล์ยุโรปที่มีประสิทธิภาพดี” 

“ในส่วนของเครือข่ายศูนย์บริการ ปัจจุบัน นอกจากสำนักงานใหญ่ Audi Thailand ที่เป็นเรือธงของเรา ก็ยังมีโชว์รูม Audi สาขาเพชรบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร Audi ที่จังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวภาคใต้อย่างภูเก็ต และโชว์รูมกับศูนย์บริการขนาดใหญ่ของ Audi ในเมืองพัทยา ศูนย์บริการที่เชียงใหม่ โดยในเดือนมกราคม 2564 นี้ Audi Thailand จะศูนย์บริการเพิ่มที่ถนนราชพฤกษ์ เยื้องกับ The Circle และจะเปิดโชว์รูมกับศูนย์บริการใหม่ที่หัวเมืองภาคอีสานอย่างจังหวัดอุดรธานี เป็นครั้งแรกที่ Audi จะขยายแผ่สาขาไปยังภาคอีสาน ซึ่งเดิม ได้มีการวางแผนที่จะเปิดตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้ แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบในเรื่องของการก่อสร้าง คาดว่า ทั้งสองแห่ง จะเปิดบริการให้ลูกค้าอย่างเต็มระบบภายในเดือนมกราคมนี้”



“ด้วยเครือข่าย และแคมเปญ คาดว่า สิ้นปี 2563 เราจะมีการเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้วเล็กน้อย ซึ่งผมไม่อยากจะคาดหวังอะไรที่สูงเกินความเป็นจริง ในฐานะผู้ประกอบการเล็กๆ ตัวเลขประมาณนี้ ก็ถือว่าไหว สำหรับปี 2564 Audi Thailand มีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ อยู่หลายรุ่น เช่น Audi e-tron GT ซึ่งเป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่สวยงามและจะถูกนำเข้ามาขายอย่างแน่นอน ผมเองก็อยากได้ ซึ่งตัวรถ e-TRON GT ตัวจริงจะต่างจากในหนังเล็กน้อย ขอให้อดใจรอ Audi Thailand จะพยายามนำเข้ามาเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ทางบริษัทแม่อย่าง Audi AG ก็พยายามช่วย ซึ่งได้แจ้งเข้ามาว่า มีเพียงไม่กี่ประเทศ ที่ได้รถรุ่นนี้ไปวางขาย และมีราคาพร้อมขาย โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น สำหรับราคาขณะนี้ยังบอกไม่ได้ แต่ภายใต้นโยบาย Attractive & Affordable รถ Audi e-TRON GT ก็จะเป็นราคาที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวรถสปอร์ต RS โมเดล อีก 3 รุ่น ดังนั้นเราไม่หยุดเรื่อง Super Car มาเมื่อไหร่จะแจ้งให้อีกที”

“สำหรับภาพรวมปีหน้า ในปี 2564 จะมีการเปิดตัวรถใหม่ รวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 10 โมเดล เพราะฉะนั้น การที่ Audi Thailand ไม่หยุดเดินไปข้างหน้า ทาง Audi AG ก็ไม่หยุดสนับสนุนด้วยเช่นกัน คาดว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน ในปี 2564 เราตั้งเป้าที่จะเติบโตประมาณ 10-15% เมื่อเทียบยอดสิ้นปี 2563”


Alexander von Waldenberg Dresel, Audi AG’s director for Southeast Asia ผู้อำนวยการใหญ่ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน อินเดีย และยุโรปตะวันออกของ Audi AG. ให้สัมภาษณ์ผ่านออนไลน์ข้ามประเทศว่า “จากภาพรวม Audi AG มีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงาน 4 ปี ของ Audi Thailand เป็นอย่างมาก นับเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ที่ Audi AG. แต่งตั้งให้ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งพื้นฐานต้องเรียกว่า เริ่มมาจากศูนย์ แต่หลังจากผ่านไป 4 ปี Audi Thailand สามารถก้าวมาเป็น HERO ซึ่งปัจจัยหลักที่สำคัญ เกิดจากการที่ทางบริษัท ฯ มีผู้นำ และทีมงานที่ทุ่มเท มีความสามารถ ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าดูผลประกอบการของปีนี้ ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดโควิด-19 ทั่วโลก ประเทศไทยมียอดขาย Audi มากกว่าปีที่แล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยตั้งเป้าว่าจะได้มากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม”

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นยังเป็นมาจาก Fighting Spirit ของทีม แม้จะเจอสถานการณ์ล็อกดาวน์ในช่วงต้นปี ไป 2 เดือน ทำให้ไม่สามารถส่งมอบรถได้ แต่ก็สามารถกลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว การร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายมากขึ้น” 


Alexander von Waldenberg Dresel กล่าวต่อว่า “Audi AG มีความพึงพอใจในการทำงานของทีมงานในประเทศไทย และเห็นว่า Audi Thailand มีทีมที่ยอดเยี่ยม และอยากทำงานกับทีมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนและนำ Audi Thailand ให้ก้าวไปอีกทศวรรษข้างหน้า สำหรับปัจจัยสนับสนุน ที่ทำให้มี Audi Thailand ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประกอบด้วยจุดแข็งหลักๆ คือ 1. ทีมที่เข้มแข้ง 2.Fighting Spirit ของทีม 3.ประสบการณ์ของทีม ไมซ์สเตอร์ เทคนิค ทั้งในภาพรวมและในอุตสาหกรรม ทั้ง 3 ส่วนนี้ทำให้ทีม Audi Thailand มีความแข็งแกร่ง”



“การที่ Audi Thailand สามารถพลิกแบรนด์อิมเมจของ Audi ที่เรียกได้ว่า จาก Zero to Hero จนได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในท็อปร้อยของแบรนด์ยอดเยี่ยมในประเทศไทย จากการวิจัยของ DYR นั้น ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ เป็นเพราะ Audi Thailand มี Well Connected Society ที่ดี สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้รู้จักแบรนด์และยอมรับจนเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ นอกจากนี้จากประสบการณ์ของทีมบริหารและทีมงาน การเข้าใจความต้องการลูกค้า นั่นเป็นสิ่งที่คุณกฤษฎา ย้ำมาตลอดว่า จะต้องเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างแบรนด์ในประเทศไทย”


“นอกจากนี้ ผมเชื่อว่า เป็นผลมาจากการที่ Audi AG ให้การสนับสนุน ในเรื่องผลิตภัณฑ์ โดยพยายาม ที่จะคัดสรรยนตรกรรมคุณภาพ มานำเสนอให้ลูกค้าคนไทย ในราคาที่เหมาะสม หรือ Value for Money สำหรับภาพรวมในประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่มีบางประเทศ ที่มียอดขายดีกว่าปีที่แล้ว รวมถึงประเทศไทย นั่นก็คือ จีน ที่ฟื้นตัวเร็วเพราะปัญหาโรคระบาดคลี่คลายก่อนประเทศอื่น รวมถึงนอร์เวย์ ที่มีความโดดเด่น จากการสนับสนุนของรัฐบาลในเรื่องภาษีรถยนต์ไฟฟ้า การสนับสนุนจากภาครัฐของนอร์เวย์ ทำให้ e-tron มียอดจำหน่ายสูงสุดในนอร์เวย์ และอีก 2 ประเทศ ที่มียอดขายเติบโต คือ เกาหลีใต้ และตุรกี”


“จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้น Audi AG. คาดการณ์ว่า ยอดขายจะลดลงมาก แต่พอมีบางประเทศคลายล็อก ก็เริ่มใจชื้น ประมาณกลางปี เริ่มเห็นการฟื้นตัว ตั้งแต่กรกฎาคม ยอดขาย Audi ดีขึ้น ยอดที่หดหายไปในช่วง มีนาคม-พฤษภาคม ก็เริ่มดีขึ้น ในส่วนของการผลิต ในช่วงของการแพร่ระบาดที่ยุโรป อยู่ในสถานะที่เรียกว่า Demand Over Suppl y เนื่องจากหลายโรงงานปิดทำการ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องชิ้นส่วน คาดว่า จากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลาย ในช่วงสิ้นปี Audi จะสามารถส่งมอบรถให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่สั่งจอง”


Alexander von Waldenberg Dresel กล่าวต่อว่า “การทำงานระหว่าง Audi AG กับ ประเทศไทย มีการทำงานใกล้ชิด ใช้การประชุมทางไกลต่อเนื่องตลอดทุกอาทิตย์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล สำหรับการวางแผนงานในอนาคต ที่เห็นเด่นชัดคือ เรื่องการตอบสนองในด้านผลิตภัณฑ์ Audi AG ให้การสนับสนุน ทำให้ประเทศไทยมีรถมากกว่า 30 รุ่นหลัก และรุ่นย่อยที่ขาย ซึ่งจับต้องได้ในราคาที่เหมาะสม และยังมีอีกหลายรุ่นใหม่กำลังจะมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าประเทศไทยให้มากขึ้น และทำให้ Audi AG. อยู่ในสถานะที่สามารถแข่งขันได้ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”



กฤษฎา ล่ำซำ กล่าวเสริมว่า “จากการทำงานอย่างใกล้ชิด ทำให้ทางบริษัทแม่ได้ทราบข้อมูล ทราบความต้องการของตลาดไทยที่แท้จริง คนไทยต้องการรถรูปแบบไหนที่โดนใจ ซึ่งตรงนี้ ทำให้เราสามารถแข่งขันได้ คือเป็นการผสมผสานกันระหว่างรถที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า บวกกับราคาที่จับต้องได้ Audi Thailand ประสบความสำเร็จ ในการเปิดตัวเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% e- tron ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวในภูมิภาคเอเชีย และได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดี Audi AG. ก็มีแผนที่จะส่งเสริมให้มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในตลาดประเทศไทยมากขึ้นต่อไปในอนาคต จากความเป็นผู้นำในเรื่องพลังงานสะอาด เป็น First Mover ทำให้ Audi อยากจะรักษาตำแหน่งความเป็นเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของต่อไปและทำให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”




“เมื่อเทียบกับคู่แข่ง รถยนต์ Audi คงไม่สามารถชนะได้ในเรื่องของราคา เพราะเป็นรถประกอบนอก แต่สิ่งที่สำคัญคือ การใช้ลูกค้าเป็นตัวตั้ง Customer Centricity คือความต้องการของลูกค้า เชื่อมั่นว่า ด้วยประสบการณ์ของ ไมซ์สเตอร์ เทคนิค เราจะสามารถดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการสร้าง Customer Experience สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจ เพื่อเปลี่ยนให้ลูกค้าจากผู้ใช้รถธรรมดา ให้กลายเป็น Audi Fan ในที่สุด คำว่า Audi Driver to Audi Fan สอดคล้องกับสิ่งที่ Audi Thailand พยายามลงมือทำอย่างเต็มกำลัง เพราะกว่า 50% ลูกค้าของ Audi ในปัจจุบัน เป็นการซื้อซ้ำ หรือได้รับคำแนะนำมาว่าขับได้ดี สะท้อนว่า Audi Thailand มาถูกทาง ซึ่งก็จะทำต่อไปในการเปลี่ยนคนที่ขับรถ Audi ให้เป็น แฟน Audi ตัวจริง”




“สำหรับแผนการประกอบรถยนต์ในประเทศในประเทศไทย มีการทำงานกันพักใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผลในเรื่องของสิทธิพิเศษทางภาษีต่างๆ และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยอด CBU ก็เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่เราจะไม่มีแผนเรื่องการผลิตในประเทศ ซึ่งเราให้ความสำคัญตรงนี้มาก และพันธมิตรที่สำคัญ ก็จะยังคงเป็นไมซ์สเตอร์ เทคนิค แต่ปีนี้เราคงจะต้องหยุดเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว เพื่อช่วยเรื่องสถานการณ์โควิด-19 แต่ระหว่างนี้เราก็เริ่มมองและกำหนดไปบ้างว่า รุ่นไหนที่จะเหมาะกับการผลิตในประเทศไทย”

“ทิศทางสำหรับปีหน้า Audi AG. ประกาศนโยบายชัดเจนแล้วว่า ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องโฟกัสไปที่รถไฟฟ้าเป็น Global Strategy แต่ก็จะมีรถยนต์พลังงานผสม Plug in Hybrid ซึ่งถือเป็นตัวเชื่อมชั่วคราว ก่อนที่จะเข้าสู่พลังงานขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ในทุกโมเดล คือ เป็น bridging เพราะก่อนที่ทั่วโลกจะขายรถไฟฟ้าได้ ก็จะต้องดูในเรื่องของเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะเป็นโซลูชั่นสำหรับอนาคต ที่สามารถสร้างยอดจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต”

“ด้วยความที่ Audi เป็นรถยนต์นำเข้า CBU ทำให้มีโอกาสจำกัด ในการเข้าไปในสงครามราคา แต่ช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่า จากการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ Option อุปกรณ์ต่างๆ ที่ Audi Thailand พยายาม Match ความต้องการของลูกค้า ก็ไม่ได้ดูแย่จนเกินไป อาจจะดูสูงกว่าบ้าง แต่สิ่งสำคัญก็คือ การบาลานซ์ระหว่าง Price และ Value คือมูลค่าของและ Equipment ต่างๆ เมื่อเทียบกับราคา ต้องมีความเหมาะสม เพราะ Audi คือ พรีเมียมเซกเมนต์ พรีเมียมแบรนด์ เป็นรถยนต์นำเข้า เพราะฉะนั้น จะให้ไปดัมพ์ราคาลงมา มันจะกลายเป็นการทำลายแบรนด์”

“สำหรับ Volume นั้น แน่นอนว่าเชื่อมโยงกับเรื่องการผลิต ซึ่งมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาดูว่า มีปริมาณยอดขายอย่างไร แต่สิ่งที่ Audi มองสำหรับตลาดประเทศไทย คือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง และประเทศไทยยังเป็น Strategic Market ที่มีศักยภาพที่อาจจะเป็นฮับของอาวดี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยขณะนี้ Audi AG. ก็กำลังมีพิจารณาศึกษาคอนเซปต์เรื่องการตั้งโรงงานที่เหมาะสม รวมถึงโมเดลที่เหมาะสม อาเซียนนับเป็นตลาดที่ถือว่าเป็นจุดช่องว่างของ Audi ที่มีศักยภาพ จะเห็นได้จากการเติบโตของคู่แข่ง ส่วนเรื่องการจะมาผลิตในไทย หรือตลาดเมืองไทย หรือในภูมิภาคนี้ จึงเป็นโฟกัสของ Audi AG ที่กำลังมองและศึกษาอย่างรอบด้าน”




Alexander von Waldenberg Dresel กล่าวเสริมว่า “ระหว่าง Audi AG และ Audi Thailand เรามีวิสัยทัศน์การทำงานที่คล้ายกัน ในการที่จะก้าวไปข้างหน้า เพื่อสร้างแบรนด์ Audi ในประเทศไทย สำหรับแนวทางในการลงทุนร่วมกันในการสร้างโรงงาน ขณะนี้ ยังอยู่ในระหว่างการหารือ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ประเทศไทย และอาเซียน เป็นตลาดรถยนต์พรีเมียมที่มีศักยภาพ และเป็นโฟกัสของ Audi AG อย่างแน่นอน”

“สำหรับ Audi “Future is Electric” ในการจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตจึงอยู่ในแผน แต่จะอย่างไร รุ่นไหน ยังอยู่ในแผนหารือ คงจะต้องมีการศึกษา ประเมิน กันอีกครั้ง และยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะลงทุนประเทศไทยไม่ลงทุนประเทศอื่น แต่สิ่งที่บอกได้ก็คือ ประเทศไทย มีศักยภาพสูงมาก และไมซ์สเตอร์ เทคนิคก็เป็นหุ้นส่วนที่น่าสนใจ” 


กฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Audi Thailand กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในช่วง 3-5 ปีนี้ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากการผลิตรถยนต์สันดาปภายในไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก มีเรื่องต้องดูเยอะมาก ซึ่งแม้ว่าในช่วงเวลานี้กลยุทธ์อาวดี้โลก คือมุ่งไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่สำหรับแผนการจะผลิตในประเทศไทยหรือไม่ จะผลิตอะไร อาจจะช้านิด แต่ก็อยากจะคิดให้ดี คิดให้รอบคอบ เลือกทิศทางให้ถูก ศึกษาให้ดี เมื่อถึงเวลาเดิน ก็จะเดินได้ไว ซึ่งสอดคล้องกัน”

“ที่ผ่านมา Audi AG ได้ส่งทีมมาช่วย Audi Thailand ในการขอการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ ขอเก็บเป็นความลับ เพราะยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ยังอยู่ในการวิเคราะห์ศึกษา สำหรับปีนี้ ที่มีสถานการณ์โควิด-19 ถือว่าเป็นปีแห่งความยากลำบาก ทุกคนต่างเจอปัญหาเดียวกันหมด สำหรับ Audi ก็อยู่ในระยะที่เรียกว่า Restart ซึ่งถือว่า ไปค่อนข้างดี Audi Thailand ได้ปรับแนวการทำตลาด มาเน้นดิจิตอลมากขึ้น สอดคล้องกับบริษัทแม่ ที่พูดถึง Digitalization ในอนาคต ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ ในการสื่อสารกับลูกค้า สามารถเปลี่ยนจากการสื่อสารออนไลน์ สู่ออนกราวน์ เป็น Booking” ได้ ต้องยอมรับว่าโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้พวกเราเปลี่ยนชีวิตใหม่หมด สุดท้าย ผมขอให้ทุกคนปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง”

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม…