ศรีตรังโกลฟส์ ฟันกำไรปี 2563 ถึง 2,246% ถุงมือยางขายดีสุดๆ


ศรีตรังโกลฟส์ ฟันกำไรปี 2563 ถึง 2,246% ถุงมือยางขายดีสุดๆ

ข่าวเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

18 ก.พ. 2564 13:58 น.

บันทึก
SHARE

STGT หรือ ศรีตรังโกลฟส์ยิ้ม โชว์ผลประกอบการปี 2563 กำไรสุทธิเติบโต 2,246% จากความต้องการถุงมือยางในภาวะโควิด-19 ระบาด จ่อจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยาง กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2563 ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ทั้งในด้านกำไรสุทธิและรายได้รวม โดยมีกำไรสุทธิ 14,401 ล้านบาท เติบโต 2,246% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ที่มีกำไร 614 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 30,405 ล้านบาท เติบโต 154% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้ 11,994 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ ผลประกอบการรอบปีที่ผ่านมา เติบโตโดดเด่นทุกไตรมาส โดยเฉพาะไตรมาส 4/2563 กำไร 8,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,602% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 181 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 13,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 335% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 3,138 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.6 แสนล้านชิ้นต่อปี และมีดีมานด์กระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรมจากเดิมใช้ในทางการแพทย์เป็นหลัก จึงทำให้มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาจำนวนมาก ประกอบกับซัพพลายทั่วโลกยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางในตลาดโลกปรับขึ้นต่อเนื่อง  

นางสาวจริญญา กล่าวต่อว่า ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด บริษัทฯ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2563 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2563 ในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 12 เม.ย.2564 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เม.ย.2564 เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากงวดผลการดำเนินงาน 1 ม.ค.–30 ก.ย. 2563 ในอัตรา 0.625 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลในรอบปี 2563 อัตรารวม 2.625 บาทต่อหุ้น 

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมถุงมือยางทั่วโลกในปี 2564 นั้น คาดว่า จะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา แม้ในปัจจุบันเริ่มมีการผลิตวัคซีนโควิด-19 จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทฯ วางเป้าปริมาณการขายถุงมือยางในปี 2564 ที่ 32,000 ล้านชิ้น เติบโตประมาณ 14% จากปีก่อนหน้า ปัจจุบันบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อถุงมือยางธรรมชาติล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 13 เดือน และคำสั่งซื้อถุงมือยางไนไตรล์ล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 30 เดือน รวมถึงยังไม่เห็นสัญญาณการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ วางแผนทยอยเดินเครื่องจักรโรงงานใหม่อีก 4 แห่ง ในทุกๆ ไตรมาสของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านชิ้นต่อปี จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านชิ้นต่อปี.  

อ่านเพิ่มเติม…