ศบค. เผย 8 ข้อ ร่างประกาศยกมาตรการเข้มคุมโควิด-19 เน้นพื้นที่สีแดง


ศบค. เผย 8 ข้อ ร่างประกาศยกมาตรการเข้มคุมโควิด-19 เน้นพื้นที่สีแดง

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
3 ม.ค. 2564 13:32 น.

บันทึก
SHARE

โฆษก ศบค. เผย สมช. เตรียมเสนอ 8 ข้อร่างประกาศยกมาตรการเข้มคุมโควิด-19 เน้นพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด รอ “บิ๊กตู่” พิจารณาลงนาม

วันที่ 3 ม.ค. 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ ถึงมาตรการต่างๆ จากการหารือร่วมกันของ ศบค. ชุดเล็ก และกระทรวงสาธารณสุข มีการทบทวนเพื่อให้เกิดความมั่นใจในมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา จากนั้นจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. พิจารณาและลงนามในร่างประกาศฉบับที่ 6 ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้

ข่าวแนะนำ

1. การห้ามใช้อาคารสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค การห้ามใช้อาคารสถานที่โรงเรียน สถาบันการศึกษาทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 28 จังหวัด เป็นพื้นที่จังหวัดที่พบผู้ป่วยจำนวนมากและจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง

2. ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค เช่น การจัดประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง การแจกอาหารหรือสิ่งของต่างๆ เว้นแต่เป็นการดำเนินงานโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เช่น การจัดงานแต่งงานก็ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในจังหวัดนั้นๆ และต้องมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับด้วย ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ ซึ่งจังหวัดจะประกาศมาตรการเข้มกว่าเดิมได้ แต่จะอ่อนกว่าไม่ได้

3. การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดง


4. ในเขตพื้นที่สีแดง ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ เปิดดำเนินการภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบต่างๆ ที่กำหนด

(1) การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด โดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น ให้ ศบค.มหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศปก.สธ.) ร่วมกันพิจารณาประเมินกำหนดรูปแบบและการกำกับการดำเนินการตามข้อปฏิบัติและมาตรการของแต่ละพื้นที่จังหวัดให้มีความเหมาะสม ให้อำนาจคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของปะชาชนที่ประกอบกิจการร้านอาหาร ซึ่งหากเป็นพื้นที่เสี่ยงต้องซื้อและนำกลับเท่านั้น

(2) การจำหน่ายสุราสำหรับร้านอาหาร สถานที่ซึ่งจำหน่ายสุรา ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน

5. ห้างสรรพสินค้า ยังเปิดทำการได้ตามปกติ ส่วนคำสั่งปิดหรือเปิดก็เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งเปิดหรือปิดในสถานที่ต่างๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดได้

6. การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจละคัดกรองโดยใช้เส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สีแดง ให้ดำเนินการตามาตรการที่ ศบค.กำหนด โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น สรุปคือขอความร่วมมือ ไม่ได้ให้หยุดการเดินทาง เพราะบางส่วนมีธุระสำคัญจำเป็น ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะมีการตั้งด่านตรวจถี่ขึ้น อาจจะไม่สะดวกแต่เพื่อการคัดกรอง แต่หากไม่จำเป็นอย่าเดินทาง

7. การทำงานที่บ้าน (Work from Home) สลับเหลื่อมเวลาในการทำงาน

8. ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายข้อบังคับการใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่ออนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการที่บังคับใช้กับสถานที่ กิจการหรือกิจกรรมเพิ่มเติมได้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า จะเป็นไปตามนี้หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างขึ้นอยู่กับอำนายของนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้เสนอ ส่วนประกาศจะออกในช่วงใดอยู่ที่ดุลพินิจนายกรัฐมนตรี


อย่างไรก็ตาม โฆษก ศบค. ยังระบุด้วยว่า ในช่วงนี้ทุกคนอาจจะต้องลำบาก แต่อยากให้ร่วมมือกันทำ พร้อมขออภัยบางจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อแต่กลับต้องเป็นสีแดงไปด้วย เพราะมีพื้นที่ติดกับจังหวัดที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก รับทราบว่าประชาชนไม่สบายใจแต่ขอให้เข้าใจในส่วนนี้ เราอาจต้องเสียบางอย่างเพื่อรักษาชีวิต พร้อมยกตัวอย่างว่า ประเทศไทยก็เหมือนร่างกายคนๆ หนึ่ง บางจังหวัดอาจต้องใช้ยาแรงเพื่อไม่ให้โรคลุกลาม และประชาชนสามารถถามไปยังจังหวัดของตนเองได้เพราะมีความละเอียดมากกว่า

“เราเคยชนะมาแล้ว ขอทุกท่านให้ความร่วมมือในช่วงเวลาอันวิกฤตินี้ 1 เดือนข้างหน้าเป็นจุดที่จะมีความเปลี่ยนแปลง วันนี้ถือเป็นวันที่เรายกธงสู้กับโรคนี้ครบ 1 ปี (3 ม.ค. 2563) ที่มีการตรวจคนจีนและชาวต่างชาติที่เข้ามา แต่เราต้องเปิดแนวรบรูปแบบใหม่ ศึกนี้ใหญ่และหนักขึ้นกว่าเดิมจากตัวเลขที่เห็น ฝากกำลังกายกำลังใจขอคงอยู่กับทุกๆ ท่าน ต้องยืนระยะให้ยาวกว่าเดิม การ์ดต้องยกสูงขึ้น เพราะฉะนั้นพลังที่จะเกิดขึ้นจากพี่น้องคนไทยทุกคนถึงจะสู้ได้”.

อ่านเพิ่มเติม…