ร้องรัฐเจรจา 22 มณฑลจีน เสียงผู้ประกอบการท่องเที่ยวถึงนายกรัฐมนตรี

ร้องรัฐเจรจา 22 มณฑลจีน เสียงผู้ประกอบการท่องเที่ยวถึงนายกรัฐมนตรี

ข่าวเศรษฐกิจ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
13 พ.ย. 2563 14:00 น.

บันทึก
SHARE


ธุรกิจท่องเที่ยวที่เคยได้ชื่อว่ารุ่งเรืองที่สุดในประเทศไทย ต้องเจอฝันร้ายเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก จนบัดนี้ไทยยังเปิดประเทศแบบเต็มที่ไม่ได้ ท่องเที่ยวจึงเป็นธุรกิจที่ยังร่อแร่ ไม่ส่อแววฟื้นตัว มาฟังน้ำเสียงของผู้ประกอบการท่องเที่ยว…ถึงนายกรัฐมนตรี ในภาวะเช่นนี้พวกเขาต้องการอะไร

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จะจัดคณะของผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุดใหญ่ ไปขอเข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า หากยังรอให้เปิดประเทศในปีหน้า ธุรกิจท่องเที่ยวตายแน่ๆ ตอนนี้ผู้ประกอบการตายไปส่วนหนึ่ง ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่ตายก็ร่อแร่ จึงอยากให้รัฐบาลไทยได้เจรจากับรัฐบาลจีนทำทราเวล บับเบิล ระหว่างกัน โดยนำนักท่องเที่ยวจาก 22 มณฑลของจีน ที่มีความปลอดภัยอย่างสูงปลอดการติดเชื้อโควิด มากกว่า 150 วัน เช่น กวางตุ้ง เจ้อเจียง อานฮุย ฉงชิ่ง เหอเป่ย หูเป่ย หูหนาน ฝูเจี้ยน เจียงซี ไหหนาน ยูนนาน เจียงซู ซื่อชวน เหอหนาน และอื่นๆ เข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว เนื่องจากนัก ท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ไม่เกิน 10 วัน จึงจำเป็นต้องขอไม่กักตัว 14 วัน แต่ยินดีให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันดูแลของไทยอย่างเข้มงวด

ข่าวแนะนำ

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

“หากรัฐบาลไทยเจรจากับรัฐบาลจีน ผมเชื่อว่ารัฐบาลจีนยอมแน่นอน และต้องไปเจรจากันตอนนี้เพื่อให้มีเวลาวางแผนทำการตลาดและทำการขาย จะได้เริ่มมีนักท่องเที่ยวจีนกลับมาในช่วงต้นปี 2564 และกลับมาอย่างเต็มที่ในเดือน ก.พ.2564 ซึ่งเป็นเทศกาลตรุษจีน ภายใต้สโลแกน นักท่องเที่ยวปลอดเชื้อ ประเทศชาติปลอดภัย”

นายกสมาคมแอตต้า กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศไทยถดถอย บริษัทภาคธุรกิจการท่องเที่ยวได้ปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ทางแอตต้าได้ประเมินว่าหากในไตรมาส 1 ปี 2564 ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา คาดว่าจะมีคนตกงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านคนซึ่งจะเป็นการสร้างภาระให้แก่รัฐบาล และมั่นใจว่า การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 22 มณฑลของจีน จะไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย แต่จะนำรายได้ท่องเที่ยวเข้ามาช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถดถอย และสร้างงานให้คนไทยเป็นจำนวนมาก โดยประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาไม่น้อยกว่า 300,000 คนต่อเดือน รายได้ไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาทต่อเดือน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

“เบื้องต้นทางแอตต้าได้นำเสนอต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะนำเรื่องนี้เสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.กับข้อเสนอดังกล่าวนี้ โดยแอตต้าได้เสนอมาตรการควบคุมป้องกัน และดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ประกอบด้วย

1.จำกัดการเดินทางเข้ามาโดยทางเครื่องบิน
2.จำกัดเข้ามาโดยผ่านบริษัททัวร์
3.ต้องได้รับการตรวจโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศไทย
4.จำกัดพื้นที่ท่องเที่ยวตามที่กำหนด
5.นักท่องเที่ยวออกนอกสถานที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา
6.โรงแรม ร้านค้าและ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ต้องได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย SHA
7.สามารถติดตามตัวนักท่องเที่ยวได้ตลอด โดยแอปพลิเคชันและมัคคุเทศก์ที่ดูแล
8.ทำประกันโควิด-19 วงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ”


นายจิรเดช ห้วยหงษ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ผู้ให้บริการเช่ารถบัสนำเที่ยวรายใหญ่ ได้ระบุข้อความส่งต่อถึงนายกรัฐมนตรี ว่า อยากให้นายกฯทำความเข้าใจภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้กว้างกว่านี้ ว่ามีองค์ประกอบใดบ้างเพื่อภาครัฐจะได้ช่วยเหลือได้ทั่วถึงทั้งหมด ไม่ใช่ช่วยแค่ธุรกิจโรงแรม หรือเครื่องบิน ที่เป็นแค่ 10% ของธุรกิจท่องเที่ยว แต่ไม่ได้ช่วยเหลือธุรกิจรถเช่า ร้านขายของที่ระลึก ไม่ได้ช่วยดูแลมัคคุเทศก์ และไม่ได้ช่วยกระจายรายได้ถึงชุมชน เช่น ตอนนี้คนทำงานในธุรกิจรถเช่าต้องหยุดพักงานถึง 70% จากจำนวนทั้งสิ้น 40,000 คน อยากให้รัฐช่วยจ่ายค่าแรงครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาการจ้างงานไว้ แทนที่จะจ้างแต่นักศึกษาจบใหม่ เป็นต้น.


อ่านเพิ่มเติม…