รวบ ‘เสธ.จุ่น’ พร้อมพวกหลอกเหยื่อลงทุนกับธุรกิจจีน สูญกว่า 2 ล้าน

รวบ 'เสธ.จุ่น' พร้อมพวกหลอกเหยื่อลงทุนกับธุรกิจจีน สูญกว่า 2 ล้าน

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
30 ก.ย. 2563 14:24 น.

บันทึก
SHARE


บุกรวบแก๊ง “เสธ.จุ่น” ตุ๋นเหยื่อลงทุนกับนักธุรกิจจีน โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง หลอกล่อเหยื่อใช้ภาพถ่ายข้าราชการระดับสูง อ้างเป็นรัฐบาล เหยื่อสูญไปกว่า 2 ล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ก.ย.63 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กษิด์เดช เจริญลาภ พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2บก.ป. ร่วมแถลงผลจับกุม นายนวมินทรัฐ หรือ สุริยัน วชิรวงศ์วิชาธร อายุ 54 ปี นายไชยพร ลัชชานนท์ อายุ 42 ปี นายณฐัวุฒิ คงเทียน อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1277-81 / 2563 ลงวันที่ 21 ส.ค.63 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและซ่องโจร จับกุม นายนวมินทรัฐ ได้ย่านถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายไชยพร จับได้ที่บ้านพักภายใน ซ.ศรีนครินทร์ 42 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. และ นายณฐัวุฒิ จับได้ที่บ้านพักภายใน ซ.เจรญิพัฒนา 6 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. นอกจากนี้ยังมี นางสุชานาถ หรือ บุหงา นิจิตตะโล อายุ 51 ปี และ พ.ท.ชาติชาย หรือ เสธ.จุ่น คงเทียน อายุ 52 ปี ปัจจุบันลาออกจากราชการแล้ว โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเดียวกัน ได้เข้ามอบตัวที่กองปราบฯ ไปก่อนหน้านี้ด้วย


จากการจับกุมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้ไปแอบอ้างกับผู้เสียหายว่า พวกตนเป็นกลุ่มนักลงทุนที่รู้จักกับข้าราชการระดับสูงหลายคน สามารถประสานนำกลุ่มนักธุรกิจจากประเทศจีน ให้มาร่วมลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ในประเทศไทยได้ คือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง หากผู้เสียหายร่วมลงทุนจนสามารถดําเนินการสําเร็จ ยังจะได้ร่วมงานกับโครงการนี้ด้วย พร้อมกันนี้ยังได้สร้างความน่าเชื่อถือโดยการนำภาพถ่ายของกลุ่มผู้ต้องหา ที่ถ่ายคู่กับข้าราชการระดับสูงหลายคนมาให้ผู้เสียหายดูจนหลงเชื่อ ถึงกับยอมนําที่ดินของตนเองไปขาย และไปกู้ยืมเงินมา เพื่อนำเงินทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท มามอบให้กลุ่มผู้ต้องหาใช้จ่ายเป็นค่าดําเนินการ


นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังได้พาผู้เสียหายไปเซ็นสัญญาร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติแก๊งเดียวกัน อ้างเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน โดยบอกว่าหากเดินทางมาประเทศไทยได้แล้ว จะพาไปทําสัญญา เพื่อมอบโครงการให้รัฐบาลไทยนําไปก่อสร้างต่อ เมื่อผู้เสียหายมอบเงินไปแล้ว เริ่มรู้สึกผิดปกติ จึงนำข้อมูลมาตรวจสอบ จนทราบความจริงว่าถูกหลอก เพราะไม่มีโครงการดังกล่าวอยู่จริง จึงเข้าแจ้งความกับกองปราบฯ ก่อนจะมีการสืบสวนและตามจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป รวมทั้งจะได้ขยายผลตามจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม…