ยุคไวรัสโควิดระบาดกับเทรนด์เลือกรถยนต์ในปี 2021


ยุคไวรัสโควิดระบาดกับเทรนด์เลือกรถยนต์ในปี 2021

ข่าวยานยนต์

ไทยรัฐออนไลน์
6 ม.ค. 2564 14:05 น.

บันทึก
SHARE

รายงาน Looking Further with Ford Trends ประจำปีที่ 9 สำรวจการปรับตัวของผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ร้อยละ 69 ของผู้คนทั่วโลกรู้สึกหนักใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั่วโลก ในขณะที่อีกร้อยละ 47 เผยว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิด” ผลสำรวจจาก 14 ประเทศโลก แสดงให้เห็นว่า ผู้คนทั่วโลกเรียนรู้ที่จะรับมือกับความท้าทายและสามารถปรับตัวได้ โดยการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีใหม่เกิดขึ้นทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ที่ทำงาน และสังคม ไปจนถึงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย เป็นแนวคิดหรือเทรนด์ของโลกยุคใหม่ เพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และเรียนรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและพร้อมปรับตัวสู่อนาคต


ข่าวแนะนำ



ปี 2020 เป็นปีแห่งความยากลำบากที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคในทุกๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึก การแพร่ระบาดของโรคอันตรายครั้งนี้เป็นบททดสอบสำหรับทุกคน ทั้งในแง่ปัจเจกบุคคล ครอบครัว ภาคสาธารณสุข และสังคมโดยรวม แต่รายงานแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคประจำปี 2563 หรือ Looking Further with Ford Trends ประจำปีที่ 9 ก็พบว่า ผู้คนทั่วโลกมีความยืดหยุ่น พร้อมปรับตัว และเรียนรู้ที่จะรับมือกับความท้าทายได้ดีเช่นกัน



เข้าสู่ปี 2021 การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติลงเมื่อไหร่ จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำหลายแห่งต่างเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบระยะยาวต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค แม้ไม่อาจคาดเดาอนาคตได้ แต่การเตรียมความพร้อมที่ดี จะช่วยทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สามารถรับมือ และรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้




จากผลสำรวจใน 14 ประเทศทั่วโลก พบว่า ร้อยละ 69 ของกลุ่มตัวอย่างรู้สึกหนักใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อถูกถามว่า มีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีแค่ไหน ร้อยละ 53 กล่าวว่า “ยากกว่าที่คิด” ขณะที่ร้อยละ 47 เห็นว่า “ง่ายกว่าที่คิด” โดยคนรุ่นใหม่รู้สึกถึงความท้าทายมากกว่า ซึ่งร้อยละ 63 ของกลุ่ม Gen Z รู้สึกว่าการปรับตัวยากกว่าที่คิด เมื่อเทียบกับคนยุคเบบี้บูมเมอร์มีความเห็นไปในทางเดียวกันเพียงร้อยละ 42 รายงานเทรนด์ปี 2021 ของ Ford วิเคราะห์รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมและความคิดของผู้บริโภครอบโลกเพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเข้าใจได้ว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อโลกในปี 2021 และปีต่อๆ ไป อย่างไร โดยรายละเอียดอื่นๆ จากรายงานดังกล่าว มีดังต่อไปนี้


ความกดดันรอบด้าน
ผู้คนทั่วโลกรู้สึกวิตกจริต ทั้งความกลัวที่จะติดโรคโควิด-19 และความกังวลว่าโรคร้ายอาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชน การจ้างงาน การศึกษา และอื่นๆ เรื่องของงานและรายได้ ร้อยละ 63 ของผู้คนทั่วโลกกล่าวว่า รู้สึกเครียดมากขึ้นกว่าปีก่อน และ 4 ใน 5 ของคนกลุ่มนี้เห็นว่า ควรดูแลสุขภาพจิตของตนให้มากขึ้น เมื่อมีความตื่นตัวว่าโรคระบาดนั้นอาจกระทบต่อจิตใจ ผู้คนจึงมองหาวิธีสร้างสรรค์ที่จะช่วยเยียวยาและเติมแรงใจให้ตนเองกันมากขึ้น


พื้นที่ส่วนตัว
“วันนี้วันอะไร” กลายเป็นคำถามติดปากไปแล้วเมื่อบรรยากาศการใช้ชีวิตในวันทำงาน และวันหยุดแทบไม่ต่างกัน ผู้บริโภคกำลังหาทางออกจากวงจรชีวิตเดิมๆ ของการเก็บตัวให้พ้นจากโรคติดต่อ และความจำเจของการอยู่บ้าน หลายคนเลือกที่จะเปลี่ยนบรรยากาศโดยใช้ยานพาหนะเป็นทางออก ผู้คนกว่า 1 ใน 4 ทั่วโลกที่เป็นเจ้าของรถกล่าวว่า รถคือพื้นที่ส่วนตัวในการเดินทาง ทั้งทำงานและพักผ่อน และ 1 ใน 5 เลือกใช้รถยนต์เอสยูวี เมื่อต้องการพื้นที่ส่วนตัว และร้อยละ 17 ใช้รถส่วนตัวเป็นพื้นที่ในการทำงาน


เหงาเมื่อต้องห่างกัน
โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภค ยังมีความต้องการรวมกลุ่มกับผู้อื่น และคิดถึงความใกล้ชิดระหว่างกันในอดีต โควิด-19 ทำให้ความเหงาแทรกซึมอยู่ทุกมุมทั่วโลก โดยครึ่งหนึ่งของผู้คนทั่วโลกรู้สึกเหงาบ่อยๆ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่เหงากว่าคนกลุ่มอื่น กล่าวคือ กลุ่ม Gen Z ที่รู้สึกเหงาทุกวัน มีจำนวนมากถึงร้อยละ 64 หรือคิดเป็น 2 เท่าของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ที่ร้อยละ 34 ตอบว่าเหงาอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นหลายคนเริ่มคิดถึงการย้ายที่อยู่ไปให้ใกล้กับครอบครัวมากขึ้น หรือการพยายามสานสัมพันธ์กับผู้คนอื่นผ่านช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์


ใส่ใจช่องว่างทางสังคม
ความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมกันยังคงแผ่ขยายวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อกระทบมากที่สุดต่อชุมชนผู้มีรายได้น้อย ชนกลุ่มน้อย และกลุ่มผู้หญิง เมื่อผู้คนรับทราบถึงความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้น แบรนด์ต่างๆ จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นทั้งนักเคลื่อนไหวและผู้ประกอบการ โดยผู้ใหญ่ทั่วโลกกว่าร้อยละ 76 คาดหวังให้แบรนด์มีจุดยืนต่อปัญหาทางสังคม และร้อยละ 75 มองว่าในปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง









ช็อปวิถีใหม่
วิธีการซื้อและสิ่งที่ซื้อได้เปลี่ยนไปในช่วงการแพร่ระบาดครั้งนี้ บริษัทเล็กใหญ่ต่างต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคก็ต้องปรับตัวและโอบรับชีวิตวิถีใหม่ โดยผู้ใหญ่ทั่วโลกกว่าร้อยละ 75 ชื่นชอบการที่บริษัทต่างๆ ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนประสบการณ์การช็อปปิ้งตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรค ในขณะที่ร้อยละ 41 ไม่ต้องการกลับไปช็อปปิ้งในแบบเดิมอีกแล้ว การช็อปออนไลน์ได้เปิดโลกใหม่ในการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ก็มีการเปิดตัวรถใหม่พร้อมราคา รวมถึงการจองรถทดลองขับที่บางค่ายพร้อมจะจัดส่งให้ถึงบ้าน สำหรับรถยนต์ที่คนส่วนใหญ่เลือกซื้อ ในยุคแห่งความยากลำบากก็คือ รถเล็กราคาถูก รถประหยัดพลังงาน รถเอสยูวี และรถที่สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้เพิ่มเติม ส่วนรถหรูราคาแพง มียอดขายลดลงไปพอสมควร แสดงให้เห็นถึงความระวังในการใช้จ่าย ด้วยการเลือกซื้อรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าและเหมาะต่อสภาวการณ์ในช่วงนี้ 


จุดเปลี่ยนเรื่องการเดินทาง
การแพร่ระบาดของโรคอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกติดอยู่กับที่ แต่ก็ไม่สามารถทำให้หลายคนหยุดนิ่งได้ ยานพาหนะส่วนบุคคลเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จักรยานมียอดขายสูงขึ้น ขณะที่เมืองต่างๆ ก็เริ่มอุทิศพื้นที่บนถนนให้เป็นช่องเดินทางของจักรยานมากขึ้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์ขยับตัวขึ้น จากการที่ผู้คนรู้สึกถึงความปลอดภัย ในการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในรถส่วนตัว ได้มากกว่าการนั่งรถโดยสารที่ต้องนั่งร่วมกับคนอื่นใกล้ๆ นอกจากนี้ เมืองต่างๆ ยังมีการวางแผนเมืองอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ยานยนต์ไร้คนขับ โดยร้อยละ 67 ของผู้คนทั่วโลกเชื่อมั่นว่า ในอนาคตของยานยนต์ไร้คนขับจะได้รับความนิยม ในขณะที่ร้อยละ 68 รู้สึกว่า ถ้าลูกของตนเองนั่งอยู่บนรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะปลอดภัยกว่าการนั่งรถไปกับคนแปลกหน้า


ยึดมั่นในความยั่งยืน
การล็อกดาวน์ทั่วโลกในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้สภาพอากาศดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเราอาจเผลอคิดว่าไปโรคร้ายนี้อาจมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง แต่เพียงไม่นานเราก็ได้เห็นผู้คนทั่วโลกหันมาใช้พลาสติกและวัสดุใช้แล้วทิ้งเป็นจำนวนมากในการป้องกันตนเองจากโรคร้าย ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนยังคงเป็นเรื่องท้าทาย คนรุ่นใหม่จึงมีความสนใจเรื่องนี้กันมาก โดยร้อยละ 46 ของประชากร Gen Z ให้ความเห็นว่าโรคระบาดทำให้เกิดขยะมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 47 กล่าวว่าโรคระบาดในครั้งนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม…