ฟัน 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ.ปืนดุ ยิงเจ้าหน้าที่องค์การเภสัช ดับหน้า สน.ดุสิต


ฟัน 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ.ปืนดุ ยิงเจ้าหน้าที่องค์การเภสัช ดับหน้า สน.ดุสิต

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
1 ม.ค. 2564 15:07 น.

บันทึก
SHARE

บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ยันจับตัว ส.ต.อ.ยิงเจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรมเสียชีวิตที่หน้า สน.ดุสิต ได้แล้ว พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก-ส่งตัวตรวจพิสูจน์สารในร่างกาย และตรวจคราบเขม่าดินปืน ประกอบสำนวนคดี

จากกรณี ส.ต.อ.ธีรยุทธ จันทร์คง หรือริว อายุ 31 ปี ผบ.หมู่ ป.สน.ดุสิต ก่อเหตุยิง นายปิยะพงษ์ รุ่งวิทยากุล อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม เสียชีวิตบริเวณศาลพระภูมิ ศาลตายาย หน้า สน.ดุสิต เสียชีวิตเมื่อคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2564 พ.ต.อ.จตุพร พลภักดี ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ส.ต.อ.ธียุทธ ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดจริง หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนสามารถติดตาม ส.ต.อ.ธีรยุทธ มาดำเนินคดีได้ทันที จากการสอบปากคำพยานเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ตายไม่ได้รู้จักกัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายที่กำลังนั่งดื่มสุราฉลองเทศกาลปีใหม่ร่วมกับเพื่อนอยู่บริเวณหน้า สน.ดุสิต เกิดมีปากเสียงกับ ส.ต.อ.ธีรยุทธ กระทั่งทาง ส.ต.อ.ธีรยุทธ ใช้ปืนยิงผู้ตาย ส่วนปมสังหารครั้งนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ส.ต.อ.ธีรยุทธ 3 ข้อหา ได้แก่ พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต นำตัว ส.ต.อ.ธีรยุทธ ไปตรวจคราบเขม่าดินปืน และตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประกอบหลักฐานในสำนวนคดี

ต่อมา นางจันทร์เพ็ญ สิทธิบุ่น มารดาของนายปิยะพงษ์ พร้อมครอบครัว ได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีอันเชิญดวงวิญญาณนายปิยะพงษ์บริเวณศาลพระภูมิด้านหน้า สน.ดุสิต โดยนางจันทร์เพ็ญเปิดเผยว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ กลัวว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือกัน จากนี้ครอบครัวจะนำร่างของนายปิยะพงษ์ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดจันทร์สโมสรบางกระบือ ต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ น.ส.รัตติยา จันทรประทัก อายุ 30 ปี พยานในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้จัดงานปีใหม่เพื่อจับฉลากของขวัญกัน โดยนายปิยะพงษ์ผู้ตายเป็นเพื่อนของตนที่ชวนให้มาร่วมกินเลี้ยงสังสรรค์ด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่และเพื่อนสาวของตนมาร่วมงานอีกประมาณ 10 คน ระหว่างงานเลี้ยง ส.ต.อ.ธีรยุทธ หรือพี่ริว ได้เข้ามาทักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในงาน ก่อน ส.ต.อ.ธีรยุทธ จะเดินกลับไปตั้งวงดื่มสุรากับเพื่อนที่ด้านหน้าแฟลตตำรวจ จากนั้น ส.ต.อ.ธีรยุทธ ซึ่งมีอาการมึนเมาสุราได้เดินกลับมาที่งานเลี้ยงของกลุ่มตนอีกรอบ เข้าใจว่างานตนมีเพื่อนผู้หญิงเยอะ อาจทำให้ ส.ต.อ.ธีรยุทธ อยากเข้ามาร่วมวงด้วย สักพัก ส.ต.อ.ธีรยุทธ ได้เดินกลับไป กระทั่งกลับเข้ามาอีกเป็นรอบที่ 3 โดยครั้งนี้ นายปิยะพงษ์ กำลังหยอกล้อเล่นกับเพื่อนผู้ชายของตนอีกคนหนึ่งในทำนองที่อยากให้อยู่ร่วมงานจนถึงเวลาเคาต์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ แต่ปรากฏว่าการหยอกล้อระหว่างเพื่อนนั้นทำให้ ส.ต.อ.ธีรยุทธ ได้ต่อว่านายปิยะพงษ์ทำนองว่า อย่าเล่นกับเพื่อนแบบนี้ นายปิยะพงษ์ผู้ตายได้ตอบกลับว่า “ผมกับเพื่อนเล่นกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติ” ทำให้ ส.ต.อ.ธีรยุทธ ไม่พอใจ ตนจึงพยายามเข้าไปไกล่เกลี่ยพูดให้ ส.ต.อ.ธีรยุทธ กลับไปนั่งดื่มเหล้าในวงของตัวเอง ปรากฏว่า ส.ต.อ.ธีรยุทธยังคงมีอาการไม่พอใจ เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี ตนจึงเข้าไปบอกให้นายปิยะพงษ์เข้าไปขอโทษ ส.ต.อ.ธีรยุทธ หวังเพื่อให้สถานการณ์จะได้คลี่คลาย ผู้ตายได้เข้าไปขอโทษแล้วพูดว่า “ผมกับพี่ไม่มีอะไรกันนะครับ” แต่กลับทำให้ ส.ต.อ.ธีรยุทธมีอาการฉุนเฉียวขึ้นมาอีก

พยานที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า กระทั่งเหตุการณ์เริ่มทำท่าบานปลาย ตนได้เข้าไปกอดรัดตัว ส.ต.อ.ธีรยุทธ เพื่อระงับเหตุ กระทั่งมีการชุลมุนกันนายปิยะพงษ์ได้ล้มลง ส.ต.อ.ธีรยุทธ จึงชักปืนขึ้นยิง 2 นัด ขณะเสียงปืนดังขึ้น เพื่อนๆ ที่อยู่ในงานเลี้ยงได้กรูกันเข้ามาเพื่อพยายามห้ามปราม เป็นจังหวะที่นายปิยะพงษ์ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาที่บริเวณหน้าศาลพระภูมิที่บริเวณ สน.ดุสิต จึงถูก ส.ต.อ.ธีรยุทธ ไล่ตามมารัวยิงเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว โดยเพื่อนได้เข้าไปห้ามกดทับตัว ส.ต.อ.ธีรยุทธไว้ จับข้อมือที่กำปืนของ ส.ต.อ.ธีรยุทธไว้กับพื้น ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์คงบานปลายมากไปกว่านี้ อยากให้ตำรวจให้ความยุติธรรมกับผู้ตายด้วย เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้นายปิยะพงษ์ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเล่นอยู่กับเพื่อนในงานเลี้ยง ผู้ตายกล่าวขอโทษแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะหวังว่าเรื่องจะได้จบ แต่กลับถูกกระทำแบบนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 11.20 น. วันเดียวกันนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณี ส.ต.อ.ธีรยุทธ จันทร์คง ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ยิงนายปิยะพงษ์ รุ่งวิทยากุล เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม เสียชีวิตที่หน้า สน.ดุสิต เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทกัน โดยคู่กรณีนั่งทานข้าวอยู่บริเวณที่พักหลัง สน.ดุสิต ต่อมามีปากเสียงจากสาเหตุส่วนตัว ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ที่ทราบเบื้องต้นมีการรับประทานอาหารและมีปากเสียงกัน จากนั้นมีเหตุทะเลาะวิวาท ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนที่พกอยู่ยิงทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย หลังก่อเหตุผู้ต้องหาซึ่งเป็นสิบตำรวจเอกสังกัด สน.ดุสิต ถูกจับกุมได้เบื้องต้นแจ้งข้อหาในความผิดฐานพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยด้วยว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลานอกราชการ ไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์ เป็นการกินข้าวในที่พักหลังสถานีตำรวจ และปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนส่วนตัวของ ส.ต.อ.ธีรยุทธ โดยขณะนี้รอผลตรวจเลือดว่ามีสารอะไรอยู่ในร่างกายบ้าง และผลตรวจคราบเขม่าดินปืน เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.จตุพร พลภักดี ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยอีกว่า ส.ต.อ.ธีรยุทธ ผู้ก่อเหตุใช้ปืนส่วนตัวเป็นปืนพกสั้น ยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. ใช้ก่อเหตุ ในที่เกิดเหตุสามารถเก็บปลอกกระสุนได้จำนวน 3 นัด พบบาดแผลเข้าหน้าอกคนตาย 1 นัด ยืนยันว่าเป็นการก่อเหตุหลังจากออกเวรไม่ได้ไปอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงจริง ส่วนเรื่องสาเหตุหรือเหตุผลในการกระทำความผิด ต้องไปดูที่สำนวนการสอบสวน เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางญาติของฝ่ายผู้เสียชีวิตเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ดุสิต พ.ต.อ.จตุพร กล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทำหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวผู้ต้องหาและฝ่ายผู้เสียชีวิต โดยตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด หลังเกิดเหตุได้ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนรวบรวมหลักฐานในสำนวน.

อ่านเพิ่มเติม…