“พลโทสรภฎ” ขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา “ขุนนิรันดรชัย” หนึ่งในคณะราษฎร 2475


"พลโทสรภฎ" ขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา "ขุนนิรันดรชัย" หนึ่งในคณะราษฎร 2475

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
26 ธ.ค. 2563 15:12 น.

บันทึก
SHARE

“พลโทสรภฎ” ขอพระราชทานอภัยโทษ แทนบิดา “ขุนนิรันดรชัย” หนึ่งในคณะราษฎร 2475 นำทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ ตามที่บิดาได้สั่งเสียไว้

วันที่ 26 ธ.ค.2563 พลโทสรภฎ นิรันดร อดีตรองเจ้ากรมยุทธการทหารบก แถลงข่าวสำนึกผิดแทนบิดา พันตรีเสวก นิรันดร หรือ ขุนนิรันดรชัย หนึ่งในคณะราษฎร 2475 เนื่องจากกระทำการมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ แต่ก็ไม่ได้บอกรายละเอียด เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องที่ส่งผลไปในทางลบ

ข่าวแนะนำ

โดย พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในนามคณะราษฎร 2475 บิดาถูกแต่งตั้งให้เป็นนายกองก่อตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2475 – 2491 ซึ่ง ส.ส.อุบลราชธานี สมัยนั้น อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ บิดาจึงจับ ส.ส. ท่านนั้นโยนน้ำหน้าตึกรัฐสภา ต่อมาบิดาได้ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก่อตั้งธนาคารนครหลวง กระทั่งบิดาได้เป็นประธานธนาคารนครหลวง ในเวลาต่อมา

ก่อนเสียชีวิต พันตรีเสวก นิรันดร ได้สำนึกในความผิด เรื่องแรกคือ ท่านเป็นข้าราชการทหาร แต่ได้เสียน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระมหากษัตริย์ อีกประการ คือ ท่านเป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งท่านได้ทำเรื่องที่มิบังควร ท่านสั่งเสียไว้ว่า อยากจะขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ไม่มีโอกาส เสียชีวิตไปก่อน ด้วยโรคความดันโลหิตสูง และเป็นอัมพาต

จากนั้นตนก็ได้นำเรื่องนี้ปรึกษากับพี่ชาย คือ นายธรรมนูญ นิรันดร ซึ่ง นายธรรมนูญ บอกว่า เป็นโอกาสดี เพราะนามสกุล นิรันดร ก็เป็นนามสกุลพระราชทาน แต่ก็ไม่มีโอกาสอีก เพราะนายธรรมนูญ เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2563

ตนซึ่งเป็นหนึ่งในลูกของ ขุนนิรันดรชัย ที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นข้าราชการของกองทัพบก ตนก็ต้องทำตามความประสงค์ของบิดาที่ได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต ซึ่งก่อนที่เสียชีวิต บิดาเป็นอัมพาต และเชื่อว่าเป็นเพราะเสียน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระมหากษัตริย์ 

จากนั้น พลโทสรภฎ นิรันดร ได้ทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษแทน พันตรีเสวก นิรันดร คณะราษฎร 2475 ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งนี้เพื่อที่วิญญาณของ ขุนนิรันดรชัย จะได้ไปสู่สุคติ และนำความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัว ตระกูลนิรันดร 

ประการสุดท้าย พลโทสรภฎ ระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน อยากให้เยาวชน ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ให้ถ่องแท้ เพราะทุกคนเป็นอนาคตของประเทศ ซึ่งวันนี้ตนก็ได้ทำหน้าที่แทนบิดา ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ ดวงวิญญาณของบิดา จะได้ไปสู่สุคติ

เมื่อถามว่า อนาคตจะมีการคืนทรัพย์สินกลับไปหรือไม่ พลโทสรภฎ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้อง เพราะแม้แต่ชีวิตก็สละให้ได้ แต่ต้องถามความเห็นของหลานๆ และของที่คืนกลับไปต้องบริสุทธิ์ผ่องใส

อ่านเพิ่มเติม…