พบศพลูกเรือประมงจมทะเลที่ชะอำแล้ว 2 ศพ เจ้าของเรือโวย ตร.ไม่ให้แนะนำ


พบศพลูกเรือประมงจมทะเลที่ชะอำแล้ว 2 ศพ เจ้าของเรือโวย ตร.ไม่ให้แนะนำ

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์

21 ก.พ. 2564 13:09 น.

บันทึก
SHARE

เรือประมงคลื่นซัดจมทะเลที่ชะอำ ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 2 ศพในซากเรือแล้ว ด้านเจ้าของเรือโวยไปแจ้งตำรวจแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำไม่ได้ ทำให้แจ้งกู้ภัยล่าช้า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ทันท่วงที

จากกรณีเหตุเรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 จาก จ.สมุทรสาคร ที่อับปางลงบริเวณทะเลชะอำ จ.เพชรบุรี และมีลูกเรือสูญหายจำนวน 4 ราย และรอดชีวิตจำนวน 5 ราย โดยเหตุพบว่ามีลมแรงและคลื่นสูง ขณะที่ทีมชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยกำลังเตรียมอุปกรณ์ เพื่อทำการช่วยเหลือได้รับคำเตือนจากกรมเจ้าท่าว่า จะเกิดพายุลมแรงและคลื่นสูง ต่อมาจึงมีคำสั่งให้ยกเลิกภารกิจ และรีบกลับเข้าฝั่งโดยเร็ว ทำให้วานนี้ (20 ก.พ.) ไม่สามารถจะทำการค้นหาผู้ประสบภัยได้ แต่อย่างไรก็ตามในวันนี้ (21 ก.พ.) จะมีการวางแผนช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ทีมกู้ภัยจะเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุและลงดำน้ำค้นหาผู้ประสบภัยอีกครั้ง

ข่าวแนะนำ


ด้าน น.ส.วราลี สุนทรธงชัย พี่สาวของเจ้าของเรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ซึ่งประสบเหตุ เปิดเผยว่า เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ออกจากท่าเรือที่ ท่าเรือมหาชัย จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 18 ก.พ. จากนั้นทอดสมอรอผลตรวจเช็กโควิด-19 อยู่ที่น่านน้ำทะเลมหาชัย กระทั่งวันที่ 19 ผลการตรวจเช็กผ่าน เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ได้แล่นออกจากมหาชัยมุ่งหน้าไปทะเลปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อเติมน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมัน (น้ำมันเขียว) ซึ่งเป็นน้ำมันที่รัฐบาลจำหน่ายให้กับเรือประมงขนาดใหญ่ในเขตต่อเนื่องที่ห่างจากฝั่งในราคาถูก โดยเดินทางมาด้วยกัน 3 ลำ หลังจากที่เติมน้ำมันเสร็จในวันที่ 19 ก.พ. ขณะกำลังเดินทางกลับเพื่อไปทำการประมงที่ทะเลมหาชัยช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ. ขณะที่เรือทั้ง 3 ลำกำลังแล่นตามกันมา โดยทิ้งช่วงระยะห่างพอสมควร โดยมีเรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 มาเป็นลำดับสุดท้าย


เมื่อถึงที่เกิดเหตุเรือลำที่ 2 ซึ่งแล่นล่วงหน้ามาสังเกตว่าไฟส่องสว่างจากเรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ซึ่งแล่นตามมาได้หายไปประมาณ 8 นาที จึงวนเรือกลับมาดู พบเห็นแต่สิ่งของลอยน้ำอยู่ และพบลูกเรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ลอยคอคออยู่กลางทะเลจำนวน 5 คน จึงรีบช่วยเหลือขึ้นเรือมา โดยลูกเรือเล่าให้ฟังว่าช่วงเวลาดังกล่าวเกิดมีคลื่นขนาดใหญ่กระแทกข้างเรืออย่างรุนแรงทำให้เรือเกิดพลิกคว่ำและจมลงโดยทันที จากนั้นไต๋เรือที่ช่วยลูกเรือไว้ได้โทรศัพท์มาแจ้งตน จึงได้รีบโทรศัพท์ประสานมาที่ สภ.ชะอำ เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นได้รีบขับรถเดินทางจากมหาชัยมาที่ สภ.ชะอำ และเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. โดยแจ้งพิกัดจุดเรือจมที่ได้รับแจ้งมากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเพียงอย่างเดียว และไม่ได้ให้คำแนะนำว่าตนสมควรติดต่อประสานงานหน่วยงานไหนบ้าง


ตนได้นั่งรออยู่ที่หน้าบันไดโรงพักเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงได้เดินทางมาที่ชายทะเลชะอำ บริเวณหน้าวัดเนรัญชราราม ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่ปักหมุดเรือจมที่สุดวัดระยะห่างประมาณ 17 ไมล์ทะเล หรือ 35 กิโลเมตร และติดต่อประสานงานไปยังส่วนต่างๆ ด้วยตนเอง กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. จึงมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเพิ่งได้รับแจ้งเหตุการณ์เข้ามาประสานงานและเริ่มทำการช่วยเหลือโดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ระดมกำลังทยอยเข้ามาสมทบ

“ตนเป็นคนต่างจังหวัดและเป็นผู้หญิง เดินทางเข้ามาแจ้งความที่ สภ.ชะอำ ต้องการคำแนะนำหรือได้รับการประสานงานเพื่อทำการช่วยเหลือลูกเรือของตนที่จมน้ำและกำลังประสบภัย แต่กลับไม่ได้รับคำแนะนำใดๆ จากเจ้าหน้าที่ หากมีการประสานงานทันทีก็อาจจะช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบภัยได้ทันท่วงทีกว่านี้ ทั้งนี้ น.ส.วราลีได้นำบันทึกประจำวัน สภ.ชะอำ ซึ่งมี ร.ต.อ.ปกรณ์เกียรติ ชินเทศ ร้อยเวร สภ.ชะอำ เป็นผู้ลงบันทึก โดยระบุเวลาบันทึก 09.30 น. วันที่ 20 ก.พ. มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย” น.ส.วราลี กล่าว

เจ้าของเรือประมง กล่าวด้วยว่า ปกติภายในเรือลูกเรือทั้งหมดจะใส่เสื้อชูชีพ หรือมีวางไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเช้ามืด คาดว่าทั้งหมดจะถอดเสื้อชูชีพและนอนพักผ่อน เมื่อเกิดคลื่นกระแทกทำให้เรือพลิกคว่ำโดยฉับพลัน อาจทำให้ไม่สามารถคว้าเสื้อชูชีพมาสวมใส่ได้ทันและจมไปกับเรือ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญฯ เจ้าที่ ศรชล. และหน่วยงานต่างๆ ที่ทยอยเข้ามาให้การช่วยเหลือ วันนี้แม้จะไม่พบผู้ประสบเหตุ แต่ตนก็จะยังไม่กลับมหาชัย จะอยู่จนกระทั่งสามารถพบลูกเรือทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับใครอีก หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการช่วยเหลือ และให้คำแนะนำได้รวดเร็วกว่านี้ 


ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ก.พ.2564 หน่วยกู้ภัยปฎิบัติการพิเศษ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายเป็นวันที่ 2 ซึ่งการค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากคลื่นลมแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามดำน้ำทำการค้นหาจนสามารถพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 รายอยู่ภายในเก๋งเรือ ทราบชื่อคือนายเปโปอาว ชาวพม่าอายุ 33 ปี และนายซอฮาวโทน ชาวเมียนม่า อายุ 28 ปี ส่วนนายวรเดช ภักดีจารุภัทร ชาวไทยอายุ 65 ปี ตำแหน่งช่างเครื่อง และนายซานจอตู ชาวเมียนม่า อายุ 32 ปี ลูกเรือยังไม่พบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพขึ้นฝั่ง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากจุดที่เกิดเหตุถึงชายฝั่งชะอำหลังจากนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพขึ้นมา ญาติ และ คนรู้จัก ตลอดจนเจ้าของเรือได้แสดงความเสียใจร้องไห้เศร้าโศก อย่างมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำศพทั้ง 2 ส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง.

อ่านเพิ่มเติม…