พช. หนุนศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ สู่ศูนย์กลางเส้นไหมของประเทศ


พช. หนุนศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ สู่ศูนย์กลางเส้นไหมของประเทศ

ข่าวสังคม

ไทยรัฐออนไลน์
30 ม.ค. 2564 15:22 น.

บันทึก
SHARE

อธิบดี พช. ลงพื้นที่เดินหน้าขับเคลื่อนงานผ้าทอ “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” สืบสาน “อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” หนุนศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ สู่ศูนย์กลางเส้นไหมของประเทศ

ที่ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ จ.นครราชสีมา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเวทีแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนผ้าทอ สนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ร่วมกับกลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ในการขับเคลื่อนกระบวนการ “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” การสืบสาน “อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” และเยี่ยมชมความก้าวหน้าการทอผ้าลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” สู่การพัฒนาภูมิปัญญาอย่างยั่งยืน โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนมีความปลาบปลื้มปีติ ในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระเมตตาห่วงใยพสกนิกรชาวไทย สืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพระราชกรณีกิจด้านงานผ้า และทรงมีพระเมตตาพระราชทานแบบลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสื่อความหมายถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน และมีพระดำริในการดำเนินงาน “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” พระราชทานพระอนุญาตให้กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดกิจกรรมประกวดลายผ้าพระราชทาน กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม สามารถพัฒนาต่อยอด ประยุกต์ได้ทุกผ้าทุกเทคนิค พระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทย โดยมีพระประสงค์ในการอนุรักษ์ผ้าไหมแท้ของไทย และการใช้สีจากธรรมชาติ

พร้อมทั้งพระราชทานหนังสือ Thai Textiles Trend Book ในเรื่องของกระแสแฟชั่นวงการผ้า สี และแนวโน้มที่เป็นที่นิยมในอนาคต แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้การดำเนินงาน “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” โดยผู้ที่เข้ากิจกรรมประกวดลายผ้าพระราชทาน สามารถศึกษาสีได้จากหนังสือเล่มนี้

โดยการประกวดจะมีหลายหลายประเภท ทั้งเป็นการกระตุ้นศิลปินหน้าเก่า และสร้างศิลปินเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งจะชี้แจงแนวทางที่ชัดเจนต่อไป

ข่าวแนะนำ


นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนในการใช้พืชที่เป็นสีธรรมชาติเพื่อย้อมผ้าไหม และผ้าฝ้าย ซึ่งได้แนะนำให้กลุ่มผู้ประกอบการทอผ้าไปศึกษาเรื่องการใช้สีธรรมชาติ จากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ว่าพืชชนิดใดบ้างที่จะสามารถนำมาดำเนินงานเกี่ยวกับการทำสีธรรมชาติกับกลุ่มทอผ้าได้ ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่ เพาะเนื้อเยื่อ การปลูก การสกัด การย้อม การทอ และการตลาด มีศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อพ.สธ. ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพันธุ์พืช พืชที่ให้สีต่างๆ พรโดยกรมการพัฒนาชุมชนจะส่งเสริมให้ทุกชุมชนปลูกพืชที่สามารถนำไปใช้ทำสีย้อมผ้าให้มากเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีวัตถุดิบทำสีย้อมผ้าย้อมไหมพอเพียง

นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ได้วางแนวทางการส่งเสริม สนับสนุน ให้ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ เป็นศูนย์กลางเส้นไหมของประเทศ เพื่อให้ผู้ที่มีความชำนาญในการปลูกไหมเลี้ยงไหมและผู้ที่ความชำนาญในการทอผ้าไหม ได้พบปะเป็นสถานที่มาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ให้เกิดการตกผลึกในเรื่องเส้นไหมไทย เพื่อที่ให้เกิดองค์ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศไทยต่อไป แต่ที่สำคัญที่สุดคือเป็นศูนย์กลางในการวบรวมเส้นไหมแก่กลุ่มทอผ้าตามข้อเสนอของผู้แทนกลุ่มOTOP ด้านผ้า 4 ภูมิภาค

นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเสริมว่า เนื่องจากมีกลุ่มพี่น้องผู้ประกอบการด้านผ้าได้รวมกันต้องการที่จะสนองพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน ที่จะทำเรื่องไหม โดยจะส่งเสริม สนุบสนุน ให้ผู้ที่ถนัดเรื่องการเลี้ยงไหมให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มากขึ้น ส่วนผู้ที่ถนัดเรื่องการทอผ้าก็ให้เน้นด้านงานทอผ้า โดยให้เพื่อคนทั้ง 2 ฝั่งได้เดินหน้าขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อที่จะให้คนมีรายได้มากขึ้นทั้ง 2 ฝั่ง โดยให้ ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ เป็นศูนย์กลางเส้นไหมภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป


นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้แทนศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมหม่อนไหม เน้นไปที่การพัฒนาของเส้น มีการฝึกอบรมการสาวเส้น ให้ได้มาตรฐานของกรมหม่อนไหม คำนึงถึงคุณภาพความสม่ำเสมอของการพัฒนาไหม โดยปัจจุบันมีการพัฒนาไหมไทยพื้นบ้าน ไหม GI ซึ่งเป็นไหมที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของสิ่งทอ และสีธรรมชาติที่มีความคงทนในระดับต่อการค้าได้ เน้นการตรวจสอบมาตรฐานไหม โดยมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในเกษตรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวน 2,768 ราย เฉลี่ยการปลูกหม่อนเฉลี่ยรายละ 2 ไร่ รวมประมาณกว่า 5000 ไร่ และมีกลุ่มที่เลี้ยงไหมเพื่อจำหน่ายไหมรังสด อยู่ประมาณ 200 ราย กำลังการผลิตจำหน่ายมาที่ศูนย์ปักธงชัย ประมาณเดือนละ 30 ตัน ซึ่งสามารถนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนปริมาณความต้องการในการผลิตไหมเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของกลุ่มทอผ้าได้ต่อไปในอนาคต

นายสุทธิพงษ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวสรุปว่า ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ อำเภอปักธงชัย แห่งนี้มีความเหมาะสมในการเป็นจุดรวบรวมเส้นไหมไทยเพราะเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ซึ่งมีองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมีศูนย์เรียนรู้ด้านผ้าไหม และมีอาคารสถานที่ต่างๆ ที่มีศักยภาพ มีความพร้อมที่จะให้พี่น้องกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ทั้งหลายสามารถที่จะมารวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่ายผ้าไหมอยู่แล้ว

ดังนั้น จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนผ้าทอครั้งนี้ ผู้แทนของกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มผ้าไทย จึงมีมติร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่าเหมาะสมที่จะยกระดับให้ ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม และกระจายเส้นไหมให้กับผู้ประกอบการ OTOP ทั่วประเทศต่อไป 

อ่านเพิ่มเติม…