ผู้ว่าฯ มหาชัยสั่งปรับสนามกีฬา เป็น “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” รับคนติดเชื้อครึ่งพัน


ผู้ว่าฯ มหาชัยสั่งปรับสนามกีฬา เป็น “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” รับคนติดเชื้อครึ่งพัน

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
26 ธ.ค. 2563 13:47 น.

บันทึก
SHARE

ผวจ.สมุทรสาคร ออกคำสั่งปรับสนามกีฬากลาง เป็น “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” เพื่อควบคุมโรค ตั้งเป้ารองรับผู้ติดเชื้อ 400-500 คน รายล้อมด้วยบ้านพักข้าราชการระดับสูง และกองร้อย อส. สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย

เวลา 12.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. มีประกาศคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3557 / 2563 เรื่อง จัดตั้งสถานที่ป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 25) เพื่อใช้สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร เป็นที่จัดตั้ง “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” โดยนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ลงนามออกคำสั่ง ตามมติความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563

ข่าวแนะนำ

ข้อความในประกาศดังกล่าวระบุว่า “ด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับจังหวัดสมุทรสาครมีจำนวนแรงงานต่างด้าวที่มาประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว และจำกัดวงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๑) และมาตรา ๓๔ (๗) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่๑) ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๗ (๑) และ (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ ๕๘/๒๕๖๓ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงมีคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ให้จัดตั้งสถานที่ ป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ สนามกีฬาจังหวัด สมุทรสาคร ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยให้ใช้สถานที่นี้เป็น “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร”

ทั้งนี้ ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาต เข้าไปหรือออกจากสถานที่ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศูนย์ห่วงใยคนสาคร) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรค กรณีผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่งด้วยเหตุที่เป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและประโยชน์สาธารณะ หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อผลเสียหายร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามนัยมาตรา ๓๐ วรรค ๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓”

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ศูนย์ห่วงใยคนสาครนี้ เป็นศูนย์ควบคุมโรค รองรับจำนวนผู้ติดเชื้อได้ 400 – 500 คน โดยใช้สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีบ้านพักท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัด และบ้านพักของหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงกองบังคับการกองร้อยอาสาอยู่รายล้อม ดังนั้นจึงเป็นสถานที่เหมาะสมที่จะสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลภายนอกว่า ศูนย์แห่งนี้มีความปลอดภัยเมื่อนำผู้ที่เข้ามาทำงานในจังหวัดแล้วติดเชื้อโควิดเข้ามาพักเพื่อดูแลรักษา จนกว่าผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ตรวจพบเชื้อจะมีการสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมา เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายจึงจะให้กลับออกไปได้ โดยศูนย์แห่งนี้จะมีระบบการดูแลอย่างเข้มแข็ง ทั้งจากเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์แห่งนี้คาดว่าจะพร้อมเปิดศูนย์ได้อีก 2-3 วันข้างหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายวันด้วย เพราะบางวันอาจจะมีมากหรือบางวันอาจจะมีน้อย ขณะเดียวกันเรื่องมาตรการควบคุมบุคคลภายในและภายนอกศูนย์ฯ นั้น ที่เคร่งครัดก็คือ บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนหรือขัดขวางคำสั่งที่ประกาศจะต้องมีโทษทั้งจำและปรับ ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” แห่งนี้ เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการดูแลผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่มากนักเท่านั้น และจะไม่มีการแพร่ระบาดออกไปสู่ภายนอกอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม…