ผู้การฯราชบุรี สั่ง “ให้ออกราชการ” 5 ตร.รีดเงินสาวท้อง เหยื่อโผล่แฉอีก


ผู้การฯราชบุรี สั่ง "ให้ออกราชการ" 5 ตร.รีดเงินสาวท้อง เหยื่อโผล่แฉอีก

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
12 ม.ค. 2564 14:14 น.

บันทึก
SHARE

ผบก.ภ.จว.ราชบุรี มีคำสั่งให้ตำรวจ สภ.โพธาราม 5 นาย ที่ถูกสาวท้องร้องเรียนบุกค้นบ้านยามวิกาล เอาเงินค่าฝากท้องไป 9.5 พันบาท ให้ญาตินำเงิน 3 หมื่นไปเคลียร์คดี ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมดำเนินคดีอาญา ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ขณะที่เหยื่อโผล่อีกราย

จากเรื่องอื้อฉาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ระดับสัญญาบัตร 2 นาย และชั้นประทวน 3 นาย ถูกสาวท้อง 4 เดือน แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เขาดิน อ.โพธาราม ว่าถูกตำรวจทั้ง 5 นายบุกค้นบ้านคืนวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมบังคับให้ส่งเงิน 9,500 บาท ที่เตรียมไว้ฝากครรภ์ให้ โดยอ้างการตรวจค้นคดียาเสพติด และให้ญาตินำเงิน 30,000 บาทไปเคลียร์คดี กระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ได้มีการดำเนินการทางวินัยและคดีกับตำรวจทั้ง 5 นาย เบื้องต้นสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ข่าวแนะนำ

ต่อมาเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ม.ค. 64 ผู้เสียหายที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นายรีดเงินโผล่อีกรายออกมาแฉพฤติกรรม คือ นายวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี เป็นชาว ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม โดยนายวุฒิ ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ มูลพันธ์ รองผกก.สอบสวน หัวหน้าสำนักงาน  ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ดูแลคดี และ พ.ต.ท.พงศกร เข็มราช รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองราชบุรี เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนนายวุฒิ แล้วส่งสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษให้กับ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี

อย่างไรก็ตาม นายวุฒิ ได้กล่าวกับ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ว่า ตนเองเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี จึงบอกว่าหากดูแล้วมีอะไรที่รู้สึกไม่ชอบมาพากลให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะให้เบอร์ไว้ได้เลย แต่หากไม่สบายใจและกลัวมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมจะนำตัวมาดูแล

พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เปิดเผยว่า สำหรับคดีนายตำรวจทั้ง 5 นาย ทาง ภ.จว.ราชบุรี แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคดีวินัย ทาง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พิจารณาแล้วเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรง ให้พิจารณาสอบสวนคดีร้ายแรง เบื้องต้นให้ออกจากราชการไว้ก่อนทั้ง 5 นาย เพื่อที่จะให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ส่วนที่ 2 เป็นคดีอาญา แบ่งเป็น 2 พื้นที่ของ สภ.เขาดิน และ สภ.โพธาราม ทั้ง 2 โรงพักได้ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะสรุปสำนวนเบื้องต้นส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป ซึ่งทาง ป.ป.ช.อาจจะส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ท.ดำเนินการก็ได้ มีกำหนดเวลา 30 วัน

ส่วนกรณีที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความว่า โดนกระทำเหมือนกันจากตำรวจชุดนี้ จะให้ทาง สภ.พื้นที่ได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นต่างกรรมต่างวาระกันไป แล้วถ้าผู้เสียหายเกิดความวิตกกังวลหรือรู้สึกไม่ปลอดภัยทาง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เราจะมีการคุ้มครองผู้เสียหาย โดยจะส่งชุดสายสืบเข้าไปดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ

ขณะที่ นายวุฒิ ผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน และไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนได้มาให้ปากคำกับทางผู้การฯราชบุรี ตนพูดไปตามความจริงที่ให้สัมภาษณ์ไปครั้งแรก ซึ่งทางตำรวจจะประสานทาง สภ.โพธาราม เพื่อสืบสวนเรื่องราวทั้งหมดว่าเป็นความจริงหรือไม่ พร้อมจะประสานขอรถ จยย.คืนให้ ส่วนเรื่องคดีอื่นๆ ตนไม่ติดใจ ขอเพียงได้รถ จยย.คืนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากไม่ได้รถ จยย.คืน ตนจะไปแจ้งความใหม่ และจะร้องไปยังชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อให้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้ามาช่วยเหลือทางคดี ส่วนเรื่องความไม่ปลอดภัยที่ตนกังวล ท่านผู้การฯราชบุรียืนยันว่า จะดูแลความปลอดภัยให้เต็มที่ แต่ตนติดใจเพียงนิดเดียวว่า ช่วงที่ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน มีการเปลี่ยนแปลงในคดี แต่ใบบันทึกประจำวันกลับไม่มีข้อความที่ตนให้ปากคำไว้. 

อ่านเพิ่มเติม…