ปาระเบิดอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา พบเป็น “ประทัดยักษ์” ใส่ตะปู คาดปลุกกระแส

ปาระเบิดอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา พบเป็น "ประทัดยักษ์" ใส่ตะปู คาดปลุกกระแส

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
10 ธ.ค. 2563 15:04 น.

บันทึก
SHARE


ชาย 2 คน ขี่จยย.ขว้างประทัดยักษ์ใส่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน พบประกอบแบบแสวงเครื่อง มีสายชนวน ท่อพีวีซี ตะปูยาว 1 นิ้วครึ่ง คาดเป็นการสร้างกระแสเพื่อปลุกระดมมวลชน เพราะตรงกับวันรัฐธรรมนูญ

จากเหตุเวลา 03.30 น. วันที่ 10 ธ.ค. ร.ต.อ.เกริกเกียรติ คงดี รอง สวป.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุได้ยินเสียงระเบิดภายในอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม ฝ่ายสืบสวน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ข่าวแนะนำ

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในรั้วบริเวณขั้นบันไดขั้นแรก พบรอยหินแกรนิตแตก เศษหินกระจายเกลื่อน มีคราบเขม่าเกาะ ใบบัวในกระถางใกล้เคียงแตกหลายใบ ในที่เกิดเหตุยังพบเศษท่อพีวีซีสีฟ้า และตะปูขนาดยาว 1 นิ้วครึ่งกระจายไปทั่ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

พ.ต.อ.วรศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.05 น. มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจยย.ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนมาจอดริมถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออก ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ แล้วคนซ้อนท้ายลงไปจุดประทัดยักษ์ขว้างเข้าไปในรั้วอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แล้ววิ่งมาขึ้นซ้อนท้ายจยย.ที่จอดรอหลบหนีไป เบื้องต้นแรงระเบิดสร้างความเสียหายไม่มาก ต้องให้ EOD มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบชิ้นส่วนของระเบิด ทำให้ EOD ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง เพราะมีการใส่สะเก็ดที่เป็นเศษตะปูกับดินเทาเข้าไปในท่อพีวีซี จุดชนวนด้วยสาย เป็นระเบิดแรงดันต่ำ รัศมีการทำลายล้างประมาณ 3-5 เมตร ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดถึงเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างเร่งด่วน คาดเป็นการสร้างกระแสเพื่อปลุกระดมมวลชนเพราะตรงกับวันรัฐธรรมนูญ


ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีมีการนัดชุมนุมหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การชุมนุมในเขตกรุงเทพฯวันนี้ 3 จุด คือ 1.บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ผู้แทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ยื่นแจ้งการชุมนุมแล้ว 2.บริเวณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. ตัวแทนกองทุนพัฒนาอาชีพคนพิการ ได้ยื่นแจ้งการชุมนุมแล้ว

3.บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ตัวแทนกลุ่มม็อบเฟส และแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้ยื่นเรื่องถึงผกก.สน.ชนะสงคราม แจ้งจัดการชุมนุมบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แล้ว ซึ่งทั้ง 3 จุดเจ้าหน้าที่ได้กำหนดเงื่อนไข โดยกำหนดให้อยู่บริเวณทางเท้า ไม่ลงมาพื้นผิวการจราจร ห้ามมีป้ายข้อความปลุกระดมยุยง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม ห้ามชุมนุมระยะ 50 เมตรจากทำเนียบรัฐบาล ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าอัตรากำหนด ไม่เกิน 115 เดซิเบล หรือมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 75 เดซิเบล และการชุมนุมจะต้องเป็นไปโดยสงบ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อบ ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีเหตุคนร้ายปาไปป์บอมบ์ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ว่า ทางตำรวจ สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนการสืบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการ

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า การตั้งอุปกรณ์ของตำรวจในการดูแลการชุมนุมนั้น เนื่องจากตำรวจเป็นเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นตำรวจจะมีการพิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสมที่จะตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย ในจุดที่มีการวางแบริเออร์ และลวดหนาม ตำรวจได้พิจารณาแล้วดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย ถ้าหากว่าพิจารณาแล้วเห็นว่าบริเวณใดไม่มีความจำเป็นก็จะดำเนินการรื้อออก หรือมีการอำนวยความสะดวก ซึ่งคงต้องมีการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไป

“เช่น การเดินทางเข้าออกบางจุดก็อาจพิจารณาให้ประชาชนที่สัญจรไปมา หรืออาศัยบริเวณละแวกนั้นได้เข้าพื้นที่ แต่คงไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามา”.

อ่านเพิ่มเติม…