ททท.เรียกความเชื่อมั่นท่องเที่ยวกลับคืน มอบคาถาเด็ด “เที่ยวแบบมีการ์ด” ในช่วงหน้าหนาว


ททท.เรียกความเชื่อมั่นท่องเที่ยวกลับคืน มอบคาถาเด็ด "เที่ยวแบบมีการ์ด" ในช่วงหน้าหนาว

ข่าวทั่วไทย

Advertorial
14 ธ.ค. 2563 14:49 น.

บันทึก
SHARE

“ยุทธศักดิ์” วางทิศทางท่องเที่ยวจากนี้ไปต้องขับเคลื่อนให้ฟื้นคืนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม บนพื้นฐานความปลอดภัยและมีความยั่งยืน ขอนักท่องเที่ยวท่องคาถา “ใส่หน้ากาก การ์ดไม่ตก พกเจลล้างมือ ถือระยะห่างทางสังคม” ไปได้ทุกที่ทั่วประเทศ ชี้หน้าหนาวปีนี้มาเร็ว อาจหมดหนาวเร็ว อย่าพลาดออกไปชมความงามและสูดอากาศบริสุทธิ์


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2564-2565 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นคืนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมบนพื้นฐานของความปลอดภัยและมีความยั่งยืน โดย 2 ปีจากนี้จะเป็นปีแห่งการปรับฐาน ไม่เน้นจำนวนนักท่องเที่ยว ปรับไปมุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ จากนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางไม่มาก แต่จะสร้างรายได้มากขึ้น ด้วยการใช้จ่ายที่สูงขึ้น 30% ในปี 2565 ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่าย 62,000 บาท/คน/ทริป จากปัจจุบันลดเหลือ 47,000 บาท/คน/ทริป และการท่องเที่ยวไทยต่อจากนี้ไปต้อง SEXY มากขึ้น

ถามว่าเซ็กซี่อย่างไร? คำว่า SEXY มากขึ้น นั่นหมายถึง การท่องเที่ยวจะต้องมีความปลอดภัยและสาธารณสุขที่ดี (Safety and Hygiene) คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) ส่งมอบประสบการณ์พิเศษ ทรงคุณค่าและแตกต่าง (Extra Experiences) และเน้นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดผลตอบแทน(Yield)สูง ไม่อยากเห็นคำว่าลดราคา แต่อยากให้มูลค่าที่สูงขึ้น ขายได้ราคา สร้างความยั่งยืน จะเปลี่ยนโฉมการท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน


“การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2563 ทำให้คนทั่วโลกหยุดการเดินทาง ประเทศไทยปิดน่านฟ้าในวันที่ 3 เม.ย.2563 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยจนถึงตอนนี้ หยุดอยู่ที่ 6.7 ล้านคน แม้เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาก็เพียง 1,201 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงปกติมีเดือนละกว่า 3 ล้านคน หายไปเยอะมาก ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้คงอยู่ที่ 332,000 ล้านบาท สอดคล้องกับองค์การการท่องเที่ยวโลกคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบเฉพาะ 8 เดือนแรกของปี 2563 ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศของคนน้อยลง 700 ล้านคน รายได้หายไปไม่น้อยกว่า 730,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ”

ส่วนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศ หลังจากมีโครงการเราเที่ยวด้วยกันช่วยคนไทยเที่ยวมากขึ้น คาดว่าตลอดปี 2563 อาจจะได้ถึง 95 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 400,000 ล้านบาท รวมแล้วในปีนี้จะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 732,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ถือเป็นปีทอง หรือปีประวัติศาสตร์ของการท่องเที่ยวไทย มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด 39.8 ล้านคน สร้างรายได้ 1.9 ล้านล้านบาท คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 166 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 1.1 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกที่รายได้คนไทยเที่ยวไทยเกิน 1 ล้านล้านบาท ทำให้ในปี 2562 มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวถึง 3 ล้านล้าน


ผู้ว่า ททท. กล่าวว่า จากการประชุมกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูการท่องเที่ยวระยะเวลา 2 ปี (ปี 2564-65) เพื่อปลุกการท่องเที่ยวจากเถ้าถ่านให้เกิดใหม่เหมือนนกฟีนิกซ์ (Pheonix Plan) จากการประเมินพบว่า ในปี 2565 การท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวเป็นรูปธรรมได้ 80-90% ของปี 2562 โดยจะมีรายได้รวมประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท โดยคาดว่ากว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเดินทางเข้าประเทศไทยอาจจะเป็นไตรมาส 3-4 ของปี 2564 ที่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว ตลอดทั้งปี 2564 น่าจะมี 8 ล้านคน ส่วนคนไทยเที่ยวในประเทศต้องให้ไม่น้อยกว่า 120 ล้านคนครั้ง เพื่อให้มีรายได้รวม 1.5 ล้านล้านบาท

ฉะนั้น จากนี้ไปต้องให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ และปรับตัวสู่ระบบดิจิทัล สร้างการท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกันทางดิจิทัล ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล ลดช่องว่างทางดิจิทัล รวมทั้งต้องสร้างความสมดุลใหม่เพื่อลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักของนักท่องเที่ยวเช่นที่ผ่านมา ตลอดจนการพัฒนาความเข้มแข็งอย่างสมดุล ซ่อมสร้างวางรากฐาน มีภูมิคุ้มกันเพื่อปรับตัวเข้าสู่วิถีใหม่ และต้องเร่งรัดการเยียวยาให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการต่างๆ ของรัฐอย่างรวดเร็ว ได้ประโยชน์ทั่วถึง เพื่อไปสู่การตลาดที่ดีกว่า สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการให้กลับมามีกำไรอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวต่อไปว่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยขอให้ท่องคาถา “ททท.” เที่ยวได้ทั่วไทย ปลอดภัยไร้โควิด คาถานี้ไม่ต้องบริกรรม แต่ขอให้ทำทุกครั้งที่ออกเดินทางท่องเที่ยว คือ “ใส่หน้ากาก การ์ดไม่ตก พกเจลล้างมือ ถือระยะห่างทางสังคม” ถือเป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่แบบ New Normal นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปได้ทุกที่ทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคเหนือ ทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย เป็นฤดูการท่องเที่ยวหน้าหนาว ขอเพียงการ์ดไม่ตก เพราะปีนี้หน้าหนาวมาเร็ว หากไม่รีบเที่ยว หน้าหนาวอาจหมดเร็วก็ได้


“จ.เชียงใหม่ ช่วงนี้มีสวนดอกไม้ให้ถ่ายรูปสวยๆหลายแห่ง อากาศบริสุทธิ์ จะขึ้นไปเที่ยวบนดอยจะได้สัมผัสความหนาวเย็นแบบที่คนไทยรอคอยปีละครั้ง ส่วน จ.เชียงราย ไปเที่ยวเน้นที่กว้างๆ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายแห่ง ส่วนภาคอีสานก็หนาวไม่แพ้กัน เหมาะไปนอนริมน้ำโขงที่ จ.นครพนม หรือ จ.เลย และขอให้ไปช่วยภาคใต้ทั้งเกาะสมุยและเกาะภูเก็ต ในช่วงหน้าหนาวก็ได้บรรยากาศน่าเที่ยวอีกแบบหนึ่ง”

อ่านเพิ่มเติม…