ตร.สุราษฎร์คุมหนุ่มเมืองคอนมือฆ่าสาวหมกเก๋งทำแผน ยันไม่เจอปืนไม่กระทบคดี


ตร.สุราษฎร์คุมหนุ่มเมืองคอนมือฆ่าสาวหมกเก๋งทำแผน ยันไม่เจอปืนไม่กระทบคดี

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
24 ธ.ค. 2563 14:03 น.

บันทึก
SHARE

ตำรวจสุราษฎร์ธานี ทำแผนหนุ่มเมืองคอน ยิงแฟนสาวเจ้าหน้าที่ กทม.ตายหมกเก๋ง รอง ผบช.ภ.8 ยืนยัน หาอาวุธปืนของกลางไม่พบไม่กระทบคดี พร้อมตั้งรางวัล 1 หมื่นบาทนำอาวุธปืนก่อเหตุส่งมอบ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี แถลงผลปิดคดีพบศพ น.ส.ฐิติรัตน์ หรือเอ้ สีห์ราช เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กลุ่มประเมินผลงาน ส่วนบรรจุแต่งตั้ง สำนักงานการเจ้าหน้าที่ กรุงเทพมหานคร ถูกยิงในรถยนต์เก๋งยาริส สีขาว ทะเบียน 5 กฉ 1397 กรุงเทพมหานคร ถูกจอดทิ้งไว้ที่ริมถนนสายเซาท์เทินน์ ขาเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี บริเวณบ้านเขาพูล หมู่ 5 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเย็นวันที่ 20 ธันวาคม

ข่าวแนะนำ


โดยสามารถควบคุมตัว นายโอชา หรือชา สวนจันทร์ อายุ 39 ปี ชาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.229/2563 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันควร และได้นำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาอาวุธที่บริเวณพื้นที่ถนนเพชรเกษม (บายพาส) ช่วง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่อ้างว่าได้นำใส่กระเป๋าทิ้งไว้ แต่ไม่พบและนำตัวไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดจอดรถทิ้งศพที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวฝากขังศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รองผบช.ภ.8 กล่าวว่า จากการสอบสวน พบว่า น.ส.ฐิติรัตน์ สีห์ราช หรือเอ้ ได้ขับรถคันเกิดเหตุไปรับนายโอชา สวนจันทร์ หรือชา ที่หอพักใน จ.กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ทั้ง 2 จะเดินทางลงใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และเป็นการเต็มใจมาของฝ่ายหญิง เมื่อเดินทางมาถึง จ.สมุทรสาครได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันภายในรถ และเกิดการยื้อแย่งปืนทำให้ปืนลั่นจนแฟนสาวเสียชีวิต และได้ทิ้งอาวุธปืน ก่อนขับรถลงใต้ โดยให้ศพแฟนสาวนั่งพิงไหล่มาตลอดทาง


รองผบช.ภ.8 กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดอยู่ที่พยานหลักฐาน เช่น การตั้งข้อสังเกตว่า ปืนจะลั่นได้อย่างไร 5 นัด โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนก็ต้องมาสอบวิเคราะห์ จากการสอบปากคำ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า อาวุธปืนที่ใช้เป็นขนาด .38 พบหัวกระสุนตกในรถ 2 หัว และฝังในลำตัวผู้เสียชีวิต 3 หัว เชื่อได้ว่าก่อเหตุในรถยนต์เนื่องจากที่บริเวณสายคาดนิรภัย มีร่องรอยกระสุนด้วย

“ในส่วนการค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แต่ไม่พบนั้น เชื่อว่าไม่กระทบต่อคดี เนื่องจากพยานหลักฐานเพียงพอ และตั้งรางวัลนำมอบอาวุธ จำนวน 10,000 บาท สำหรับผู้ที่สามารถนำอาวุธปืนมามอบให้เจ้าหน้าที่ได้” พล.ต.ต.นันทเดช กล่าว.

บทความโดย

อ่านเพิ่มเติม…