จ.ฉะเชิงเทรา ประกาศจุดตึกแถว 12 คูหาที่ท่าข้ามทรุดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ


จ.ฉะเชิงเทรา ประกาศจุดตึกแถว 12 คูหาที่ท่าข้ามทรุดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
3 พ.ย. 2563 15:26 น.

บันทึก
SHARE

เทศบาลตำบลท่าข้ามทำหนังสือให้ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติจากเหตุอาคารพาณิชย์ทรุด สนง.โยธาธิการ จ.ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจพบใช้อาคารผิดประเภท และมีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.63 หลังจากมีเหตุการณ์อาคารพาณิชย์สูงสองชั้น แล้วมีการต่อเติมเป็นสามชั้น ในตลาดบางแสม หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าอาคารมีการทรุดตัวลงเพิ่มเติม ทางนางสมจิตร์ พันธุ์สุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม พร้อม นายพสธร พันธุ์สุวรรณ กำนันตำบลท่าข้าม ผอ.กองช่าง และวิศวกร เทศบาลตำบลท่าข้าม นายคเชนทร์ เที่ยงมณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่พร้อมนายสมชาย จรูญวิรุฬห์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการโยธา สำนักโยธาธิการ จ.ฉะเชิงเทรา นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ


โดยจากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 25 คูหา ซึ่งเป็นแบบเก่า สร้างขึ้นเมื่อปี 2526 โดย 3 คูหา ฝั่งขวามีการทุบตึกออกไปบางส่วนทำให้ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนที่เหลือพบการทรุดตัวของคานด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง มีรอยปูนแตก พื้นแตกตลอดแนว โดยจุดเกิดเหตุเป็นของ นายนรินทร์ สนิทกูล อายุ 54 ปี เจ้าของอาคารที่เกิดร้อยร้าวมากสุด

นายนรินทร์ เจ้าของตึกแถวที่เสียหาย กล่าวว่า ตนเพิ่งจะซื้ออาคารดังกล่าวมาเมื่อปี 2559 โดยมีการต่อเติมเป็นสามชั้นแล้ว และมีการให้คนเช่าทำร้านขายข้าวถ้วยมา 3 ปี แล้วแต่ช่วงหลังมีเสียงลั่นของตัวอาคารถี่ขึ้น จึงนำช่างมาดูก่อนจะนำเหล็กไอบีมมาเสริมคานตรงกลางก็คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว สุดท้ายคนที่เช่าอยู่ก็มาบอกว่าวันนี้พื้นเกิดการทรุดอย่างน่ากลัว และอาคารเริ่มเอียง ในตัวอาคารนั้นมีการเก็บข้าวสาร ถังแก๊ส จำนวนมาก ซึ่งอาจจะเพิ่มน้ำหนักทำให้ตัวอาคารทรุด


หลังจากมีการประเมินพบว่าข้าวสารน้ำหนักประมาณ 1 ตัน ที่อยู่บริเวณชั้นล่างนั้นสร้างน้ำหนักกดคานทำให้เร่งการทรุดตัวจึงต้องรีบช่วยกันขนย้ายข้าวสารออกจากตัวอาคารพร้อมทรัพย์สิน ซึ่งตอนนี้ได้มีการประกาศขยายพื้นที่เป็น 12 คูหา ระหว่างที่ให้เจ้าบ้านเข้าไปเก็บทรัพย์สินก็เกิดเสียงลั่นถึง 3 ครั้ง ทำให้เป็นอาการของการทรุดตัวทำให้ต้องสั่งหยุดการเข้าไปในตัวอาคารทันทีเพื่อความปลอดภัย

นายสมชาย จรูญวิรุฬห์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการโยธา สำนักโยธาธิการ จ.ฉะเชิงเทรา เผยว่า เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นอาคารอายุมากกว่า 30 ปี โดยสร้างเป็นที่อยู่อาศัย แต่มีการดัดแปลงใช้อาคารผิดประเภทเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในตัวอาคาร ทำให้คานที่อยู่ด้านล่างนั้นรับน้ำหนักไม่ได้ และมีการต่อเติมชั้นสามโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องให้ทางเทศบาลตำบลท่าข้ามประสานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างทั้งหมดว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ หรือจะต้องทุบทิ้งเพื่อหยุดการทุรดตัว

ส่วนนายพสธร พันธุ์สุวรรณ กำนันตำบลท่าข้าม ได้ประสานให้ทางเททศบาลตำบลท่าข้ามทำหนังสือเขตพื้นที่ภัยพิบัติส่งให้กับนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้ประกาศพื้นที่จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเร่งด่วน เพื่อป้องกันการสูญเสีย และกันพื้นที่ไม่ให้คนเข้าไปในตัวอาคาร ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบการขออนุญาตการต่อเติม หากผิดก็ต้องทำตามระเบียบก็ต้องให้รื้อถอนภายใน 7 วัน ซึ่งหากไม่สามารถเข้าไปรื้อถอนได้ก็ต้องทำการทุบอาคารทิ้ง.

อ่านเพิ่มเติม…