“จุรินทร์” ชี้ พิษโควิด-19 ไม่กระทบส่งออกอาหารทะเล คุมเข้ม หน้ากากอนามัย


“จุรินทร์” ชี้ พิษโควิด-19 ไม่กระทบส่งออกอาหารทะเล คุมเข้ม หน้ากากอนามัย

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
22 ธ.ค. 2563 14:05 น.

บันทึก
SHARE

“จุรินทร์” ชี้ พิษโควิด-19 ตลาดสมุทรสาคร ไม่กระทบส่งออกอาหารทะเล ยัน กระบวนการผลิตไทยได้มาตรฐาน-ปลอดเชื้อ คุมเข้ม ห้ามค้ากำไรเกินควรหน้ากากอนามัย ขณะขออย่าตีตนไปก่อนไข้ เวทีปรองดองไม่ได้ผล เชื่อ มาถูกทางแล้วแต่ต้องใช้เวลา

วันที่ 22 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเตรียมหน้ากากอนามัยว่า หน้ากากอนามัยมีอยู่ 3 ประเภท คือ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากากผ้า และหน้ากากทั่วไป ซึ่งที่เป็นสินค้าควบคุมมีเฉพาะหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ที่มีอยู่ 2 ประเภท คือ หน้ากากที่ผลิตในประเทศไทย ปัจจุบันมี 30 โรงงาน ผลิตได้วันหนึ่ง 4-5 ล้านชิ้นโดยประมาณ คุมราคาอยู่ที่ชิ้นละไม่เกิน 2.50 บาท และหน้ากากอนามัยที่นำเข้าจากต่างประเทศคุมราคาอยู่ที่ต้นทุนนำเข้า บวกกับไม่เกินร้อยละ 60 ของต้นทุนนำเข้า และจากการตรวจสอบก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ จ.สมุทรสาคร ไม่มีใครจำหน่ายเกินราคาที่ควบคุม หากใครขายเกินราคาควบคุมจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้ กรมการค้าภายในโดยพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดก็ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ แต่สำหรับผู้ที่ทำการกักตุนจะมีโทษหนักกว่า คือ จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยืนยันหากไม่มีการกว้านซื้อด้วยความตื่นตระหนก ความต้องการในตลาดยังไม่มีปัญหา แต่ถึงอย่างไรก็ขอแนะนำผู้ที่ไม่ป่วยให้ใช้หน้ากากผ้า เพราะสามารถซักได้ ส่วนหน้ากากอนามัยควรเป็นเรื่องที่บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ป่วยเป็นผู้ใช้เป็นหลักมากกว่า

ข่าวแนะนำ

เมื่อถามว่า หลังเกิดกรณี จ.สมุทรสาคร หลายพื้นที่มีการขึ้นราคาอาหารทะเล จะมีการควบคุมอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า หลายฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์อย่างเดียว เพราะถือเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้า ตอนนี้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าไปดูแล้วว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร อาจจะต้องหาอาหารทะเลจากแหล่งอื่นไปพลางก่อน และดูราคาไม่ให้เป็นการค้ากำไรเกินควร ตนได้คุยเรื่องนี้ไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนก เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะกระทบการส่งออกหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ตรวจสอบเรื่องนี้ รายงานมาว่าถึงวันนี้ตลาดหลักใหญ่ๆ ยังไม่มีผลกระทบ เพราะกระบวนการผลิตของเรามีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย ปลอดเชื้อ ปลอดจากโควิด-19 ถึงขนาดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถออกเอกสารรับรองปลอดโควิด-19 ให้กับผู้ส่งออก นำไปใช้ในการอ้างอิงคุณภาพอาหารส่งออกได้ และเราจะติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณี นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ออกมาเสนอให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และผบ.เหล่าทัพ ร่วมกันสร้างความปรองดองเพราะการสร้างเวทีปรองดองที่ผ่านมาแม้จะมีรายงานออกมาแต่ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ว่า สุดแล้วแต่ความเห็น แต่สิ่งที่เป็นทางการขณะนี้และมีความคืบหน้าแล้วก็คือคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่าย ที่ประธานรัฐสภาให้สถาบันพระปกเกล้าออกแบบมา สอดคล้องกับความเห็นของรัฐสภา ตอนนี้มีผู้ส่งรายชื่อเข้าไปเป็นลำดับ ทั้งตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนพรรคร่วม ตัวแทนที่ประชุมอธิการบดี ส่วนที่คนเสนอมองว่าเวทีเช่นนี้ไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมนั้น ขณะนี้ยังไม่เริ่มต้นประชุมไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ การสร้างความปรองดองของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เพราะมันเริ่มนับหนึ่งจากความเห็นที่ไม่ตรงกัน จึงต้องใช้เวลาจับเข่าคุยกันแลกเปลี่ยนความเห็นกัน จนกว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นฉันทามติ ต้องใช้เวลา บางประเทศเป็นปีหรือหลายปีก็มี กว่าจะตกลงกันได้ แล้วทำให้บ้านเมืองสงบสุขระยะยาว ประเทศของเราจะไปเป็นผลเลิศว่าเดือนเดียวหรือครึ่งเดือนทุกอย่างจะเสร็จก็คงเป็นไปไม่ได้ ต้องให้เวลา

“ผมคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็มีเวทีให้พูดจากัน ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคต ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง จะสำเร็จล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับองคาพยพทั้งหมด ส่วนที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่เข้าร่วมนั้น ผมอยากให้เข้าร่วม อยากให้เข้ามาคุยกัน เพราะมีเวทีแล้ว ที่บอกว่าอยากเห็นเวทีเกิดขึ้นมันก็มีแล้ววันนี้ และไม่ต้องกังวลจะมีการเอาเสียงข้างมากบังคับเสียงข้างน้อยให้ต้องทำตาม มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น และไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น เวทีนี้ต้องเป็นเวทีแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด เพื่อหาทางออกให้กับประเทศได้จริง” นายจุรินทร์ระบุ

อ่านเพิ่มเติม…