“จาตุรนต์” ยก 6 เหตุผล รัฐบาลไทยต้องไม่นิ่งดูดายรัฐประหารเมียนมา


“จาตุรนต์” ยก 6 เหตุผล รัฐบาลไทยต้องไม่นิ่งดูดายรัฐประหารเมียนมา

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
8 ก.พ. 2564 14:58 น.

บันทึก
SHARE

“จาตุรนต์” ยก 6 เหตุผลและความจำเป็น รัฐบาลไทยต้องไม่นิ่งดูดายรัฐประหารเมียนมา ชี้ ต้องไม่แสดงความเป็นพวกพ้องออกนอกหน้า

วันที่ 8 ก.พ. 2564 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย กรณีการเกิดรัฐประหารในเมียนมา ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า สถานการณ์ที่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา และมีการต่อสู้คัดค้านต่อต้านการรัฐประหารอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลและประชาชนไทยไม่อาจนิ่งดูดายได้ และจะต้องแสดงบทบาทอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยเองและภูมิภาคอาเซียนโดยรวม ด้วยเหตุผลและความจำเป็นหลายประการ ดังนี้

ข่าวแนะนำ

1. อาเซียนมีหลักการที่จะต้องรับรองคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นที่ปรากฏว่าการรัฐประหารนำมาซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ทั้งยังไม่มีหลักประกันว่าจะเลยเถิดไปถึงการปราบการฆ่าประชาชนเมื่อใดและมากมายเท่าใดด้วย

2. หากมีการฆ่ากวาดล้างประชาชนขึ้น นอกจากเป็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหลักการสำคัญแล้ว ยังอาจจะเกิดผู้อพยพลี้ภัยจำนวนมากซึ่งประเทศไทยก็ต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้ลี้ภัยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

3. ไทยกับเมียนมาพึ่งพาซึ่งกันและกันในหลายด้าน ประเทศไทยอาศัยแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาจำนวนมาก ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดจากการรัฐประหารและการปกครองโดยคณะรัฐประหารย่อมส่งผลเสียต่อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันที่เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติและด้านอื่นๆ

4. หากมีการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนและมีปัญหาอุปสรรคที่กระทบต่อแรงงานข้ามชาติ ย่อมจะเกิดผลกระทบอย่างมากต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะประเทศไทย

5. การรัฐประหารครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการมีบทบาทและอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอาเซียนในทางที่ไม่เป็นคุณต่อภูมิภาคอาเซียนเอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยด้วย

6. หากคณะรัฐประหารปกครองประเทศนานออกไป การต่อสู้คัดค้านจะมากขึ้น การบอยคอตจากประเทศต่างๆ อาจมากขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจของเมียนมาและย่อมส่งผลต่อการค้าขายลงทุนระหว่างเมียนมากับไทยด้วย

สิ่งที่รัฐบาลไทยพึงกระทำ

1. รัฐบาลไทยต้องไม่นิ่งดูดายและจะต้องแสดงบทบาทอย่างเหมาะสม เพราะการที่รัฐบาลไทยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อการรัฐประหารในเมียนมาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เป็นการละเลยต่อการรักษาผลประโยชน์ของอาเซียนและของประเทศไทยเอง

2. เลิกอ้างเรื่องการไม่แทรกแซงประเทศอื่นจนกลายเป็นไม่ทำอะไรเลย รีบร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ได้ริเริ่มผลักดันให้มีการหารือกับคณะรัฐประหารในเมียนมาขึ้นแล้ว เพื่อหาทางลดความเสียหายต่อประเทศต่างๆ ในอาเซียนด้วยกัน

3. รัฐบาลไทยควรทำก็คือไม่แสดงความเป็นพวกพ้องกับคณะรัฐประหารอย่างออกนอกหน้า ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนชาวเมียนมาในประเทศไทย ด้วยความเข้าใจว่าการรัฐประหารครั้งนี้คือความเป็นความตายของพวกเขา

“นอกจากผลักดันให้รัฐบาลไทยรักษาผลประโยชน์ของประเทศแล้ว ประชาชนไทยเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนชาวเมียนมา สนับสนุนส่งเสริมให้รัฐบาลประเทศต่างๆ และประชาคมโลกกดดันให้ผู้นำกองทัพเมียนมาล้มเลิกการทำรัฐประหาร หยุดคุกคามจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด หากประชาชนชาวเมียนมาได้รับชัยชนะในการหยุดยั้งการรัฐประหารครั้งนี้ และสามารถนำประชาธิปไตยกลับคืนมาได้ ย่อมเป็นตัวอย่างและกำลังใจให้แก่การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย”

อ่านเพิ่มเติม…