จากนางเอกเอ็มวีสู่เจ้าสาวในชีวิตจริง ปั๊บ จูงมือ ใบเตย วิวาห์หวานชื่น

จากนางเอกเอ็มวีสู่เจ้าสาวในชีวิตจริง ปั๊บ จูงมือ ใบเตย วิวาห์หวานชื่น

บันเทิงข่าวบันเทิง

ไทยรัฐออนไลน์
15 พ.ย. 2563 15:29 น.

บันทึก
SHARE


คบหาดูใจกันมานานหลายปี สำหรับคู่ของ ปั๊บ โปเตโต้ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข กับ ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ โดยในวันนี้ (15 พ.ย. 2563) ทั้งคู่ก็ได้ถือฤกษ์ดีจูงมือเข้าพิธีมงคลสมรส โดยในช่วงเช้าได้การจัดขบวนขันหมาก ต่อด้วยยกน้ำชา และรดน้ำสังข์คู่บ่าวสาว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นของคู่บ่าวสาวป้ายแดง และแขกที่มาร่วมงาน 

โดยในงานวิวาห์วันนี้ทั้งคู่ได้จัดขึ้นที่ ห้องบอลรูม โรงแรม Conrad ถ.วิทยุ และหลังจากเสร็จพิธีการทุกอย่างแล้ว ปั๊บ พร้อมด้วย ใบเตย ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกแห่งความสุขของทั้งคู่ว่า 

ข่าวแนะนำ


ปั๊บ “เป็นความรู้สึกใหม่ครับ ก็คือเหมือนผมไม่เคยรู้สึกว่ามันจะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงชีวิต เพราะเราก็เล่นแต่ดนตรีครับ ความรักมันก็เป็นของคู่เราอยู่แล้วแหละ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าการที่เรามาแต่งงานกัน มันทำให้มีความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นในใจผม ผมก็เลยพยายามกรองว่ามันคืออะไรนะ ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน”

เตย “เมื่อเช้านี้มีแต่ความซาบซึ้งเต็มไปหมด เพราะว่ากับญาติๆ ด้วย กับเพื่อนๆ ด้วย บางทีเราอาจจะไม่ได้คุยกันเรื่องความรู้สึกเยอะเท่าไหร่ จนกระทั่งถึงวันสำคัญของเรา เราได้คุยกันนอกคำพูดที่มันสื่อสารกันด้วยสายตาและความรู้สึก มันมีแต่ความซาบซึ้งเต็มไปหมด”

เมื่อเช้าร้องไห้กันหนักมาก?
เตย “เห็นด้วยเหรอคะ (หัวเราะ)”

ปั๊บ “เออ ผมก็ไม่เข้าใจอะ หมายถึงผมก็เคยไปร่วมงานแต่งงานของพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ผมเคารพแล้วก็เห็นเค้า เราก็สงสัยว่า ร้องไห้ทำไม ก็คบกันอยู่แล้ว ก็โอเคอยู่แล้ว ตอนนี้ผมเข้าใจเลยว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน คือผมเรียบเรียงไม่ถูก ก็คงตื้นตันด้วย ก็รู้สึกขอบคุณคนที่มางานเรา ให้เกียรติเรา

แล้วเค้ามีแต่ความรัก เราไม่รู้จะส่งความรู้สึกนั้นกลับไปยังไง ขอบคุณๆ เรื่อยๆ ทำไมมันรู้สึก เค้าเรียกว่าทำไมเราโชคดีที่มีคนเมตตา คอยสนับสนุน ไม่ใช่แค่ผม 2 คนไง มันก็เลยรู้สึกมันดีมากครับ”


จากนางเอกเอ็มวีวันนั้น มาเป็นเจ้าสาวในวันนี้?
ปั๊บ “ผมก็พอมานั่งทบทวนดู มันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คาดฝัน แต่ถ้ากลับมาย้อนดูมันก็มีความน่ารักอยู่ ก็ต้องเป็นเค้าอะครับ”

วันนั้นทำไมเราถึงเก็บเค้ามา ไม่ทิ้งเค้าไว้กลางทาง?
ปั๊บ “มันเหมือนจังหวะเลย ผมถ่ายมิวสิกวิดีโอเสร็จก็น่ารักดี ผมทำงานกับนางเอกมิวสิกวีดีโอหลายคน ทุกคนก็น่ารัก แต่ก็มีเหตุให้ต้องกลับมาเจอกันอีก แล้วก็โดนบังคับให้เหมือนต้องเอาความรู้สึกมาอยู่ร่วมในจุดเดียวกันอีก มันก็เลยเหมือนตรงนั้นแหละที่ผมคิดว่ามันก็จบแบบในเรื่อง ในเรื่องก็คือกลับมาเจอกัน”

วันนั้นเราเลือกนางเอกมิวสิกวีดีโอเองเหรอ?
ปั๊บ “(หัวเราะ)ผมมีส่วนในการเลือกด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเลือกเองเลย 100% คือทุกคนช่วยกันครับ ตอนแรกจะเป็นน้องอีกคนนึง แล้วน้องเค้าต้องมีธุระไปต่างประเทศต้องไปเรียน ก็ไม่ได้ ที่ค่ายเค้าเคยส่งรูปเตยมา แต่คิดว่าเตยต้องเรตแพง เพราะตอนนั้นเตยเค้าเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าไปแล้ว แต่โชคดีที่เค้ารับ”


คุณแม่เตยเค้าลดราคาให้หรือว่ายังไง?
เตย “อุ๊ย หนูจำไม่ได้แล้ว(หัวเราะ)”

ปั๊บ “ก็ราคาปกติแหละ ก็โอเค คาแรกเตอร์เค้าตรงด้วยครับ”

ตอนนั้นเป็นนางเอกเอ็มวี ตอนนี้เป็นนางเอกในชีวิตจริง เราเคยมองย้อนกลับไปมั้ย?
เตย “คือเรื่องนี้เตยกับพี่ปั๊บคุยกันค่อนข้างบ่อยค่ะ แล้วด้วยในช่วงเวลาระหว่างทางที่เราคบกันมา มันมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งพอเราเหมือนมาตกตะกอนดูแล้ว คุยกันจนเหมือนมันงวดแล้ว เชื่อว่าหลายๆ เรื่องมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มันเกิดขึ้น”

ปั๊บ “มันก็มีหลายเรื่องที่เล่าแล้วดูเว่อร์ๆ สมมติว่าล่าสุดเราไปเจอพี่ที่เราเคารพคนนึงเค้าก็ทำงานอยู่ในโปรดักส์ที่เราทั้งสองคนเป็นพรีเซ็นเตอร์เหมือนกัน แล้วก็คือเคยนั่งคุยกันว่า วงโปเตโต้เกิดจากโฆษณาชิ้นนี้ เตยก็เกิดจากโฆษณาชิ้นนี้ เรามีคนยอมรับแล้วก็เกิดจากโฆษณา แล้วก็มาเจอกัน

ผมก็ยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อ ตัวเตยเองก็ยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์อีก มันก็แปลกดีเนอะ แล้วก็มาเจอพี่เค้าที่เป็นเจ้าของ เออมันก็เป็นเรื่องน่ารักดี รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีก จริงๆ มันก็มีเยอะเหมือนกันนะครับ ถ้าผมเล่าไปมันก็จั๊กจี้พี่ๆ ครับ(ยิ้ม) มันเป็นจังหวะชีวิตแหละ”


อะไรที่ทำให้ ปั๊บ ประทับใจ เตย จนคิดว่า คนนี้แหละ?
ปั๊บ “เอาแบบไม่โกหก ผมว่าเค้าก็น่ารัก อันดับแรกก็คือหน้าตาเค้า รอยยิ้มเค้า เราเห็นแล้วเราก็รู้สึกสบายใจ แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นมันก็เป็นเรื่องของความกตัญญู สิ่งที่เค้าต้องเสียสละให้ครอบครัว

พอเราได้คุยก็รู้ว่าคนที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สุขสบาย เรารู้สึกดีอะ ผมเองอาจจะไม่ได้ลำบากมาก แล้วก็มีพ่อแม่ที่ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย คือเราพอมีพอกิน คือเตยเค้าต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เราก็รู้สึก โอ้ เราอยากดูแลเค้า ใจผมรู้สึกแบบนั้น มันเท่ดี”

เตย “สิ่งที่เตยประทับใจอย่างแรกเลยตั้งแต่ก่อนที่คบกัน คือพี่ปั๊บเป็นคนให้เกียรติทุกคน สมมติเวลาเราอยู่ในกองถ่าย พี่ปั๊บให้เกียรติทุกคน พี่ๆ ในทีมทุกคน พี่ปั๊บน่ารักกับเค้าทุกคน และให้ความสำคัญกับในทุกตำแหน่ง คือตัวเตยเองก็เคยทำงานในตำแหน่งเอ็กซ์ตร้า ค่าตัว 500-800 บาท เราก็พอเข้าใจว่า ตำแหน่งของเราคือการเติมเต็มงานให้ออกมาได้ดี สมบูรณ์ที่สุด

แต่แบบพอเราเห็นมีพี่ที่เค้าเป็นเบอร์ใหญ่มากๆ ให้เกียรติคนตัวเล็กๆ เรารู้สึกประทับใจเค้าตรงนี้ด้วย และอีกเรื่องคือก่อนที่จะคบกัน ช่วงแรกๆ เค้าบอกเตยว่า เราเต็มที่นะ วันนี้เราเต็มที่ยังไง ถึงแต่งงานไปมันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือเค้าก็จะเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจนทุกวันนี้


วางแผนชีวิตครอบครัวยังไงหลังจากนี้?
ปั๊บ “วันมะรืนผมต้องไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วครับ ผมต้องไปทำงานต่อ ใจผมก็อยากมีลูกเหมือนกัน เตยก็ยังติดถ่ายละครอยู่ด้วยครับ มีลูกตอนนี้ก็อาจจะไม่ดี กว่าจะถ่ายเสร็จก็ได้นะ อยากมีเร็วๆ”

เตย “อยากมีค่ะ แต่ก็เดี๋ยวขอเคลียร์งาน ต่างคนต่างให้ว่างก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน(ยิ้มเขิน)”

ประมาณเมื่อไหร่?
ปั๊บ “ก็ต้องอยู่ที่น้ำยาผมด้วยครับ พยายามอยู่ แต่เช็กแล้วๆ(ยิ้มเขิน)”

ฮันนีมูนอาจลำบากนิดนึง มีเคยวางแผนกันไว้มั้ยว่าอยากไปที่ไหน?
ปั๊บ “ไม่เลยๆ”

เตย “อาจจะเป็นเพราะว่าเราสองคนเดินทางกันค่อนข้างเยอะมาก่อนหน้านี้ด้วย ก็เลยไม่ซีเรียสว่าจะต้องที่ไหน”
ปั๊บ “ตอนนี้แค่เหมือนต้องทำงานแล้ว เพราะช่วงก่อนหยุดมาพักใหญ่ แล้วเห็นหน้ากันบ่อยมาก ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยเห็นแล้วด้วยเพราะว่าทำงานหนักทั้งคู่”

ธีมงานวันนี้เป็นยังไง?
ปั๊บ “มันก็เป็นไปแบบเหมือนรวมสิ่งที่ผมกับเตยชอบ เวลาไปเที่ยวผมชอบถ่ายรูป เราก็เอารูปมาใช้ เราชอบวาดรูปเราก็เอางานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ มาผสม เราอยากให้คนเข้ามาเหมือนเค้าไม่ได้มางานแต่ง ให้เหมือนมาสบายๆ มาดู มาฟังเพลง มาคุยกัน มาเจอกัน”

เตย “ส่วนหนึ่งคือเราอยากให้ผู้ใหญ่เค้าได้เห็นสถานที่ที่เราเคยไปเที่ยว ได้เห็นประสบการณ์ที่เราเคยไปเที่ยวมาก่อนด้วย ก็เป็นรูปที่พี่ปั๊บถ่ายเอง”


มีการได้คุยคำมั่นสัญญากันมั้ย?
ปั๊บ “เราคุยกันมั้ย เราได้พูดอะไรกันเปล่า (หันไปถามเจ้าสาว) ก็… ผมคิดว่าการแต่งงานเป็นอีก 1 สถานีที่ตัวผมเองเดินมาถึงแล้ว หลังจากนี้เราต้องศึกษา เรียนรู้ทำความเข้าใจกันเรื่อยๆ ผมกับเตยรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งที่เราใช้ชีวิตด้วยกัน ไม่อยากใช้คำว่าประคองนะครับ ใช้คำว่าร่วมด้วยช่วยกันไปเรื่อยๆ เพราะว่าเหมือนเราพยายามปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

ในสิ่งที่มันเกิดการเปลี่ยนแปลงในตามความเป็นจริงเนอะ แต่วันหนึ่งเราอาจจะโทรหาเค้า เมื่อก่อนอาจจะ 10 รอบ แต่วันนี้อาจจะเหลือ 3 รอบ แต่ 3 รอบนี้มันไม่ได้เกิดจากความไม่เข้าใจกัน ใันเกิดจากบางสิ่งที่อาจจะทำให้เป็นแบบนั้น คือผมว่าเราพยายามปรับตัวไปเรื่อยๆ ดีกว่า ผมตั้งมั่นว่าไม่ว่ามันจะร้ายมันจะดี ก็จะอยู่เป็นบัดดี้ไปเรื่อยๆ

ไม่อยากให้เค้ากังวลเยอะ อยากให้เค้าสบายใจ ลุยไปเต็มที่ ล้มเราก็จะล้มไปด้วยกัน ลุกเราก็จะลุกไปด้วยกัน ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นหลักยึดที่ทำให้รู้สึกว่าเวลาเราเถียงกัน เรายังรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นวันไม่ดี แต่มันก็ไม่ได้แปลว่ามันทั้งหมดไง มันก็มีวันที่ดีเหมือนกัน ก็เราจะพยายามคุยกันแบบนี้ สำหรับผมนะครับ จะดูแลไปเรื่อยๆ รักเตยแหละ เนอะ ลุย”

เตย “อืม… ก็พี่ปั๊บ เราคุยกันตลอด และเราก็คุยกันจริงจัง คุยเรื่องพวกนี้ตลอด เตยเชื่อเรื่องวันนี้ เตยไม่เชื่อคำว่าตลอดไป สุดท้ายเราต้องจากกัน เตยจะทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้”.




อ่านเพิ่มเติม…