จับหลวงน้าที่ลพบุรีคาผ้าเหลือง ทำอนาจารเด็ก หนี ตร.จีวรปลิว สุดท้ายไม่รอด

จับหลวงน้าที่ลพบุรีคาผ้าเหลือง ทำอนาจารเด็ก หนี ตร.จีวรปลิว สุดท้ายไม่รอด

ข่าวทั่วไทย

ไทยรัฐออนไลน์
22 พ.ค. 2563 14:22 น.

SHARE


ตร.ชัยบาดาลและกองปราบ ตามจับพระวัย 50 ตามหมายจับที่สำนักสงฆ์เกาะแก้ว จ.เพชรบูรณ์ คดีทำอนาจารเด็กหญิง 14 ปี แล้วหลบหนี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ โดยให้สึกจากพระก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีช่วงเย็นของวันที่ 21 พ.ค.2563 พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก. พ.ต.ต.วชิระ แก้วศรีบุตร สว.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ร่วมกันจับกุมตัวนายหรือพระศิวกรทรัพย์ กันหา อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 146 ม.1 ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดชัยบาดาล ในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่สำนักสงฆ์เกาะแก้ว อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์


จากการเปิดเผยของ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ชัยบาดาล กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ปกครองของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ได้นำ ด.ญ.เอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าบุตรสาวของตนได้ถูกพระศิวกรทรัพย์ กันหา หรือนายศิวกร อายุ 50 ปี หลอกลวงไปทำอนาจาร โดยเหตุเกิดขึ้นที่ ต.เกาะรัง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี และจากแนวทางในการสืบสวนทราบว่า พฤติกรรมของนายศิวกรขณะบวชเป็นพระสงฆ์ ไม่ได้อยู่ประจำพรรษาตามวัดเป็นที่เป็นทาง และยังมีพฤติกรรมหลอกลวงทำน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา และให้เลขเด็ดอีกด้วย ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนหลายรายหลงเชื่อ เนื่องจากยังครองสมณเพศในผ้าเหลือง

ผกก.สภ.ชัยบาดาล กล่าวต่อว่า ต่อมาน้าสาวและ ด.ญ.เอ ได้รู้จักกับพระศิวกรจนไปมาหาสู่รู้จักกัน โดยในวันเกิดเหตุ พระศิวกรได้เดินทางไปพบ ด.ญ.เอ อยู่บ้านตามลำพัง ขณะไม่มีใครอยู่ จากนั้นได้พูดจาหว่านล้อมชักชวนต่างๆ นานา ว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้จน ด.ญ.เอ หลงเชื่อ นั่งรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กธ 4902 เพชรบูรณ์ ไปกับพระศิวกรสองต่อสอง และเมื่อถึงที่เปลี่ยวลับตาคนได้จอดรถ และใช้อาวุธมีดขู่บังคับให้ ด.ญ.เอ ถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นแล้วลูบคลำตามร่างกายของเด็กหญิงจนพอใจ หลังจากนั้นยังได้พูดจาข่มขู่ไม่ให้ ด.ญ.เอ ไปบอกเรื่องนี้กับใคร มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย และเมื่อ ด.ญ.เอ นำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้ปกครองทราบ จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ


พ.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวอีกว่า หลังจากรับแจ้งความตนเองได้นำกำลังชุดสืบสวนหาข่าวและเร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จนกระทั่งหลังสุดช่วงเช้าทราบว่าพระศิวกรได้เดินทางไปสำนักสงฆ์เกาะแก้ว ม.2 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จึงได้ระดมกำลังชุดสืบสวน สภ.ชัยบาดาล และกองปราบปรามติดตามไปยังสำนักสงฆ์เกาะแก้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง พระศิวกรเกิดไหวตัวเกรงว่าจะถูกจับกุม เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามวิ่งหนีจนจีวรปลิว เพื่อหลบหนีไปตามทุ่งนาและป่าละเมาะ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามวิ่งไล่ติดตามไปไกลประมาณ 200-300 เมตร จึงสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ จนท.จึงแสดงตัวและหมายจับให้ทราบ


ผกก.สภ.ชัยบาดาล กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง จากการตรวจค้นภายในรถยนต์เก๋งส่วนตัว พบสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมทั้งเสื้อกางเกง แต่ไม่พบหลักฐานใบสุทธิในการบวชจากวัดต้นสังกัดแต่อย่างใด จึงได้นำตัวให้เจ้าสำนักสงฆ์เกาะแก้วทำการสึกจากการเป็นพระ ก่อนนำตัวส่ง พ.ต.ท.พิทักษ์ กลิ่นหอม รอง ผกก.สอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม…