คุมไอ้หื่น อนาจาร ด.ญ.6 ขวบ ทำแผน พ่อฝ่าวงล้อมปล่อยหมัด หวิดรุมตื้บ

คุมไอ้หื่น อนาจาร ด.ญ.6 ขวบ ทำแผน พ่อฝ่าวงล้อมปล่อยหมัด หวิดรุมตื้บ

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
13 พ.ย. 2563 14:58 น.

บันทึก
SHARE


รวบ “ไอ้หื่น” ลวง ด.ญ.6 ขวบ ทำอนาจารกลางชุมชนสุขสวัสดิ์ ซอย 22 สารภาพทุกข้อกล่าวหา ค้นประวัติเคยทำผิดอื้อ ตำรวจ 30 นาย คุมทำแผน ป้องเหตุทำร้าย แต่พ่อเหยื่อสุดทน ฝ่าวงล้อม ตร. ปรี่ชกหน้าผู้ต้องหา    

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 พ.ย.63 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อม พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม รอง ผบก.น.8 และตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ แถลงผลจับกุม นายพุทธิพงษ์ ยลประสาน หรือต้น อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ในข้อหา “พยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น” ภายหลังก่อเหตุอนาจารเด็กหญิง อายุ 6 ปี ย่านสุขสวัสดิ์ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ย่านพหลโยธิน กทม. เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากผู้ต้องหาก่อเหตุ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะเกิดเหตุจากกล้องวงจรปิดเพื่อเตือนภัยสังคม 

ข่าวแนะนำ

พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นการอนาจารเด็กหญิงที่อายุไม่เกิน 13 ปี เหตุเกิดครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 8 พ.ย.63 ที่ซอยสุขสวัสดิ์ 22 เป็นบ้านเช่าบริเวณริมคลอง ผู้ต้องหาได้เข้าไปสำเร็จความใคร่ แล้วเรียกเด็กหญิงผู้เสียหายเข้าไป เพื่อกระทำการอนาจาร หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นไว้ได้ หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ได้สืบสวนติดตาม กระทั่งวันที่ 10 พ.ย.63 มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ พบการกระทำความผิดลักษณะเดียวกัน คือ มีชายต้องสงสัย 1 คนไปยืนสำเร็จความใคร่ ลักษณะโชว์ต่อหน้าสาธารณะที่ซอยราษฎร์บูรณะ 22 ใกล้ๆ กับเหตุการณ์แรก ในพื้นที่ของ สน.ราษฎร์บูรณะ ทางฝ่ายสืบสวนจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งสองกรณีมาเปรียบเทียบกัน พบว่าคนร้ายมีตำหนิรูปพรรณพิเศษ ทำให้เชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน คือ สวมถุงเท้าแต่กลับใส่รองเท้าแตะแบบสวมทั้ง 2 เหตุการณ์ แต่เสื้อผ้าเปลี่ยนไป จากนั้นชุดสืบสวนได้ไล่กล้องจนพบเลขทะเบียนรถที่คนร้ายใช้นำไปสู่เจ้าของรถ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาล และติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายพุทธิพงษ์ ไว้ได้ 

จากการสอบสวน นายพุทธิพงษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนที่อยู่ในกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพได้จริง นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติกระทำความผิด 5 คดี แบ่งเป็นในเดือน พ.ค.49 จำนวน 4 คดี ได้แก่ 1. ชิงทรัพย์และพกพาอาวุธ 2. วิ่งราวทรัพย์ 3. กระทำอนาจารฯ 4. อนาจารฯ และคดีที่ 5 ในเดือน มิ.ย.49 ข้อหาอนาจารฯ เพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 16 ก.ย.63 ก่อนมาก่อเหตุซ้ำอีก

ต่อมาเวลา 12.30 น. วันที่ 13 พ.ย.63 พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ และ พ.ต.ท.ชนินทร์ บัวเผื่อนหอม รอง ผกก.ป.สน.ราษฎร์บูรณะ สนธิกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนและสายตรวจ รวม 30 นาย พาตัว นายพุทธิพงษ์ (ผู้ต้องหา) ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ชุมชนสุขสวัสดิ์ ซอย 22 โดยเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังกันอย่างแน่นหนา พร้อมนำหมวกนิรภัยมาสวมใส่ให้ผู้ต้องหา เพื่อป้องกันเหตุรุมประชาทัณฑ์ โดยจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่ให้ นายพุทธิพงษ์ ชี้ตำแหน่งที่ตนเองจอดรถจักรยานยนต์เอาไว้ก่อนเดินเท้าเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนจุดที่ 2 เป็นจุดที่ นายพุทธิพงษ์ ยืนสำเร็จความใคร่และพบเหยื่อเดินผ่านมา ก่อนพยายามกระทำอนาจาร

ทั้งนี้มีรายงานว่า ระหว่างที่ตำรวจกำลังคุมตัว นายพุทธิพงษ์ กลับโรงพักเพื่อสอบปากคำต่อนั้น นายหนก (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พ่อของเหยื่ออดกลั้นไม่ไหว เดินปรี่ฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าไปชกใส่ นายพุทธิพงษ์ 1 ครั้ง โชคดีหมวกนิรภัยที่ตำรวจนำมาสวมให้สามารถป้องกันเอาไว้ได้ จากนั้นตำรวจจึงรีบนำตัว นายพุทธิพงษ์ ขึ้นรถเดินทางกลับ สน.ราษฎร์บูรณะทันที

อ่านเพิ่มเติม…