คดีหนุ่มคลั่ง “ไล่แทงคน” ผู้การอุดรฯ ไม่พาทำแผนหวั่นประชาทัณฑ์

คดีหนุ่มคลั่ง “ไล่แทงคน” ผู้การอุดรฯ ไม่พาทำแผนหวั่นประชาทัณฑ์

ข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
6 ธ.ค. 2563 14:34 น.

บันทึก
SHARE


ผู้การฯ อุดรธานี ระบุเองไม่นำตัวไอ้คลั่งไล่แทงคน ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ เนื่องจากงานนี้ชาวบ้านพกความแค้นแห่มากันอื้อ หวั่นเจอรุมประชาทัณฑ์ ต้องระงับไว้ก่อน ส่วนผลตรวจไม่พบประวัติป่วยอาการทางจิต

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมคำชะโนด ชั้น 2 อาคาร 2 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี, ผอ.รพ.อุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการณ์กรณีพิเศษ ติดตามเหตุ นายอิธิพล อิ่มผึ่ง อายุ 31 ปี ราษฎรบ้านหนองบัวบาน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายผู้คนตามถนนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 6 คน

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี แจ้งในที่ประชุมว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุ 7 ครั้ง เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 6 ราย จุดแรกสี่แยกหลังเรือนจำเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย จากนั้นเลี้ยวรถไปตามถนนนเรศวร ก่อเหตุหน้าร้านอาหารเรื่องของปู แล้วขี่จักรยานยนต์ย้อนกลับมาสี่แยกเดิม เลี้ยวซ้ายไปตามถนนศรีชมชื่น มาก่อเหตุอีกที่หน้ามัสยิด จากนั้นขี่จักรยานยนต์ไปก่อเหตุหน้าโรงเรียนบ้านหมากแข้ง ถนนอำเภอ จากนั้นเลี้ยวขวามาตามถนนศรีสุข ผ่านอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ฯ เข้ามาถนนสุรการ ก่อเหตุก่อนถึงสี่แยกท็อปเวิร์ล เสียชีวิตศพที่ 2 จากนั้นขี่จักรยานยนต์ไปก่อเหตุต่อที่หน้าทางเข้ามูลนิธิส่งเสริมธรรม ถนนโพศรี และที่หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ.ประจักษ์ศิลปาคม จนมาถูกตำรวจจับกุมได้ที่หน้าร้านขายยาก่อนถึงวงเวียนเฉลิมพระเกียรติ ถนนประจักษ์ศิลปาคม 

ข่าวแนะนำ


“จากการพูดคุยกับผู้ต้องหา ไม่พบว่ามีอาการทางประสาท โดยเจ้าตัวระบุว่าเสพยาบ้ามา จึงได้ส่งตัวมาตรวจที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ทั้งในเรื่องตรวจสารเสพติด และสารมึนเมาอื่นๆ ซึ่งยังต้องรอผลการตรวจอยู่ รวมทั้งให้แพทย์จิตเวชตรวจ เมื่อตรวจไม่พบอาการทางจิต ช่วงเกิดเหตุอ้างจำอะไรไม่ได้ ได้สอบถามถึงสาเหตุ เพราะผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นหญิง 7 คน ชายเพียงคนเดียว แต่ยังไม่รู้ถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ ได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยตำรวจจะไม่เอาตัวไปชี้จุดเกิดเหตุหรือทำแผน เพราะชาวบ้านยังมีอารมณ์โกรธแค้นอยู่” 

พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี และจิตแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี ระบุว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษา จากอาการบาดแผลที่เกิดขึ้น อนุญาตให้เดินทางกลับบ้าน พร้อมเสนอให้ลดความโกรธของสังคม และหาทางป้องกัน ส่วนการตรวจผู้ต้องหาทางจิตเวช ที่อ้างว่าเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิต ตรวจสอบไม่พบประวัติที่อุดรธานี และที่อ้างว่าไปตรวจรักษาที่ จ.ปราจีนบุรี ก็ตรวจสอบไปไม่พบประวัติการรักษาเช่นกัน การตรวจสภาพทั่วไปไม่พบอาการป่วยทางจิต และได้นัดตรวจอีกครั้งในวันจันทร์

นพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงษ์ รองนายแพทย์ สสจ.อุดรธานี ชี้แจงว่า การให้ความช่วยเหลือใน 3 ส่วน 1. การรักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง ทั้งใน รพ.อุดรธานี และการส่งต่อไปยัง รพ.ชุมชน, 2. การดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และครอบครัว ในเรื่องสุขสภาพจิตต่อเนื่อง และ 3. การแก้ปัญหาสังคมโกรธแค้นจากปัญหาสารเสพติด

ขณะที่ พมจ.อุดรธานี และบ้านพักเด็กอุดรธานี แจ้งว่าได้ติดตามหลังเกิดเหตุ ญาติผู้เสียชีวิตยังไม่สะดวกให้ข้อมูล จะได้ติดตามให้ความช่วยเหลือเยียวยาวันนี้ รวมทั้งออกเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย ส่วนยุติธรรม จ.อุดรธานี แจ้งว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับสิทธิเงินทดแทนจากกองทุนยุติธรรมไม่เกิน 110,000 บาท รวมทั้งเหล่ากาชาดอุดรธานีเตรียมเดินทางให้กำลังใจผู้ได้รับผลบกระทบทุกราย

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดก็ต้องมาช่วยกันดูแล โดยเฉพาะครอบครัวที่รับผลกระทบ ทั้งในฐานะของหน่วยงานรัฐ ที่ต้องให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว จึงมอบหมายรองผู้ว่าฯปราโมทย์ ธัญพืช เป็นผู้ดูแล และในฐานะเราเป็นคนในชุมชน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องข้าวของเงินทอง แต่หมายรวมทั้งเรื่องจิตใจ เมื่อผู้รับผลกระทบเสียใจ เราจะต้องเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ส่งคนไปอยู่กับเขา คนอุดรธานีมาร่วมให้กำลังใจกัน สำหรับงานศพของผู้เสียชีวิต 2 ศพ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จะขอเข้าไปดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย 


หลังการประชุม พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง ได้สอบถามผู้ต้องหาที่มีสติสัมปชัญญะ แต่เนื่องจากทางตำรวจต้องการหลักฐานทางการแพทย์ จึงส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ให้แพทย์ตรวจทางกายภาพ ปัสสาวะ เลือด ในร่างกาย รวมทั้งการตรวจจิตเวช ที่จะต้องมีหลักฐานประกอบในการดำเนินคดีว่า ผู้ก่อเหตุมีสติสัมปชัญญะ รู้ผิดชอบชั่วดีหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลทางการแพทย์ จึงจะยืนยันได้ 

“ส่วนพยานหลักฐานมีประจักษ์พยาน ภาพวงจรปิด พยานบุคคล อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ ที่เพียงพอกับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ ส่วนข้อหานอกจาก ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว ยังมีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งคนบาดเจ็บต้องรอผลจากทางโรงพยาบาล เพราะมีผู้บาดเจ็บบางรายที่บาดเจ็บเล็กน้อย หรือ ต้องมีการรักษาเกินกว่า 20 วัน ซึ่งจะเป็นเหตุผลในการแจ้งข้อกล่าวหา และผู้ต้องหาก่อเหตุหลายจุด ที่ทำร้ายผู้อื่นถึง 8 คน และในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 ศพ ทางศาลอาจจะมีการพิจารณาลงโทษบทหนัก”

พล.ต.ต.พิษณุ เปิดเผยอีกว่า ส่วนการทำแผนประกอบสำนวนนั้น คงไม่นำผู้ต้องหาไปนำชี้ที่เกิดเหตุ เพราะต้องใช้ดุลพินิจที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากจะไปสร้างความโกธรแค้นให้กับประชาชนได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ต้องระงับไว้ก่อน แต่พยานหลักฐานมีเพียงพอในการดำเนินคดี การฝากขังจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังในวันจันทร์ เป็นการฝากขังครั้งที่ 1 และจะมีการคัดค้านการประกันตัว เพราะผู้ต้องหามีอาการไม่ปกติ ซึ่งทางศาลก็จะพิจารณาอีกครั้ง แต่ทางตำรวจก็จะค้านการประกันตัว

“เบื้องต้นได้มีการติดต่อนำญาติของผู้ต้องหามาสอบสวนคือ ลุง ทางเจ้าหน้าที่มีการสอบสวนพยานไว้แล้ว ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีแรงจูงใจในเรื่องความโกธรแค้นกับเพศหญิงเป็นที่ตั้ง เพราะในการก่อเหตุผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่ก็ยังไม่ทราบข้อมูลลึกกว่านี้ เพราะผู้ต้องหายังถามคำตอบคำ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนร่วมกับทางแพทย์ เพื่อหาแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ต้องหาต่อไป” ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม…