กมธ.ตำรวจ สภาฯ เชิญ ผบ.ตร.-ผบช.น. แจงคุมสถานการณ์ม็อบ จ่อถามปมฉีดน้ำผสมสี

กมธ.ตำรวจ สภาฯ เชิญ ผบ.ตร.-ผบช.น. แจงคุมสถานการณ์ม็อบ จ่อถามปมฉีดน้ำผสมสี

ข่าวการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์
3 พ.ย. 2563 15:19 น.

บันทึก
SHARE


โฆษก กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เชิญ ผบ.ตร.-ผบช.น. ชี้แจง 5 พ.ย.นี้ กรณีเข้าควบคุมสถานการณ์ผู้ชุมนุม จ่อถามปมฉีดน้ำผสมสี รวมถึงเบี้ยเลี้ยงข้าราชการชั้นผู้น้อย

วันที่ 3 พ.ย. 2563 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขต กทม. จนเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2563 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถใช้มาตรการเร่งด่วนเข้าระงับยับยั้งการกระทำที่อาจนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย กระทั่งเหตุการณ์อันเป็นเหตุให้ดำเนินการดังกล่าวได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ทั้งนี้ ในระยะเวลาที่มีการชุมนุมของประชาชน ทั้งในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและช่วงเวลาปกติ ตำรวจเป็นกำลังหลักและมีบทบาทสำคัญในการเข้าควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย กมธ.การตำรวจ ผู้แทนราษฎร ห่วงใยต่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยภายใต้กรอบและมาตรการตามกฎหมาย โดยวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. จะเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มาชี้แจงถึงกรณีการชุมนุมใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1. ขั้นตอนในการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดในการดูแล และควบคุมการชุมนุมสาธารณะ
2. มาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยกรณีเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม
3. ขั้นตอนการดำเนินการของจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

“จะมีการถามเรื่องการฉีดน้ำผสมสี รวมถึงเรื่องเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ที่ปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ ทั้งนี้ กมธ.การตำรวจ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่มีม็อบชนม็อบ หรือมีการทำร้ายบุคคลที่ไปเดินในม็อบฝั่งตรงข้าม อาทิ สีเสื้อ หรือการเข้าไปแสดงสัญลักษณ์ จึงอยากถามว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตรการเตรียมรับมือในเรื่องนี้อย่างไร เพราะถ้ามีการทำร้ายร่างกายแม้แต่คนเดียวก็เกรงว่าจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้สถานการณ์บานปลายได้ ซึ่งทางตำรวจ หรือสายสืบ ควรระวังจุดนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเสี่ยงอันตรายมาก”.

อ่านเพิ่มเติม…