TACC – ซื้อ

คาดกำไรงวด 3Q63 ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

  • คาดกำไรงวด 3Q63 เติบโต YoY QoQ และทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส เราคาดรายได้จากการดำเนินงานและกำไรสุทธิงวด 3Q63 ราว 4 ลบ. -4%YoY +10%QoQ และ 50.3 ลบ. +22%YoY +5%QoQ โดยคาดรายได้หดตัว YoY เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ฟื้นตัว QoQ หลังจากผ่านพ้นช่วง Lockdown และคาดผลประกอบการ 2Q63 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี นอกจากนี้ คาดรายได้จาก Character Business ในการขายสิทธิ์ตัวการ์ตูนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 3-5% ของรายได้รวม จะเริ่มกลับมารับรู้รายได้หลังจากลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อในช่วง 2Q63 ขณะที่ เราคาดกำไรในงวด 3Q63 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ และเป็นกำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส โดยเราใช้สมมติฐาน %GPM ที่เติบโตขึ้นมาที่ระดับ 35% จากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30-31% จากการปรับ Product Mix และการขาย Topping อโลเวร่า ซึ่งเป็นเมนูเสริมบนเครื่องดื่ม นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งปรับเพิ่มขนาดไซส์แก้วสำหรับเครื่องดื่มในมุม All Café เป็น 22 oz. จากเดิมที่มีเพียง 16 oz. บาท โดยบริษัทได้ลองทดสอบตลาดสำหรับการปรับไซส์แก้วไปแล้วราว 2,000 สาขาในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี และตั้งแต่เดือน ก.ย.ปรับเพิ่มการขายเป็น 7,800 สาขาทั่วประเทศ

  • คาดกำไรทั้งปี 63 เติบโต 19%YoY แม้ COVID-19 กดดัน เราคาดรายได้ปี 63 ราว 1,372 ลบ. หดตัว 10%YoY เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ประกอบกับช่วง Lockdown เมืองในช่วง 1H63 ส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่เริ่มทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ 2H63 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงทำอัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) อยู่ในระดับดีราว 5% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 30.7% จากการปรับ Product Mix และการขายสินค้าใหม่ที่มีมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราคาดกำไรปี 63 ราว 193 ลบ. (กำไร 1H63 คิดเป็น 47% ของประมาณการปี 63) +19%YoY นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งได้รับงาน OEM ในการขายผงชงเครื่องดื่มให้กับ บมจ.เถ้าแก่น้อย ซึ่งเป็น Upside จากประมาณการ ส่วนปี 2564 เราคาดรายได้และผลประกอบการราว 1,579 ลบ. และ 227 ลบ. ตามลำดับ กลับมาเติบโตในระดับปกติที่ 15% และ 17% ตามลำดับ

  • แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 64 ราว 50 บาท

        เราประเมินราคาเหมาะสม TACC ด้วยวิธี Prospective PER ที่ระดับ 20.2x ณ ระดับ -0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี พร้อมกับประเมินกำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 64 ราว 0.37 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมปี 64 ราว 7.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบันเราจึงแนะนำซื้อ

 

ความเสี่ยง

       1) การแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่รุนแรง

       2) รายได้กว่า 90% พึ่งพาร้าน 7-Eleven

       3) สัญญา San-x (Character Business) สิ้นสุดปี 2565

  • อินโดฯสั่งเก็บVATบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ

  • มอบ 'ดีเอสไอ' ตรวจสอบที่ดิน 'ศรีพันวา' ตามขั้นตอน

  • ยุโรปอาจยังไม่มีวัคซีนต้านโควิดปีนี้