บล.เอเซียพลัส คาดดัชนีหุ้นไทยเดือนก.ย. ส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังหั่นกำไรลงรอบสุดท้าย คาดฟันด์โฟลว์ไหลกลับและสภาพคล่องในประเทศช่วยหนุน

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยช่วงเดือน ก.ย. นี้ คาดว่าจะเห็นดัชนี SET ปรับตัวขึ้นได้ หลังจากที่ความเสี่ยงจากการปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้โดย Consensus เริ่มชะลอลง เช่นเดียวกับคาดการณ์กำไรปี 2564 ที่ชะลอลงเช่นกัน

สำหรับกำไรของ บจ. ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ที่ระดับ 1.17 แสนล้านบาท ลดลง 46% จากปีก่อน เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี หากเทียบกับไตรมาส 2 ในอดีตที่ผ่านมา บล.เอเซียพลัส จึงได้ปรับลดคาดการณ์กำไรลงมาจากก่อนหน้านี้ที่ 64 บาทต่อหุ้น เป็น 56.65 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่ Consensus ประเมินไว้ราว 59 บาท

“การปรับลดกำไรบจ.รอบนี้ น่าจะเป็นการปรับลดกำไรรอบสุดท้ายในปีนี้แล้วของฝ่ายวิจัย ซึ่งกำไรที่ต่ำมากในปีนี้จะทำให้การฟื้นตัวในปีหน้าสูงขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโต 28% บนฐานกำไร 76.7 บาทต่อหุ้น และทำให้ SET มีแนวโน้มดีดกลับได้แรง หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้”

โดยปัจจัยหนุนสำคัญคือ เงินลงทุนต่างชาติมีโอกาสทยอยไหลเข้ามากขึ้น และในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แม้ไทยเผชิญกับปัจจัยกดดันจากการเมืองและมีการตรวจพบโควิด-19 รายใหม่ แต่แรงขายของต่างชาติยังน้อยเมื่อเทียบกับแต่ละเดือนก่อนหน้านี้ และปัจจุบันอัตราส่วนการถือครองของต่างชาติอยู่ที่เพียง 26.13%

ประเมินแนวรับสำคัญของ SET บริเวณ 1,300 จุด ส่วนแนวต้านคือ 1,335 จุด ทั้งนี้มองว่าความเสี่ยงขาลงค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมาตรการ Uptick rule ที่ช่วยค้ำยันตลาด และในกรณีที่การเมืองร้อนแรงอาจจะกดดันให้ SET ลดลงราว 4% ซึ่งมองว่าดัชนีน่าจะไม่ต่ำกว่า 1,270 จุด ในมุมกลับกัน หากดัชนีทะลุระดับ 1,335 จุด ขึ้นไปได้ จะมีเป้าหมายที่ 1,385 จุด

  • 'พิชัย' มอง 'ปรีดี' ลาออก เหตุปัญหาเศรษฐกิจ จี้ 'นายกฯ' ลาออกตาม

  • ศบศ.อัดงบ 6.8 หมื่นล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินจับจ่ายคนละ 3 พันบาท

  • เดินหน้า! ลุ้นแจกเงิน 15 ล้านคน ช้อป 80,000 ร้านค้า กระตุ้นเศรษฐกิจ

อีกปัจจัยหนุนคือเงินฝากในระบบปัจจุบันอยู่ที่ 15.52 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่ามาร์เก็ตแคปของ SET ในปัจจุบัน ที่กว่า 14 ล้านล้านบาท จากสถิติที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่เงินฝากสูงกว่ามาร์เก็ตแคป SET หลังจากนั้นเงินจะเริ่มไหลเข้ามาในตลาด และดันให้ SET ฟื้นตัวได้ ประกอบกับ Earning Yield Gap ที่สูงราว 5% อิงจากดัชนีราว 1,320 จุด ทำให้ SET มีเป้าหมายระยะยาวที่ 1,450 จุด แต่หากอัตราดอกเบี้ยมีการปรับลดไปต่ำกว่า 0.5% จะทำให้เป้าหมายของ SET ขยับขึ้นเป็น 1,500 จุด

“หากเปรียบเทียบวิกฤติในครั้งนี้กับปี 2551 จะเห็นว่าค่อนข้างจะคล้ายกันในส่วนของการปรับลดกำไรบจ.ลงต่อเนื่อง แต่จุดที่แตกต่างกันคือ ครั้งก่อนเงินไหลออกจากระบบการเงิน แต่ครั้งนี้เงินยังคงอยู่ในระบบจำนวนมาก หากนักลงทุนเริ่มเห็นแล้วว่าจุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน นักลงทุนจะกล้าโยกเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้น และอาจจะทำให้เห็นเงินทุนดันตลาดให้ปรับตัวขึ้นแรงได้”