เป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่มีการระบาดของ COVID-19 เกิดขึ้นทำให้อุตสาหกรรมทั่วโลกเกือบทุกตัวทำงานได้ยากขึ้น ซึ่งก็รวมถึงแอปเปิลเองด้วย และดูเหมือนจะหนักกว่าใครเขาเลยเพราะฐานการผลิตสินค้าหลักของแอปเปิลอยู่ที่จีนแหล่งระบาดใหญ่

โดยล่าสุดมีรายงานของ The Wall Street Journal ได้เปิดเผยว่าวิศวกรของ Apple ในประเทศจีนต้องรับผิดชอบมากขึ้นในช่วงการระบาดของ COVID-19 เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางและการล็อกดาวน์ทำให้ Apple ไม่สามารถส่งวิศวกรของสหรัฐฯ ไปยังประเทศจีนได้มากเท่าที่ควร

แม้ว่าเรื่องสำคัญๆ เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์จะยังคงได้รับการจัดการที่สำนักงานใหญ่ของ Apple ในแคลิฟอร์เนีย แต่รายงานดังกล่าวอ้างว่า Apple ได้ค่อยๆ มอบอำนาจให้วิศวกรในจีนในการแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับข้อมูลจากพนักงานในสหรัฐฯ น้อยลง

มีรายงานเสริมว่า Apple ได้ใช้การสนทนาทางวิดีโอเพื่อสื่อสารกับพนักงานชาวจีนจากระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาในโรงงานและอื่น ๆ เพื่อพยายามให้ทันกับวงจรผลิตภัณฑ์ประจำปี ซึ่งรวมถึง iPhone รุ่นใหม่ๆ ในแต่ละปี

ทั้งนี้จีนได้กำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวดและหรือล็อกดาวน์ในเมืองต่างๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และเจิ้งโจว ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเดือนที่แล้ว Apple เตือนว่ารายรับประจำไตรมาสในเดือนมิถุนายนจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงข้อจำกัดด้านอุปทานที่เกิดจากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับ COVID และการขาดแคลนซิลิกอนทั่วทั้งอุตสาหกรรม Apple กล่าวว่าคาดว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะส่งผลให้รายรับในไตรมาสนี้มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ถึง 8 พันล้านดอลลาร์

การหยุดชะงักดังกล่าวส่งผลให้มีการประมาณการการจัดส่งที่ยาวนานสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple หลายอย่าง เช่น MacBook Pro, iPad Pro และอื่นๆ เหมือนที่เราได้เห็นในช่วงเวลาที่ผ่านมา