ปัจจุบัน โลกเรามีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ชีวิตที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหากอยากสัมผัสประสบการณ์ความสะดวกสบาย ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่าถูกสร้างและพัฒนาขึ้นในทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว บางอย่างมีมาพักใหญ่แล้วแต่เราเพิ่งจะรู้ว่ามันมี เพราะเพิ่งจะเป็นกระแสที่มีคนพูดถึงหนักมากในโลกออนไลน์ หรือเพิ่งมีเวอร์ชันที่ใหม่กว่ามาให้ลอง มันจึงดูเป็นของใหม่ที่ควรค่าแก่การไปหาลอง

เหมือนกับเทคโนโลยีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ Vending Machine ของแบรนด์หนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมและถูกพูดถึงจนเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียในขณะนี้ จริง ๆ บ้านเราก็มีตู้ขายสินค้าอัตโนมัติลักษณะนี้มานานมากแล้ว เพียงแค่คนไม่ค่อยจะสนใจ แต่ทำไมจู่ ๆ ตู้ Vending Machine ของแบรนด์นี้กลับได้รับผลตอบรับดีมาก ถูกพูดถึงในด้านบวกจนต้องไปหาทำความรู้จัก และดูเหมือนจะเป็นการจุดประกายให้กับธุรกิจที่ใช้ตู้ Vending Machine ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าลงทุนในอนาคต

ตู้ Vending Machine ของแบรนด์ที่ว่าก็คือ ตู้กดกาแฟเต่าบิน ตู้กดไอศกรีมไผ่ทอง และตู้กดอาหารสำเร็จรูปที่หลาย ๆ เจ้ากำลังพัฒนาออกมาสู่ตลาด ตู้ที่มอบความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังให้ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจากการใช้งานด้วยตนเอง ทำให้ช่วงนี้คนตามหาตู้เหล่านี้ไปทุกหนทุกแห่ง และมีคอนเทนต์เกี่ยวกับตู้พวกนี้มากมาย

เป็นของเล่นใหม่ในเมืองไทย

ปกติแล้ว เมื่อพูดถึงพวกตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ หลายคนนึกถึงญี่ปุ่นเป็นที่แรก ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่น อ่านการ์ตูนญี่ปุ่น หรือเคยศึกษาความเป็นญี่ปุ่นก่อนไปเที่ยว ก็จะรู้ว่าที่นั่นมีตู้กดนู่นนั่นนี่มากมายเต็มไปหมด กดได้ตั้งแต่ของกิน ของใช้ ของเล่น ของที่ระลึก แบบว่ามีตู้พวกนี้ตั้งอยู่เกลื่อนแทบจะทุกหัวมุมถนน แต่สำหรับบ้านเรา ตู้แบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไรนัก ประการแรกคือมันมักจะมีอยู่แค่ในเมือง อีกทั้งวิถีชีวิตของเราก็เคยชินกับการเดินเข้าไปใช้บริการในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่หาได้ทั่ว ๆ ไปมากกว่า

และที่สำคัญคือบ้านเราเป็นเมืองแห่งสตรีทฟู้ด เราหาของกินข้างทางได้ง่ายมาก จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพวกตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติมากนัก ทำให้ก่อนหน้านี้ตู้ Vending Machine ในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงตู้ที่จำหน่ายพวกขนมแห้ง ๆ น้ำขวด น้ำกระป๋อง หรือตู้กดกาแฟแบบที่ชงสำเร็จ ด้วยความที่ชงตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ มันจึงเสียรสชาติไปหมดแล้ว ดีไม่ดีมีแถมมดมาให้ด้วย ดูไม่ค่อยน่าใช้บริการ เราจึงไม่ค่อยจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากตู้ Vending Machine เท่าไรนัก ของไม่สดใหม่ ความกังวลใจเรื่องคุณภาพและความสะอาด เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่าย

จากภาพที่เราเห็น ตู้ Vending Machine มีมานานมากแล้วในบ้านเรา สินค้าในตู้ Vending Machine จะเป็นอะไรก็ได้ สินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน แป้งเด็ก ครีมอาบน้ำ สบู่ ยาสีฟัน สินค้าอาหารและเครื่องดื่มแบบพร้อมทาน หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก จำนวนเครื่องก็ไม่ได้มีกระจายมากพอ ส่วนมากจึงตั้งได้ประเดี๋ยวประด๋าว พอสนิมกินหยากไย่เกาะ ก็ยกกลับตามระเบียบ แม้แต่ตู้หยอดเหรียญไข่ของเล่นก็เช่นกัน ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีใครไปกดเสี่ยงดวงเล่นแล้ว เพราะได้แต่แหวนของเล่นกับหมากฝรั่ง เหมือนเสียเงินฟรีมากกว่า

แต่ปรากฏการณ์ใหม่ได้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ การมาของตู้จำหน่ายเครื่องดื่มเต่าบินกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างคึกคัก เทคโนโลยีของตู้นี้เป็นของใหม่จริง ๆ ถึงขั้นมีคนยอมไปยืนเข้าคิวเพื่อซื้อกาแฟจากตู้นี่ เหมือนกับเป็นเทรนด์ที่ต้องไปตาม จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนรอใช้บริการถึงขั้นยืนต่อคิว เมื่อมีของมาใหม่ คนไทยย่อมเห่อเป็นธรรมดา แถมยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจทั้งการชงกาแฟสด และการสะสมแต้มที่สามารถนำไปแลกเครื่องดื่มฟรีหรือได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง การจัดอันดับลูกค้าจากสถิติการใช้บริการ นำไปอวดเพื่อนฝูงได้ว่าซี้กับตู้นี่แค่ไหน

ประสบการณ์การบริการตนเองเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น

แม้ว่าการใช้บริการตู้เต่าบินเราจะไม่ได้เป็นคนชงกาแฟกินเอง แต่ก็มีประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียง การบริการตนเองด้วยการยืนกด ๆ เลือกเมนูอยู่หน้าตู้นั่นเองที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ จริงอยู่ว่ามันก็แค่การยืนจิ้ม ๆ เลือก จ่ายเงิน ยืนมองหน้าจอที่แสดงเวลาในการเสิร์ฟเครื่องดื่ม นับถอยหลังตามว่าเราจะได้รับเครื่องดื่มเมื่อไร รอฟังเสียงแจ้งเตือนเมื่อเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ แต่ด้วยความที่เราไม่ค่อยจะได้เจอตู้ลักษณะนี้มาก่อนในเมืองไทย แม้แต่ในเมืองหลวง มันก็เป็นอะไรที่น่าเข้าไปลองเล่นดูเหมือนกัน

ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าเราจะเสียเงินใช้บริการตู้นี้เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว แต่ในเรื่องของคุณภาพเครื่องดื่มที่กดได้จากตู้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชี้ชะตาว่าจะลองเข้ามากดเล่นครั้งแรกและครั้งเดียว หรือจะใช้บริการต่อไปเรื่อย ๆ แบบตีซี้กับเครื่องไปเลย ซึ่งทางเจ้าของก็เชื่อมั่นในระบบเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพของเครื่องดื่ม ด้วยการนำเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ามาควบคุมทุกขั้นตอนของการชง เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพให้เสถียรเท่ากันทุกแก้ว

เรื่องน่าตื่นเต้นอีกประการเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้บริการตู้เต่าบิน คือ กาแฟกดตู้ที่ “ชงใหม่แก้วต่อแก้ว” เพราะเครื่องดื่มที่ชงทิ้งไว้ เกือบทั้งหมดจะเสียรสชาติ คุณภาพจะเปลี่ยน ความอัจฉริยะของตู้กดกาแฟที่ชงสด-บดใหม่ทุกแก้ว เลือกระดับความหวานที่ต้องการเอง แถมราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่จับต้องได้ โดย “ทุกแก้วที่เราเสิร์ฟจะได้คุณภาพ และรสชาติอร่อยเหมือนแก้วแรกที่ได้ทานแน่นอน” เทคโนโลยีชงกาแฟสดผ่านตู้จำหน่ายสินค้าจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ ถึงขั้นที่ต้องไปตามส่องเวลาที่เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดตู้ ว่าข้างในไม่มีคนอยู่จริง ๆ แน่เหรอ!

ความสะดวกสบายที่มีบริการ 24 ชั่วโมง

เพราะชีวิตของเราไม่ได้แปรผันไปตามเวลาของคาเฟ่ที่เปิดให้บริการเป็นเวลา เราใช้ชีวิตกันตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งเวลาทำงานของแต่ละคนก็ไม่ตรงกัน อย่าลืมว่าโลกใบนี้ยังมีเวลาทำงานที่เรียกว่า “กะดึก” ถ้าคนทำงานในช่วงกลางวันยังต้องเข้าร้านกาแฟเพื่อจัดเต็มคาเฟอีนในการทำงาน ที่ผ่านมาคนทำงานกะกลางคืนก็อาจจะทำได้เพียงซื้อกาแฟกระป๋อง สั่งเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ กดน้ำร้อนใส่กาแฟสำเร็จรูป หรือชงกาแฟดื่มเอง แต่เมื่อมีตู้ชงกาแฟที่อยู่เป็นเพื่อนเพื่อบริการเราตลอด 24 ชั่วโมง ก็คงอยากจะลองไปจ่ายเงินให้ดูสักครั้ง ถ้าไม่ชอบค่อยกลับไปชงเองแบบเดิม

ตู้ชงกาแฟเต่าบิน จึงเป็นความสะดวกสบายที่ทำให้เราหาเครื่องดื่มที่ต้องการได้ใกล้ตัว มีบริการเครื่องดื่มทั้งร้อน เย็น ปั่น เหมือนเดินเข้าคาเฟ่เอง ปัจจุบันถูกติดตั้งไว้มากกว่า 200 จุดทั่วกรุงเทพฯ เน้นในพื้นที่อยู่อาศัยหรือที่ที่มีคนสัญจรไปมาตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นเหมือนกับคาเฟ่อัตโนมัติที่คนสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง อยากดื่มอะไรก็ไปกด ๆ เลือกเอาได้ทั้งวันทั้งคืน อันที่จริง บริการ 24 ชั่วโมงนี้ก็ไม่ใช่แค่การบริการเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการแก้ไขปัญหาเครื่องขัดข้องด้วย

ส่วนไอศกรีมแบรนด์ในตำนานอย่างไผ่ทอง ที่อายุกิจการจะเรียกว่าเป็นยายก็ยังได้ ก็กระโดดลงมาขายไอศกรีมผ่านตู้กดอัตโนมัติเหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ได้ทำสดใหม่ได้เหมือนการชงกาแฟ แต่มันก็ตอบโจทย์ว่ากินตอนไหนก็ซื้อได้ทันที ไม่ต้องรอรถเข็นผ่านหน้าบ้าน นั่งทำงานดึก ๆ อยากได้ของหวานให้สดชื่น ๆ ก็กดไอศกรีมมากิน เลือกได้มากถึง 12 รสชาติ ได้แก่ กะทิ ช็อกโกแลต กาแฟ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เผือก มะนาว ชาไทย ชาเขียว ช็อกชิพ วานิลลาชิพ และนมฮอกไกโด ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ถ้วยละ 35 บาท

ถึงความฟินของรสชาติไอศกรีมมันอาจจะไม่ได้ฟีลเท่ากับตอนที่เราเอานิ้วชี้ ๆ ให้คุณคนขายตักให้ แต่มันก็สนุกตรงที่เราได้จิ้ม ๆ หน้าจอเลือกรสชาติไอศกรีม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราอาจไม่เคยทำมาก่อน แต่ที่แน่ ๆ คือความสะดวกที่เราสามารถหาไอศกรีมไผ่ทองกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอรถเข็นผ่านหน้าบ้านในช่วงกลางวันเท่านั้น (จริง ๆ ทุกวันนี้รถเข็นขายไอศกรีมก็แทบไม่มีผ่านหน้าบ้าน) ก็ถือว่าตอบโจทย์ชีวิตใช้ได้

อีกขั้นของเทคโนโลยี

แม้ว่าตู้กดอัตโนมัติ Vending Machine จะมีใช้ในรูปแบบจำหน่ายเครื่องดื่มแบบขวดหรือจำหน่ายอาหารบางประเภทมานานมากแล้ว แต่การพัฒนามาเป็นตู้เต่าบิน ซึ่งเป็นตู้ที่ “ชงกาแฟ” อัตโนมัติ นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจมากเลยทีเดียว เต่าบินไม่ใช่ตู้ที่จ่ายเงินแล้วหยิบแก้วรอกดเครื่องดื่มที่ชงสำเร็จรูปไว้แล้ว แต่เราจ่ายเงินเพื่อรับเครื่องดื่มที่ชงใหม่ ชงด้วยหุ่นยนต์จากด้านในตู้แล้วส่งออกมา ความอัจฉริยะของตู้ทำให้หลายคนถึงกับนึกสงสัยว่ามีคนนั่งชงกาแฟอยู่ภายในตู้หรือเปล่า การเป็นไวรัลการตลาดที่ทำให้คนยิ่งสนใจตู้ชงกาแฟนี่เข้าไปใหญ่

หากลองหาอ่านพวกบทความที่สัมภาษณ์ผู้บริหารเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจของตู้เต่าบิน เราจะพบกับเรื่องราวที่น่าทึ่งและภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง เพราะตู้เต่าบินที่วางกระจายอยู่เกลื่อนเมือง เป็นตู้ที่พัฒนาขึ้นจากมือคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมไปถึงการทำวิจัยและพัฒนาให้ตัวเครื่องสามารถชงกาแฟได้ มีการเชิญบาริสต้าผู้ที่มีความรู้ด้านรสชาติกาแฟมาดูแลเรื่องสูตรกาแฟและทดสอบรสชาติ เพราะจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมป้อนข้อมูลต่าง ๆ ให้ระบบหุ่นยนต์ เป็นมาตรฐานการชั่ง ตวง วัด วัตถุดิบที่ต้องเป๊ะ อุณหภูมิน้ำ ไม่เช่นนั้นรสชาติกาแฟก็จะเพี้ยนไป

นั่นหมายความว่าเมนูเครื่องดื่มทุกเมนูถูกออกแบบและคิดคำนวณมาหมดแล้วว่าต้องชงอย่างไร ฉะนั้น รับรองได้เลยว่าทุกแก้วมีคุณภาพเหมือนกัน

การทำงานของตู้แบบที่ให้เราได้มีโอกาสไปยืนกด ๆ จอทัชสกรีนขนาด 32 นิ้วเพื่อเลือกเมนูเครื่องดื่ม และแสดงผลขั้นตอนปรุงเครื่องดื่ม ก็เป็นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งาน ตัวหนังสือไม่เล็กมาก สีสันก็สบายตาอ่านง่าย จัดแยกประเภทของเครื่องดื่มไว้อย่างเป็นหมวดเป็นหมู่ มีภาพและวิดีโอกราฟิกที่น่าสนใจ ไม่ใช่ว่ากดสั่งกาแฟแล้วจบ ระบบจะเอื้อให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งสิ่งที่ต้องการจะดื่มได้เอง อย่างเช่นการเลือกระดับความหวาน ซึ่งหุ่นยนต์น่าจะควบคุมได้เสถียรกว่าคนชง หากคำว่า “หวานน้อย” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่เทคโนโลยีควบคุมได้

ซึ่ง Vending Machine ในยุค IoT นี่ก็จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา มีความเป็นออนไลน์ ผู้ขายจึงสามารถตรวจสอบยอดขาย หรือทราบวัตถุดิบคงเหลือได้แบบเรียลไทม์ ถ้าของในตู้หมดก็มาเติมใหม่ ไม่ต้องกะระยะวันเวลาแบบไม่แน่ไม่นอนอีกต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น ตู้เต่าบินยังตอบโจทย์ในเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัย ในช่วงที่เราได้รู้จักกับโรคระบาด เราทั้งหลายจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรค ตู้ชงกาแฟนี่สามารถชำระเงินได้ด้วยระบบสแกน QR Code หรือ Digital Payment ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทุกธนาคาร เราไม่จำเป็นต้องหยิบจับเงินสดอีกต่อไป ซึ่งล่าสุดก็มีการอัปเดตให้สามารถสั่งเครื่องดื่มผ่านโทรศัพท์มือถือของเราเองได้แล้วด้วย เพียงแค่สแกน QR Code หน้าตู้ นั่นเท่ากับว่าเราไม่ต้องไปยืนจิ้มหน้าจอที่เราไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด เพราะจอนั้นมีคนใช้งานร้อยพ่อพันแม่

สำหรับคนที่ชอบล่าแต้มเวลาดื่มกาแฟ ก็มีส่วนของการเป็นสมาชิกเพื่อสะสมแต้มเช่นกัน การกรอกหมายเลขโทรศัทพ์ที่จะถูกแสดงเป็น xxx-xxxx-xxx ก็รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี แถมยังใส่ใจกับปัญหาขยะและปัญหาโลกร้อน ด้วยการพัฒนาระบบให้ผู้ใช้งานอย่างเราเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับหลอดดูดและฝาปิดแก้ว ถ้ารู้สึกว่าไม่จำเป็นและอยากมีส่วนช่วยในการลดปริมาณขยะพลาสติกอายุสั้น ก็รับมาแค่แก้วกาแฟก็พอ แถมแก้วพลาสติกที่ใช้ใส่เครื่องดื่มก็เป็นพลาสติก PP ที่สามารถใช้ซ้ำและนำไปรีไซเคิลได้ด้วย

ส่วนตู้กดไอศกรีมไผ่ทองอาจจะยังตามหลังตู้กาแฟเต่าบินอยู่สักหน่อย เพราะในเวลานี้ตู้จะรับเฉพาะเงินสด แถมไม่รับธนบัตรใบละ 100 และทอนเฉพาะเหรียญเท่านั้น เอาเป็นว่าก็ให้เวลาเจ้าตู้นี่หน่อย ในอนาคตอันใกล้ เจ้าของคงจะมีการพัฒนาระบบเพื่อปรับปรุงในส่วนนี้ให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็อาจตามเทคโนโลยีของคู่แข่งอื่น ๆ เขาไม่ทัน เพราะเทคโนโลยีไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ที่ฮอตฮิตอยู่ช่วงหนึ่งแล้วจะหายไป แต่มันเป็นการพัฒนาต่อยอดอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อมุ่งที่จะตอบสนองผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก สิ่งนี้คือกุญแจสำคัญให้ธุรกิจที่พึ่งเทคโนโลยีอยู่ต่อไปได้