‘เซียนหุ้น’ โดดเก็บ NOBLE ‘เสี่ยปู่’ ควง ‘นเรศ’ ซื้อบิ๊กล๊อต 232 ล้านบาท ดันหุ้นพุ่ง 8.33%

‘โนเบิล’ พุ่ง 10% หลังสองนักลงทุนวีไอเข้าซื้อบิ๊กล็อตรวม 232 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 11.60 บาท ผู้บริหารแจงนักลงทุนมั่นใจแนวโน้มเติบโตของบริษัท ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ราคาหุ้นค่อนข้างถูก ประเมินพี/อี ปี 2564 ที่ 4 เท่า

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ หรือ NOBLE วานนี้ (1 ก.ย.) เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 13.20 บาท หรือ 10% จากวันก่อนหน้า พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 200% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมาปิดที่ 13 บาท เพิ่มขึ้น 8.33%

ทั้งนี้ มีรายงานการซื้อขายหุ้นรายใหญ่ (Big lot) ของหุ้น NOBLE รวม 3 รายการ ที่ราคาเฉลี่ย 11.60 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 12 บาท โดยทั้ง 3 รายการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 232 ล้านบาท

โดยผู้ที่โยนบิ๊กล๊อตฝั่งขายในครั้งนี้ คือ นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการ NOBLE และ นายแฟรงค์ ฟง คึ่ง เหลียง รองประธานกรรมการ ซึ่งขายออกมาคนละ 10 ล้านหุ้น ส่วนผู้ที่เข้าซื้อ คือ นายนเรศ งามอภิชน เข้าซื้อ 10 ล้านหุ้น นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เข้าซื้อ 9.7 ล้านหุ้น นางเอื้อมเดือน ตันติวิวัฒนพันธ์ เข้าซื้อ 1.46 แสนหุ้น และ นายกอบชัย ตันติวิวัฒนพันธ์เข้าซื้อ 1.3 แสนหุ้น

159896638558

นายธงชัย บุศราพันธ์ เปิดเผยว่า การขายหุ้นให้กับนักลงทุนรอบนี้เพราะอยากที่จะได้ที่ปรึกษาทางด้านตลาดทุน รวมถึงการทำให้ตลาดทุนรู้จักหุ้น NOBLE มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ราคาหุ้น NOBLE สะท้อนพื้นฐานที่แท้จริงมากขึ้น จากปัจจุบันที่หุ้นมี P/E เพียง 2.5 เท่า ขณะที่สาเหตุซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจ NOBLE เป็นผลจากการที่บริษัทมีแนวโน้มเติบโตชัดเจนหลังจากการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจและผู้ถือหุ้นใหญ่

“ในปีก่อนจะเห็นว่าบริษัทมีรายได้ค่อนข้างสูงแต่ก็เป็นผลจากการขายสินทรัพย์ แต่ในปีนี้รายได้ทั้งหมดเกิดจากการดำเนินงานของบริษัททั้งหมด และบริษัทยังมี Backlog ที่รอรับรู้อีกกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะบันทึกเข้ามาในปีนี้ราว 1 หมื่นล้านบาท”

นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เปิดเผยว่า การทำ Big lot ที่ราคา 11.60 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดวันก่อนหน้าราว 3% ถือเป็นส่วนลดที่เหมาะสม หากพิจารณาจากสภาพคล่องของหุ้น NOBLE ที่ค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะการซื้อในคราวเดียว 10 ล้านหุ้น สำหรับการตัดสินใจทำรายการในครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา

“การเข้ามาถือหุ้นของนักลงทุนกลุ่มดังกล่าว น่าจะเป็นเพราะว่านักลงทุนเห็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีของบริษัทในช่วงหลังจากนี้”

นอกจากนี้ แรงหนุนต่อราคาหุ้น NOBLE อีกส่วนหนึ่งมาจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 122% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.5% โดยการเติบโตเป็นไปตามยอดโอนในโครงการ Noble Recole, Noble BE33, Noble Ruamrudee และ Noble Pleonchit

  • 'พิชัย' มอง 'ปรีดี' ลาออก เหตุปัญหาเศรษฐกิจ จี้ 'นายกฯ' ลาออกตาม

  • ศบศ.อัดงบ 6.8 หมื่นล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินจับจ่ายคนละ 3 พันบาท

  • เดินหน้า! ลุ้นแจกเงิน 15 ล้านคน ช้อป 80,000 ร้านค้า กระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้าน นายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า จุดเด่นของ NOBLE ที่น่าจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาซื้อหุ้น Big lot ในครั้งนี้ คือ ราคาหุ้นที่ถือไม่แพง โดยพิจารณาจากอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E ratio) ของปี 2564 ที่เพียงประมาณ 4 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ราว 6 เท่า และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายมากขึ้น และนักลงทุนต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้ จะเริ่มเห็นความต้องการซื้อคอนโดมิเนียม รวมถึงการโอนโครงการต่างๆ เข้ามามากขึ้น

โดยภาพรวมประเมินกำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้ที่ 1.78 พันล้านบาท และปีหน้าที่ 1.93 พันล้านบาท ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมาคิดเป็นประมาณ 40% ของประมาณการกำไรทั้งปี 1.8 พันล้านบาท แม้ไม่มีโครงการแนวสูงเสร็จใหม่พร้อมโอน ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่นจาก Backlog ของ 3 โครงการ รวม 6.7 พันล้านบาท นอกจากนี้ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีหลังจะฟื้นดีขึ้นจากการแข่งขันการระบายสินค้าที่ลดความรุนแรงลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา