‘อัญมณี’ เลอค่า กระเป๋าสองยามวิกฤติ

ถ้าพูดถึง “เพชร พลอย” เป็นเครื่องประดับ ที่สาวๆ ก็อยากจะมีไว้ครอบครอง ด้วยเป็นอัญมณีที่มีความเลอค่า และความสวยงาม ซึ่งในด้านการลงทุนถือเป็นอีกสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจลงทุน

ด้วยคุณสมบัติที่เป็นสินทรัพย์คงทน มูลค่าคงอยู่ไม่ลดลงไปตามกาลเวลา

“หนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล” เจ้าของบริษัทอัญมณี เครื่องประดับแบรนด์บิวตี้เจมส์ ที่คร่ำหวอดในธุรกิจ เพชรพลอย มานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการลงทุน คือ การเลือกลงทุนใน
สินทรัพย์ที่ไม่ทำให้เงินหดหายไป และเมื่อเกิดวิกฤติก็สามารถที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนได้ เพื่อนำมาใช้ประคองธุรกิจและใช้จ่ายส่วนตัวได้

อัญมณี ไม่ว่าจะเป็นทั้ง “เพชร พลอยทองคำ” ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่สำคัญในการลงทุน เพราะ เป็นสินทรัพย์ที่คงทน มูลค่าไม่ลดหายไปอย่างสินทรัพย์อื่น และค่อยๆ เพิ่มมูลค่าขึ้นในระยะยาวโดยสามารถซื้อไว้เมื่อตอนที่มีความมั่งคั่งและหากอนาคตเกิดวิกฤติขึ้น ก็ยังสามารถนำมาช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ได้ อย่างเช่น วิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ปี 1997 สถาบันการเงิน และธุรกิจประสบปัญหาหนี้ ต้องปิดตัวไป ซึ่งกระทบต่อเจ้าของธุรกิจในปีนั้น เพชร เป็นสินทรัพย์เดียวที่ช่วยหลายๆธุรกิจให้มีกินมีใช้ มีเงินจ่ายเดือนพนักงาน เพราะ เศรษฐีที่มีเงินฝากไว้กับธนาคารก็จะถูกล็อกไว้ ละ 7,10,15 ปีกลายเป็นไม่มีเงิน แถมเป็นหนี้เพิ่มบางรายถึงขนาดไม่มีเงินจ่ายเงินแม่บ้านก็มี ซึ่งในปีนั้นมีเศรษฐี หรือเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ นำเพชร ออกมาขายเป็นหมื่นๆ เม็ด

เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย และประคองธุรกิจต่อไปซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยเผื่อในอนาคตหากเกิดวิกฤติขึ้น ซึ่งวิกฤตินั้นก็จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวการลงทุนเพชร พลอย นั้นเสมือนเป็นเก๊ะพิเศษที่เราเก็บไว้ เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นยังนำมาขายได้ แต่ถ้าเราไม่เก็บไว้เลยพอถึงเวลาฝนตกก็จะไม่มีร่มกาง หรือหากไม่มีวิกฤติก็ยังสวมใส่เพื่อความสวยงามหรือส่งต่อให้ลูกหลานก็มีความสุข

เรื่องการลงทุนเพชร พลอย เป็นเรื่องที่ใกล้ และไกลตัว ในระนาบเดียวกัน คือใกล้ หมายถึง หากเกิดอะไรขึ้นก็นำมาขายได้ ส่วนไกล นั้นไม่อยากมองเป็นการลงทุนไว้สำหรับขายเพราะเป็นงานศิลปะ เป็นสิ่งที่มนุษย์มีความฉลาด เจียระไนออกได้อย่างสวยงาม เป็นเครื่องหมายแทนความรัก

ส่วนวิกฤติโควิด-19 รอบนี้ ดีต่อราคาทองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น แตะระดับ 30,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งประชาชนแห่นำทองคำมาขายจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายแต่วิกฤติรอบนี้ เพชร ออกมาขายไม่มาก เพราะ คนเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (ซีเคียวริตี้) ซึ่งรอบนี้ต้องชมธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกนโยบายเรื่องการให้ธนาคารพาณิชย์ พักชำระหนี้ ทำให้ยังไม่จำเป็นต้องนำเพชรออกมาขายสำหรับช่วงนี้ใครที่พอจะมีเงินเก็บถือเป็นจังหวะที่ดีในการซื้อเพชรได้ในราคาที่เหมาะสม เพราะราคาดีเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา ราคาลงมาเกือบ 30% แต่ไม่อยากใช้คำว่าลง เพราะเป็นการลงหลังจากที่ราคาพุ่งไปเกือบ 2 เท่ากว่าซึ่งก็เหมือนกับราคาทองคำที่มีขึ้นแล้วก็ลงเป็นปกติ แต่การพักฐานของเพชรก็จะน่ารัก เพราะ ระหว่างนั้นก็ยังนำมาสวมใส่ได้

  • อาลัย! วงการบันเทิงสูญเสียนักแสดงอาวุโสชื่อดัง 'แม่ทุม ปทุมวดี' หลังรักษานาน 8 ปี

  • เปิด 'เทปลับ' ปั้นความเร็วรถคดี 'บอส อยู่วิทยา'

  • การฟื้นตัวของ 'ตลาดหุ้นทั่วโลก' เริ่มแยกทาง

ส่วนใครที่จะคิดลงทุนเพชรนั้นอย่างแรกต้องดูเงินในกระเป๋าก่อนซึ่งเริ่มลงทุนสักปีละ 50,000 บาท หรือ 1 แสนบาทต่อปีก็สามารถซื้อเพชรได้ 1 กะรัต หรือหากใครที่มีพอร์ตการลงทุนใหญ่ขึ้นมาหน่อย แนะลงทุนเพชร พลอย 10% ของพอร์ตและการลงทุนนั้น จะต้องลงทุนระยะยาว 4-10 ปีขึ้นไป ก็จะมีกำไรเพราะราคาก็จะค่อยๆ ขึ้นได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบการลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ ระยะเวลา 30 ปี ผลตอบแทนของหลายสินทรัพย์สู้เพชรไม่ได้ แต่อาจสู้เพชรได้ในระยะสั้น แต่การลงทุนสินทรัพย์อื่นก็มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะหากเกิดวิกฤติเกิดขึ้นหลายสินทรัพย์มูลค่าอาจไม่เหลือก็ได้ แต่เพชรยังมีมูลค่าอยู่ การซื้อเพชรนั้น จะต้องซื้อกับร้านที่เป็นที่รู้จัก มีใบรับรองคุณภาพเพชร

ส่วนวิธีเลือกซื้อเพชร มีหลัก 4 อย่าง คือดูสี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ D (น้ำ 100) และไล่ระดับไปที่ E F ดูความสะอาดของเพชร ขนาดและการเจียระไนออกมาแล้วสวยงาม และต้องซื้อในราคาที่เหมาะสม ไม่ได้ถูกบวกขึ้นไปมากซึ่งในประเทศไทยสามารถต่อรองราคาเพชรได้ก็บอกกับร้านว่า มีงบเท่านี้ แต่อยากซื้อเพชรเก็บในระยะยาวจะซื้อแบบไหนดีพอให้มีคุณค่า อย่างน้อย เมื่อซื้อแล้วมูลค่ายังคงอยู่ 60%