‘หวย’ VS ‘สลากออมทรัพย์’ ลุ้นเหมือนกัน แต่โอกาส ‘รวย’ ไม่เท่ากัน!

อยากรวยต้องรู้! เทียบความต่างความเหมือนของ “หวย” และ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” กับ “สลากออมทรัพย์” ที่อาจเริ่มต้นคล้ายกัน แต่โอกาส “รวย” ไม่เท่ากัน

วันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน เป็นวันแห่งความหวังของคอ “หวย” ที่จะตัดสินโชคชะตาว่าจะได้เป็นเศรษฐีคนใหม่ หรือใช้ชีวิตอย่างเดิม…แม้สัดส่วนโอกาสถูกหวยรางวัลที่ 1 จะมีเพียง 0.0001% แต่อาการ “ชอบลุ้น” ก็ทำให้หลายคนยากที่จะเดินออกมาจากวงการหวย ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวงการที่เข้าแล้วออกยากสุดๆ

ทว่า ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนชอบลุ้นที่มีโอกาส “ถูกหวย” ได้เหมือนกัน แต่เงินที่จ่ายไปกับการซื้อหวยในแต่ละงวดจะไม่หายไปไหนเลย ซึ่งนี่คือคุณสมบัติของ “สลากออมทรัพย์”

  •  ความแตกต่างของ “หวย” กับ “สลากออมทรัพย์” 

หวย

1. ลุ้นได้ครั้งเดียว
2. ถ้าไม่ถูก = 0
3. เลือกตัวเลขเองได้

สลากออมทรัพย์

1. ลุ้นได้อย่างน้อย 12 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับประเภทสลาก) ต่อการซื้อ 1 ครั้ง
2. ถ้าไม่ถูก เงินที่ซื้อยังเหลือ ถ้าถือครบอายุสลากจะได้ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนดเพิ่มด้วย
3. เลือกตัวเลขเองไม่ได้
4. ช่วยฝึกวินัยทางการเงิน

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หยิบเอา “หวย” มาเทียบกับ “สลากออมทรัพย์” เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ตราบใดที่เรายังหยุดลุ้นไม่ได้ ก็ลองเปลี่ยนช่องทางการลุ้นให้ถูกที่ถูกทางเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเองแทน

ข่าวที่น่าสนใจ : 

  • นิด้าโพลชี้ 70% ระบุ 'ถูกหวย' เป็นเรื่องโชค ไม่เกี่ยวสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ‘ไอ้ไข่’ ปังไม่หยุด! 3BB จัดโปรแจก ‘ไอ้ไข่วัดเจดีย์’ เอาใจสายมู

เพราะเมื่อลองเทียบความคล้ายและความต่างของทั้ง 2 อย่างสะท้อนว่า แม้จะมีกติกาคล้ายๆ กัน ซื้อการนำเงินไปซื้อหมายเลขเพื่อลุ้นรางวัล แต่จุดหมายปลายทางต่างกัน ถ้าคุณซื้อหวย หากคุณโชคดีถูกหวยรางวัลใหญ่ การจ่ายเงินซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลใบละ 80 บาท(บางครั้งก็ไม่ใช่ 80) ก็ดูได้คุ้มเสีย แต่ถ้าเรื่องปาฏิหาริย์นี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง เงินที่จ่ายๆ ไปกับความหวังครั้งแล้วครั้งเล่าก็เท่ากับ 0 ทันที แล้วถ้าหากลองเอาจำนวนเงินที่เคยซื้อหวยไปมารวมกันแล้วเชื่อว่าเป็นตัวเลขที่น่าเสียดายไม่น้อย

ในทางกลับกันหากเรานำเงินจำนวนเดียวกันมาซื้อสลากออมทรัพย์เพื่อลุ้นรางวัล หากคุณโชคดีถูกรางวัล นอกจากจะได้เงินรางวัลแล้ว ยังได้รับเงินจำนวนที่ซื้อไปพร้อมดอกเบี้ยเมื่อถือครบกำหนดระยะเวลาอีกด้วย นั่นหมายความว่าหากเราใช้สลากออมทรัพย์เป็นตัวช่วยออมเงินอย่างต่อเนื่อง แม้เราไม่ใช่ผู้โชคดี แต่การันตีว่าเราจะมียังมี “เงิน” เก็บไว้ใช้เพื่ออะไรสักอย่างอยู่ดี กล่าวคือเราจะมีโอกาส “รวย” แบบไม่ต้องหวังแค่ดวงเหมือนการซื้อหวยนั่นเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

  • วิธีซื้อ สลากออมทรัพย์ 'เกล็ดดาว' จาก 'ธอส.' ซื้อ 5 พัน ลุ้นรางวัล 1 ล้าน
  • สลาก 'ออมสิน' VS 'ธ.ก.ส.' ช่องทางออมเงินของคนชอบลุ้น
  • พลาด 'สลากกินแบ่งรัฐบาล' ไปลุ้นหวยแบบเงินไม่หาย กับ 'สลากออมสิน' และ 'สลาก ธ.ก.ส.'
  • เปิดเงื่อนไขสำคัญ ‘คนละครึ่งเฟส 2’ ใครได้บ้าง เช็คเลย!

  • เงิน ‘คนละครึ่ง’ เข้าร้านค้าผ่าน ‘ถุงเงิน’ วันนี้งวดแรก! พร้อมขั้นตอนเช็คเงิน ที่นี่

  • 'ประกันสังคม' จ่ายเงิน 'สงเคราะห์บุตร' 600 บาท รีบเช็คก่อนเสียสิทธิ์!

  •  สลากออมทรัพย์ซื้อได้ที่ไหนบ้าง? 

ปัจจุบันที่ธนาคารที่ให้บริการผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์อยู่ทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน เริ่มต้นที่ 20 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มต้นที่ 20 บาท และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เริ่มต้นที่ 5,000 บาท

ทั้งนี้ แต่ละธนาคารจะมีสลากหลายประเภทให้เลือกขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อ ซึ่งจะมีเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำ โอกาสในการลุ้นรางวัล ดอกเบี้ย และระยะเวลาในการออมเงิน เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา

  • สลากออมทรัพย์จากธนาคารออมสิน หรือ “สลากออมสิน” ดูรายละเอียด 
  • สลากออมทรัพย์จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูรายละเอียด 
  • สลากออมทรัพย์จาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดูรายละเอียด