‘รีอินชัวเรอร์’ส่อขึ้นเบี้ยโครงการขนาดใหญ่หลังโควิด-19

“ไทยรี” ชี้ความเสียหายโควิด-19 พบสัญญาณตลาดประกันในต่างประเทศ ทยอยขึ้นเบี้ยก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่-โรงกลั่นแล้ว30%รวมถึงประกันความรับผิดผู้บริหารด้วย ขณะที่ฝั่งไทยยังลุ้นต่อสัญญาช่วงปลายปีนี้เสี่ยงถูกขึ้นเบี้ยตามด้วย แต่งานรับประกันในไทยยังปกติ ตลาดประกันสุขภาพโต บริหารความเสี่ยงได้

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE เปิดเผยว่า จากความเสียหายการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้ตลาดประกันภัยต่อในต่างประเทศ หรือ รีอินชัวรันส์มีแนวโน้มปรับขึ้นเบี้ยประกันในปี2564 ค่อนข้างมาก แต่ทั้งนี้ ต้องรอดูสถานการณ์การต่อสัญญาประกันต่อในช่วงปลายปีนี้ก่อน เนื่องจากยอดเคลมความเสียหายและความต้องการประกันภัยในตลาดขณะนี้ยังไม่ชัดเจน

ปัจจุบันตลาดประกันในต่างประเทศ พบสัญญาณเบี้ยประกันภัยต่อประเภทโครงการก่อสร้างขึ้นมาราว 30% ถือว่าค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการรับประกันภัยโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ทุนประกันระดับพันล้านบาทขึ้นไป เช่นก่อสร้างทางด่วนและรถไฟฟ้า หรือการรับประกันภัยโรงงานเอกชน เช่น โรงกลั่น มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท รวมถึงการประกันภัยขนส่งและทางทะเลด้วย

“รีอินชัวร์เรอส์ มีโอกาสที่ขาดทุนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ล่าช้าออกไปจากการลงทุนภาครัฐต้องไปเร่งแก้ไขปัญหาการคุมโรคเป็นหลัก และการลงทุนภาคเอกชนต้องรอความต้องการบริโภคกลับมาก่อน ขณะที่การขนส่งทางบกและทางทะเลลดลงตามมูลค่าการส่งออกที่ยังหดตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19”

นอกจากนี้ ในตลาดประเทศยังพบว่า เบี้ยการประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ของบริษัท( D&O) ปรับขึ้นมาสูงมาก เพราะอาจมีความเสียหายมากขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19  เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงมีโอกาสทำงานโดยผิดวินัย บริหารงานผิดพลาดทำให้ผู้ถือหุ้นเสียหายโดยไม่ควรจะเกิดขึ้น หรือการประมาทเลินเลออย่างรุนแรง แต่ตลาดประกันภัย D&O ในไทยยังน้อยมาก คงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

งานประกันโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือโรงกลั่นต้องใช้ประกันต่อต่างประเทศ และประกันD&O เริ่มเห็นสัญญาณปรับขึ้นเบี้ยแล้ว แต่เราจะโดนปรับเบี้ยขึ้นตามหรือไม่ ต้องรอดูสถานการณ์ชัดเจนปลายปีนี้ก่อน อย่างเช่นกรณีน้ำท่วมใหญ่ในไทย รีอินรัวเรอร์สไม่เข้ามารับความเสี่ยงในไทยเลย แต่ความต้องการประกันยังเท่าเดิม ตอนนี้ค่าเบี้ยโดดขึ้น2-3เท่า

นายโอฬาร กล่าวด้วยว่า  ทางด้านการรับประกันภัยต่อในประเทศ ขณะนี้ยังเป็นปกติและไม่มีผลกระทบต่อรายย่อยแม้ว่า ตลาดประกันสุขภาพอาจมีบางสัดส่วนที่ต้องใช้ประกันภัยต่อต่างประเทศซึ่งค่าเบี้ยอาจปรับขึ้น แต่การเติบโตตลาดประกันสุขภาพในไทยยังเติบโตได้มากกว่า ทำให้บริษัทประกันยังสามารถบริการต้นทุนได้

  • เปิด 5 ปม 'ปรีดี ดาวฉาย' แตกหัก 'หุ้น-บาท' วูบหวั่นไร้แกนนำคุมเศรษฐกิจ

  • “ราคายาง”ทะลุ60บาทต่อกก. ทำสถิติสูงสุดรอบ3ปี2เดือน

  • ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม 8 ราย อยู่ใน State Quarantine

ส่วนทางความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัยอีกด้านหนึ่ง มาจากการลงทุนรายได้ลดลงตามภาวะตลาดลงทุนปีนี้ผันผวนสูง แต่คงไม่ถึงวิกฤติ เพราะบริษัประกันต่างๆบริการจัดการพอร์ตลงทุนมีการกระจายความเสี่ยง เช่น มีการลงทุนกองทุนอินฟราสตักเจอร์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังมีปันผลที่ได้คุ้มค่า

ปัจจุบันบริษัทมีเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,000 กว่าล้านบาท ในปีนี้ได้ปรับลดส่วนการลงทุนในหุ้นเหลือ24% ที่เหลือส่วนใหญ่76% เป็นการลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน และมองว่าในจังหวะตลาดหุ้นปรับตัวลง มองเป็นโอกาสที่จะเพิ่มการลงทุนในหุ้น เช่นกัน เน้นเลือกหุ้นรายตัว ทางด้านผลตอบแทนคาดหวังในปีนี้คาดว่าเฉลี่ยที่3.5-4%