มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

ตลาดหุ้นวานนี้ปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 1.11 จุด และแกว่งตัวในกรอบแคบบวกสลับลบตลอดช่วงการซื้อขาย คาดนักลงทุนส่วนใหญ่กาลังจับตาผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ

โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,222.44 จุด +1.11 จุด +0.09% มูลค่าการซื้อขาย 4.98 หมื่นลบ. ต่างชาติ -1,859.31 บาท TFEX +3,528 สัญญา ตราสารหนี้ +52 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 367.63 จุด +1.34% นลท.จับตาผลการเลือกตั้งปธน.สหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลการเลือกตั้งอาจจะออกมาในลักษณะ “Gridlock” หรือไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งครองอานาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรส ซึ่งจะทาให้นโยบายสาคัญต่างๆที่ริเริ่มไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงนโยบายการลดภาษี
+ราคาน้ามันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 1.49 ดอลลาร์ +4% ปิดที่ $39.15 ต่อบาร์เรล ขานรับรายงานสต็อกน้ามันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงมากกว่าคาด
+กกร.คงประมาณการ GDP ปี 63 หดตัวในกรอบ -9 ถึง -7% และประมาณการส่งออกและปีนี้ที่ -10% ถึง -8% เผยไตรมาส 3 ศก.ไทยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมในประเทศ ส่งผลให้ส่งออกดีขึ้น การใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น

ปัจจัยลบ

-การเลือกตั้งปธน.สหรัฐขาดความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชนะ คะแนนเสียงต่างกันไม่มาก อีกทั้งยังมีปัญหาการนับคะแนนที่รัฐจอร์เจียและเพนซิลวาเนีย
+/-ดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบกว่า 5 ปีในเดือนต.ค. สวนทางกับที่ ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐต่ากว่าคาดในเดือนต.ค.
– ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐชะลอตัวในเดือนต.ค.
-เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าที่สุดในรอบ 1 เดือนครั้งใหม่ที่ 31 บาทต่อดอลล่าร์ตามทิศทางสกุลเงินเอเชีย
-คณะราษฎร แถลงการณ์ไม่ยอมรับ-ไม่ร่วม คกก.สมานฉันท์ ย้า”ประยุทธ์”ต้องลาออก

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยนักลงทุนยังคงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างใกล้ชิด ประกอบกับแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ามันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,210-1,230 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q20 เติบโตต่อเนื่อง WICE XO TACC SPVI
• หุ้นกลุ่ม Laggard โรงไฟฟ้า GPSC EGCO กลุ่มสื่อสาร ADVANC

หุ้นรายงานพิเศษ

              TU   Bloomberg Consensus 16.84 บาท

• รายงานกาไร 3Q63 ที่ 2,056 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา +50%YoY และ +20%QoQ โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 9% สู่ 3.48 หมื่นล้านบาท ขณะที่ GPM ปรับตัวขึ้น 2.25% สู่ 18.2% เนื่องจากจาหน่ายสินค้าที่มีอัตรากาไรขั้นต้นสูงขึ้นและมีการดาเนินงานได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้านบริษัท Red lobster ซึ่งเป็นร้านอาหารในสหรัฐรายงานขาดทุนลดลงทาให้บริษัทมีส่วนแบ่งกาไรเพิ่มเป็น 258 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนที่มีผลขาดทุน 579 ล้านบาท

• ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการของ TU เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ยอดคาสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2Q63 อีกทั้งบริษัทสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อจาหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากาไรขั้นต้นสูงขึ้น อีกทั้งร้านอาหาร Red lobster ในสหรัฐที่กลับมาเปิดดาเนินงานตั้งแต่ 3Q63 ทาให้ผลขาดทุนลดลงซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการใน 4Q63 เราแนะนาให้ “ซื้อ”

หุ้นมีข่าว

(+) TVD (ราคาเหมาะสม – บาท) ลุยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอุปโภคบริโภค อาหารสาเร็จรูป ชูคอนเซ็ปต์ “คุ้มค่าและคุ้มราคา” พร้อมเดินหน้าขยายช่องโฮมช้อปปิ้งทางทีวีดาวเทียมอีก 1 ช่อง เสริมทีมคอลเซ็นเตอร์ต่างจังหวัด คาดได้อานิสงส์มาตรการช้อปดีมีคืน หนุนยอดขายไตรมาส 4 แจ่ม (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+/-) LEO (IPO) ราคา Consensus 4.30-4.50 บาท ประกอบกับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วโลก (End-to-End Global Logistics Services) และให้บริการสนับสนุนการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร (Integrated Logistics Services) ปี 2562 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 1,047 ลบ. (ทรงตัว YoY) กาไรสุทธิเท่ากับ 47 ลบ. +75% เติบโตจากกาไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และ %GPM ที่ปรับดีขึ้น ขณะที่ 2H63 บริษัทมีรายได้และกาไร เท่ากับ 538 ลบ -5%YoY และ 28 ลบ. -20%YoY ตามสถานการณ์ COVID-19 บริษัทมีจานวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด 320 ล้านหุ้น ราคา Par 0.50 บาทต่อหุ้น เสนอขายหุ้น IPO = 120 ล้านหุ้น ราคาหุ้น IPO = 3.42 บาท (Trailing PE 27.40) โดยคาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 410 ลบ. โดยมีวัตถุประสงค์นาเงินไปลงทุนใน ธุรกิจบริการพื้นที่สาหรับเก็บของ (Leo Self Stroage หรือ LSS) และ E-Fulfillment จานวน 2 โครงการ รวมถึงนาเงินไปพัฒนาระบบขนส่งผ่านแดนไปยังประเทศเมียนมา ขยายพื้นที่บริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

(+) MCS (Bloomberg Consensus – บาท) จับตา MCS ปี 2564 ส่งมอบงานไม่ต่ากว่า 5 หมื่นตัน แถมงานมาร์จิ้นสูงเพียบ อีกทั้งยังเจรจารับงานใหม่กว่า 9 หมื่นตัน ทยอยรับรู้ มองอุตสาหกรรมยังมีดีมานด์ดี ฟากโบรกคาดไตรมาส 3/63 กาไรสุทธิโตแข็งแกร่ง 23% โอกาสรับงานอีกมาก Valuation จูงใจ เงินปันผลดี ให้ราคาเป้าหมาย 17 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) AUCT (Bloomberg Consensus 10.65 บาท) มองภาพธุรกิจปี 64 เป็นบวก เชื่อจานวนรถยนต์-จักรยานยนต์ไหลเข้าอื้อ เดินเกมเจาะฐานรายย่อย เน้นเข้าถึงผู้บริโภค ด้านโบรกชี้งบไตรมาส 4/63 ฟื้นตัวเด่นต่อเนื่องไปถึงปีหน้า เคาะกรอบราคาเป้าหมายอยู่ที่ 19-22 บาทต่อหุ้น (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

5 พ.ย. กระทรวงพาณิชย์ แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการ

16 พ.ย. บจ.ส่งงบการเงินงวดสิ้นเดือนก.ย. วันสุดท้าย

18 พ.ย. ประชุมกนง.ครั้งที่ 7/2563

30 พ.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจ

ต่างประเทศ

5 พ.ย. อียู ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมนโยบายการเงิน โพลล์นักวิเคราะห์คาดพิจารณาใข้ดอกเบี้ยติดลบสหรัฐเปิดเผยจานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คณะกรรมการกาหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย(เช้าวันที่ 6 พ.ย.) 6 พ.ย. สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย.

7 พ.ย. จีน เปิดเผยยอดนาเข้า ส่งออก และดุลการค้าเดือนต.ค. ทุนสารองเงินตราต่างประเทศเดือนต.ค.

  • รู้แล้วรีบเลย! 'ผู้สูงอายุ' ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ปี 2565 เช็ครายละเอียด

  • ขอนแก่น สั่งทุกอำเภอรับมือไวรัส RSV หลังพบเด็กติดเชื้อกว่า 400 ราย

  • นักศึกษาภาคใต้ ร้อง 'ประชาชาติ' ตรวจสอบทหาร เหตุถูกข่มขู่หลังร่วมชุมนุมไล่รัฐบาล