บวกต่อ แต่ระวังความผันผวนของหุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า จากการปรับขึ้นเร็วเกินไป

คาดไบเดนชนะด้วยคะแนน 270-306 คะแนน

สถานการณ์เลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐฯ เดินหน้าไปสู่ทิศทางชัยชนะของไบเดน เนื่องจากคะแนนทางไปรณีย์ส่วนใหญ่เป็นของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมากกว่ารีพับริกัน ทำให้เกิดการตีตื้นอย่างมากในหลายรัฐ ไม่ว่าจะเป็น เพนซิลวาเนีย (ตาม 6 หมื่น จากตอนแรก 7 แสน), จอร์เจีย (ตาม 3.5 พันคะแนน จากตอนแรกประมาณ 1 แสน) ขณะที่ยังรักษาการนำในรัฐ เนวาด้า (1.1 หมื่นคะแนน จากช่วงแรก 8 พันคะแนน) ทำให้เราคาดไบเดนจะได้เป็นประธานาธิปดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ ด้วยคะแนนระหว่าง 270 (ได้รัฐเนวาด้า) ถึง 306 คะแนน (ได้เพิ่มจากเพนซิลวาเนีย และจอร์เจีย)

นโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยรับมือความเสี่ยงทางลง แถลงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยนโยบาย และยืนยันที่จะใช้เครื่องมือที่มีเต็มรูปแบบในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงระยะสั้นจากการระบาดของโควิด และยืนยันที่จะตรึงดอกเบี้ยต่ำแม้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับขึ้นเกิน 2% ในบางช่วงเวลา รมถึงพูดถึงการเพิ่มการถือครองหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่อยู่อาศัยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เป็นการส่งสัญญาณถึงการดำนเนินมาตรการผ่อนคลาย (QE) ในช่วงเวลาที่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องรอจนถึงต้นปี 2564 จะช่วยจำกัดความเสี่ยงทางลงให้กับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม

คงมุมมองบวกต่อตลาด แต่รระวังความผันผวนของหุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าหลังปรับขึ้นแรง SET Index ปรับลดลงต่ำสุด 1,187 จุด ซึ่งอยู่ในช่วง 1,180-1,200 จุด ที่เราประเมินเป็นจุดซื้อที่น่าสนใจ โดยกรอบแนวต้านรอบใหญ่ทางพื้นฐานอิง PER 17.5x อยู่ที่ 1,350-1,400 จุด อย่างไรก็ตามควรระวังความผันผวนระยะสั้นบริเวณแนวต้าน 1,270-1,280 จุด อีกทั้งระวังความผันผวนของหุ้นสหรัฐฯในสัปดาห์หน้าหลังจากปรับขึ้นแรงจนเริ่มเข้าสู่ภาวะซื้อมากไปในระยะสั้น และจากการเข้าใกล้แนวต้านสำคัญพร้อมกันทั้ง 3 ดัชนีหลัก อย่างไรก็ตามในเชิงกลยุทธ์ยังสามารถทยอยเลือกลงทุนโดยเน้นหุ้นใหญ่ที่ยังคงปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดโดยรวม (laggard)

ภาพรวมกลยุทธ์ เป็นบวก โดยคงมุมมองอยู่ในช่วงหมุนจากหุ้นกลาง-เล็ก เพื่อกลับเข้าหุ้นใหญ่ หลังประมาณการกำไรบจ.น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยมีแนวต้านระหว่างทางที่ 1,270-1,280 จุด// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร VNT*, AWC*, ADVANC*

แนวรับ 1,255 จุด / แนวต้าน : 1,270-1,280 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

เฟดคงดอกเบี้ยตามตลาด – ธนาคารกลางสหรัฐมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.00-0.25% ตามตลาดคาด โดยระบุกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังคงฟื้นตัวแต่ต่ำกว่าช่วงต้นปี ให้คำมั่นตรึงดอกเบี้ยต่ำนานจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะขึนสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% พร้อมคงวงเงิน QE ที่ $1.2 แสนล้าน/เดือน

สหรัฐลงดาบเวียดนามจัดเก็บภาษี CVD ยางรถยนต์กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีตอบโต้ (CVD) ต่อยางรถยนต์ที่นำเข้าจากเวียดนามในอัตรา 6.23-10.08% ขณะที่ เตรียมประกาศผลพิจารณาจัดเก็บภาษี AD อีก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทบ เวียดนาม เกาหลีใต้ ไต้หวัน วันที่ 29 ธ.ค. นี้

ตัวเลขเงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค.กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ต.ค. อยู่ที่ 102.23 หดตัว –0.50% yoy เฉลี่ย 10 เดือน หดตัว –0.94% ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน (Core CPI) อยู่ที่ 0.2.94 ขยายตัว +0.19% yoy

กกพ.หั่นค่า ft ลง 2.89 สต./หน่วย กกพ.มีมติปรับลดอัตราค่าไฟผันแปร (ft) เดือน ม.ค.-เม.ย.64 ลง 2.89 สตางค์/หน่วย มาที่ –15.32 สตางค์/หน่วย จากการเรียกเก็บในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค.63) ที่ –12.43 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลืออยู่ที่ราว 3.61 บาท/หน่วย

หุ้นใน SET50 ที่เคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาดนับจากต้นปี (YTD) มากสุด 25 อันดับ ได้แก่ TCAP, KBANK, EGCO, AWC, TMB, IRPC, BJC, DTAC, TOP, CPN, CRC, TRUE, KTB, GPSC, WHA, RATCH, SCB, BH, BDMS, IVL BTS, BBL, CPALL, GULF, MINT ประเมินหุ้นเหล่านี้มีโอกาสเป็นเป้าหมายของการซื้อ

ประเด็นติดตาม: 9 พ.ย. – China composite PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

  • วอลโว่ ผุด คลังอะไหล่ อาเซียน

  • ‘ลาซาด้า’ โหมแคมเปญ11.11 ชิงอีคอมเมิร์ซไตรมาสสี่

  • เปิดทำเนียบผู้นำโลกป่วยโควิด