‘ทองคำ’ จ่อพุ่ง 1,956 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหตุ ‘เลือกตั้งสหรัฐ’ ส่อวุ่นหันขายสินทรัพย์เสี่ยง

จับตา สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ในการ “เลือกตั้งสหรัฐ” หลังมีกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาชุมนุมประท้วงหลายเมือง หนุน ราคา “ทองคำ” ทดสอบแนวต้าน 1,953-1,956 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านอาจได้เห็นการตัวลงทดสอบแนวรับ1,929-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้(2-6 พ.ย.63)ปรับตัวขึ้น 65.13 จุด โดยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และปรับตัวขึ้นแรงในวันที่ 5 พ.ย.จากคาดหวังนายโจ ไบเดน จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดพุ่งถึง 41.88 จุด หรือ 3.43% ก่อนที่จะย่อตัวลงในวันศุกร์ปิดที่ 1,260.08 จุด ลดลง 4.24 จุด หรือ 0.34% มูลค่าซื้อขาย73,524.08 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 2,101.64 ล้านบาท บัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,172.35 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 548.85 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,478.15 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า (9-13 พ.ย.) ประเมินแนวรับที่1,245 จุดและ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่1,275 และ 1,300 จุดตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ ประเด็นทางการเมือง และผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 63 ของบจ.ของไทย ตลอดจนสถานการณ์หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. และจีดีพีไตรมาส 3/63ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทนั้น ก็แข็งค่าขึ้นผ่านแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากทิศทางการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคท่ามกลางแรงกดดันเงินดอลลาร์ฯ หลังมีการคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตอาจชนะการเลือกตั้งสหรัฐในครั้งนี้

นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนจากแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน (ตลอดสัปดาห์ซื้อสุทธิ 2.586 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 9 เดือนที่ 30.55 บาทต่อดอลลาร์ขณะที่ตลาดรอติดตามสัญญาณความไม่แน่นอนหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ และปัจจัยทางการเมืองในประเทศของไทยในวันศุกร์ (6 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.55 เทียบกับระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ต.ค.)

สำหรับสัปดาห์หน้า (9-13 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่30.40-30.80 บำทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณความไม่แน่นอนภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศของไทย

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค.จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. (เบื้องต้น) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนต.ค.ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตด้วยเช่นกัน

  • โครงการประกันรายได้เกษตรกร เช็ครายละเอียด 'ข้าว' – 'ยางพารา' รัฐบาลจัดงบให้ 6 หมื่นล้าน

  • วิธีตรวจสอบสถานะ 'สินเชื่อเสริมพลังฐานราก' จาก 'ออมสิน'

  • จับตา! ธนาคาร 'กรุงไทย' หลัง กฤษฎีกามีความเห็น ไม่เป็น 'รัฐวิสาหกิจ'

ส่วนความเคลื่อนไหวราคาทองคำวันศุกร์ ปิดที่ 1,946.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 28,200 บาทต่อบาททองคำ

ด้านวายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล ระบุ จากที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาชุมนุมประท้วงในหลายเมือง แม้ว่าการประท้วงยังไม่รุนแรง แต่ก็มีผู้ประท้วงบางราย ได้ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายโจ ไบเดน ประเด็นดังกล่าว สร้างแรงกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และสร้างแรงซื้อหนุนราคาทองคําไว้

ทั้งนี้ ราคาทองคําพยายามทดสอบแนวต้านโซน 1,953-1,956 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจับตาว่าจะผ่านได้หรือไม่ หากไม่ผ่านอาจได้เห็นการตัวลงทดสอบแนวรับ 1,929-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตามหากราคาสามารถผ่านขึ้ไปได้จะมีแนวต้านถัดไปเหนือโซน 1,977 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทั้งนี้ ยังคงเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงและแบ่งขายบางส่วนเมื่อราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่หากราคาผ่านแนวต้านได้สามารถถือต่อเพื่อรอขายที่แนวต้านถัดไป