ต่างชาติหวนคืนหุ้นไทย ดัชนีพุ่ง55จุด วอลุ่มทะลัก 1.6 แสนล.ขานรับวัคซีน

ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับข่าวดีวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ได้ผลถึง 90% ขณะที่ต่างชาติขนเงินกลับลงทุนหุ้นไทย ซื้อวันเดียวเฉียด 1.9 หมื่นล้านบาท หนุนดัชนีทะยาน 55 จุด วอลุ่มทะลัก 1.6 แสนล้านบาท ดันค่าเงินบาทแข็ง สวนทางราคาทองร่วงหนัก 97 ดอลลาร์

หลังจากไฟเซอร์ บริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐและไบโอเอ็นเทค พันธมิตรจากเยอรมนี ประกาศเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ย.) ตามเวลาสหรัฐว่า การทดลองทางคลินิกวัคซีนโควิด-19 ได้ผลถึง 90% ข่าวนี้ช่วยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกให้พุ่งต่อ หลังนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่นายโจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

วานนี้ (10 พ.ย.) ตลาดหุ้นฮ่องกงและมุมไบปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% สิงคโปร์ และ ตลาดหุ้นไทยบวกมากกว่า 4% จาการ์ตา 2% ตลาดหุ้นโตเกียว ซิดนีย์ โซล และเวลลิงตันก็ขึ้นกันถ้วนหน้า แรงสุดคือตลาดหุ้นมะนิลา ที่นักลงทุนได้ปัจจัยสัญญาณเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ปรับตัวดีขึ้นมาช่วยหนุนด้วย มีแต่ตลาดเซี่ยงไฮ้และไทเปเท่านั้นที่ปิดลบ ส่วนหุ้นยุโรปช่วงเปิดตลาด ทั้งลอนดอน ปารีสและแฟรงก์เฟิร์ต ขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์เช่นกัน

บริษัทที่โดดเด่นเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์เพราะโควิดมานานเกือบปี โดยเฉพาะสายการบิน วานนี้หุ้นเจแปนแอร์ไลน์ขึ้นกว่า 20% แควนตัสของออสเตรเลียขยับกว่า 8% คาเธ่ย์แปซิฟิกพุ่ง 13% เช่นเดียวกับสิงคโปร์แอร์ไลน์

ด้านดัชนีหุ้นไทยปิดวานนี้(10พ.ย.)ที่ระดับ 1,341.24 จุด เพิ่มขึ้น 55.36 จุด หรือ 4.31% มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 166,674.91 ล้านบาท ถือว่ามากสุดในรอบ 17 เดือน ดัชนีหุ้นปรับขึ้นแรงตอบรับพัฒนาการวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 18,958.37 ล้านบาท ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าที่ซื้อสุทธิ 2.4 พันล้านบาท ส่วนสถาบันซื้อ 3,090 ล้านบาท โบรกเกอร์ขาย 36 ล้านบาท และรายย่อยขาย 22,012 ล้านบาท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวขึ้นแรงซึ่งเป็นไปตามคาดหลังจากที่วัคซีนโควิดมีความคืบหน้า และสามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อได้สูงถึง 90% ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น

ไพบูลย์”คาดต่างชาติกลับมาแล้ว

สำหรับทิศทางเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากนี้คาดว่าจะกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยปีนี้ออกไปจำนวนกว่า 3 แสนล้านบาท เพราะก่อนหน้านี้ที่โควิด-19 ระบาดและยังไม่มีความคืบหน้าวัคซีนนั้น นักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นปลอดภัยจากโควิด แต่ประเทศไทยแทบไม่มีเลย

นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปีถึง 9พ.ย. ดัชนีหุ้นไทยยังคงปรับตัวลง 18.61% ซึ่งลดลงมากสุดในเอเชีย จึงทำให้น่าสนใจเข้ามาลงทุน แต่เม็ดเงินจะไหลเข้ามามากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่ปัจจัยการเมืองในประเทศ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า คาดเม็ดเงินต่างชาติจะไหลในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง หลังจากมีความชัดเจนการเลือกตั้งสหรัฐ ทำให้มีเงินไหลออกจากสหรัฐจากนโยบายของไบเดน ที่จะมีการขึ้นภาษีนิติบุคคล และมีความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้น ประกอบกับตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมากสุดในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงที่ผ่านมาขายสุทธิหุ้นไทยออกไปจำนวนมาก ดังนั้นจึงมองระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มจะไปทดสอบที่1,340 จุด

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากมีความชัดเจนการเลือกตั้งสหรัฐ และมีข่าวดีเรื่องวัคซีน ทำให้ในระยะสั้นคาดว่าเม็ดเงินต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทย จากตอบรับเชิงบวกปัจจัยดังกล่าว เพราะ วัคซีนยังอยู่ในช่วงเตรียมผลิต และเศรษฐกิจโลกยังไม่ได้ฟื้นตัวทันที ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป

ขณะที่ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 85,816 ล้านบาท กลุ่มบลจ. ซื้อสุทธิ 39,226 ล้านบาท บริษัทประกันภัย ซื้อสุทธิ 2,719 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 513 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 0.89% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน +0.02%

เชื่อทองลงช่วงสั้น

แรงซื้อที่เข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำถูกเทขายอย่างหนัก โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์คืนวันจันทร์ร่วงลงไปถึง 97.3 ดอลลาร์ หรือ 4.99% ปิดที่ 1,854.4 ดอลลาร์/ออนซ์ ก่อนจะรีบาวด์เล็กๆวานนี้มาเคลื่อนไหวที่ 1,875 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.60 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองในประเทศไทย ปรับตัววันเดียว 10 ครั้ง ลดลงไป 1,150 บาท โดยทองคำแท่งซื้อที่ 27,050 บาท และ ขายออก 27,150 บาท

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนระยะสั้น หลังราคาทองวานนี้ปรับลดลงค่อนข้างมาก แต่เชื่อว่าการที่ราคาปรับตัวลงมาเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำเข้าพอร์ตลงทุน สามารถค่อยๆ ทยอยสะสมได้ โดยมองว่าแม้จะมีวัคซีนแต่การฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี ดังนั้น ธนาคารกลางทั่วโลกจึงมีแนวโน้มคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี ข้างหน้าหากเศรษฐกิจยังคงไม่แข็งแกร่ง ตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำในระยะยาวทองคำจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ดี

นอกจากนี้ ราคาทองคำก็ยังมีปัจจัยบวกจากประเด็นที่ โจ ไบเดน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โดยจะเห็นว่าในช่วงที่ทราบผลการเลือกตั้งช่วงแรกทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแกว่งตัวไปในทิศทางขาขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่คาดว่าหากโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งจะส่งผลเชิงบวกต่อตลาดทองคำ ถึงแม้ไบเดนจะมีมาตรการระหว่างประเทศที่ประนีประนอมมากขึ้น แต่เนื่องจากไบเดนมีนโยบายอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปริมาณมาก ก็ทำให้ดอลลาร์มีทิศทางเป็นขาลงในระยะยาว ซึ่งจะช่วยหนุนราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาวเช่นกัน

บาทแข็งแตะ 30.44 บาทต่อดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 30.44 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 30.55 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากมีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดหุ้น สวนทางกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.39-30.58 บาท/ดอลลาร์

“บาทแข็งค่าสวนทางกับภูมิภาค เนื่องจากมี flow ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น” นักบริหารเงิน กล่าว

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 พร้อมวิธีใช้เงินผ่าน 'เป๋าตัง' เช็คขั้นตอนที่นี่!

  • เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 วันนี้ โค้งสุดท้าย 2.3 ล้านสิทธิ์ ใช้ 'เป๋าตัง'

  • 'คนละครึ่ง' ลงทะเบียนรอบ 2 เว็บไม่ล่ม แต่ทำไม่สำเร็จ

เศรษฐกิจรับปัจจัยบวก

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง โอกาสของไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น แต่ไทยต้องเปิดกว้างโดยเฉพาะความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) จะเร่งตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

“แนวโน้มสหรัฐจะกลับเข้ามาร่วมในเวทีการค้านี้แน่นอน ส่วนการเข้าร่วมของเราไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากเพราะเรามีทวิภาคีกับประเทศสมาชิกหลายประเทศในกลุ่มนี้อยู่แล้ว”

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยต้องถือว่าประคองไว้ได้ดี ไม่ตกต่ำแบบที่มีผู้คาดการณ์ไว้ โดยเสถียรภาพทางการเงินยังดี เสถียรภาพทางการธนาคารดีอยู่มาก โดยในปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 4-5% โดยต้องเน้นเร่งรัดการลงทุนที่มีปัจจัยบวกเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐและความคืบหน้าในการคิดค้นวัคซีน

จี้เอกชนลงทุนรับจีดีพีฟื้น

ทั้งนี้ ภาคเอกชนต้องเร่งรัดการลงทุนเพื่อรอเศรษฐกิจฟื้น โดยจะพบเอกชนเพื่อชักชวนให้ลงทุนมากขึ้น เพราะเอกชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะมีมาตรการชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศเข้าเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และพื้นที่อื่น โดยมั่นใจว่าหากเดินหน้าชักจูงการลงทุนจริงจังในบริษัทเป้าหมายจะลงทุนมากขึ้นในปี 2565

“ปลายปีจะมีเทศกาลอะไรที่เป็นการเฉลิมฉลองให้ประชาชนมีความสุข เตรียมเปิดประเทศให้ต่างชาติเห็นว่าเรายังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก กลางปีหน้าจะเห็นอะไรที่ดีกว่านี้ เมื่อเราผ่านพ้นไปได้แล้ว เราก็จะเห็นว่าเรามีส่วนที่ช่วยอะไรประเทศบ้าง”

ลุ้นวัคซีนปีนี้ 50 ล้านโดส

นายอัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานไฟเซอร์ แถลงว่า บริษัทเข้าสู่ก้าวย่างสำคัญในการจัดหาสิ่งที่คนทั้งโลกรอคอยเพื่อแก้ไขวิกฤติสุขภาพโลกได้มากขึ้นทุกทีแล้ว วัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนทางเลือก 1 ใน 40 กว่าตัว แต่ไม่มีตัวไหนอ้างประสิทธิภาพได้ทัดเทียม ซึ่งน่าจะได้รับอนุมัติใช้ในสหรัฐได้ในเดือนนี้ และปีนี้อาจจัดหาให้ทั่วโลกได้ถึง 50 ล้านโดส แล้วเพิ่มเป็น 1.3 พันล้านโดสในปีหน้า

ขณะที่แวดวงวิทยาศาสตร์พากันตอบรับข่าวนี้เช่นกัน นายแอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้ออันดับ 1 ของสหรัฐ ที่ปรึกษาทำเนียบขาวกล่าวว่า ผลที่ได้ “สุดพิเศษ” ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์หวังประสิทธิภาพวัคซีนทดลองที่ 75% เท่านั้น แม้แต่นายเฟาซีก็เคยบอกว่า ได้ผลแค่ 50-60% ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว แต่วัคซีนไฟเซอร์ได้ผลถึง 90%

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ยกย่องข่าวนี้ว่าเป็นกำลังใจ หลังจากที่เขาเคยเตือนก่อนหน้านี้ไม่นานว่า “โลกอาจจะเหน็ดเหนื่อยกับโควิด-19 แต่พวกเราไม่เหนื่อย” อย่างไรก็ตาม หลายคนเตือนว่า ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องอายุคนที่ร่วมทดลอง

“ถ้าวัคซีนลดโรคร้ายและการเสียชีวิต ทำให้ประชากรจำนวนมากกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ ก็ต้องใช้ได้ผลในกลุ่มคนที่อายุมากกว่าและผู้สูงวัยในสังคมเราด้วย” นางเอลีเนอร์ ริลีย์ อาจารย์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยาและโรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยเอดินบะระให้ความเห็น

“ทรัมป์”โวยเปิดข้อมูลหลังเลือกตั้ง

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนแรกๆ ที่มีปฏิกิริยากับข่าววัคซีนไฟเซอร์ ทวีตข้อความ “ตลาดหุ้นขึ้นใหญ่เลย จะได้วัคซีนแล้ว รายงานได้ผล 90% ข่าวดีมากๆ” ต่อมาทรัมป์ทวีตว่า ข่าวเรื่องการพัฒนาวัคซีนถูกชะลอไว้จนกระทั่งเขาเสียหายจากการเลือกตั้งแล้ว

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันพากันเลือกไบเดน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัมป์คุมโควิดไม่ได้ แถมยังไม่ยอมให้ใช้มาตรการเข้มงวด ไม่สวมหน้ากากในที่สาธารณะ และโจมตีผู้เชี่ยวชาญในทำเนียบขาวอย่างเฟาซีหลายครั้ง

ขณะที่ไบเดน ประกาศตั้งคณะทำงานโควิด-19 ของตนเรียบร้อยแล้ว ในช่วงที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อเกิน 10 ล้านคน เสียชีวิตเกือบ 238,000 คน

ในวันเดียวกันนั้นสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นเช่นกัน อนุมัติให้ใช้แอนติบอดีสังเคราะห์ “แบมลานิวิแมบ”ของอีไลลิลลี่ (Eli Lilly) บริษัทยาสหรัฐได้แบบฉุกเฉิน เนื่องจากผลการทดลองชี้ว่าแบมลานิวิแมบลดความเสี่ยงเข้าโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉินได้ ถือเป็นยารักษาโควิด-19 ตัวแรกที่ผ่านการอนุมัติ

ไทยหารือไฟเซอร์พ.ย.นี้

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยมีการวิจัยวัคซีนชนิด mRNA รูปแบบเดียวกับของบริษัทไฟเซอร์ฯเช่นกัน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเตรียมที่จะมีการวิจัยในมนุษย์ราวเดือนม.ค.-ก.พ. 2564 นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.นี้ ไทยจะมีการหารือกับบริษัทไฟเซอร์ฯเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกของวัคซีนนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้ชัดเจนมากขึ้น

พญ.สุชาดา เจียมศิริ ผู้อำนวยการกองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กลุ่มแรกที่จะได้รับ คือ บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง โดยจะนำข้อมูลจากต่างประเทศมาประกอบ คาดว่าทั้งหมดจะชัดเจนภายในสิ้นเดือน ธ.ค. จากนั้นจึงจะเสนอต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณาต่อไป