ติดตามผลลงคะแนนของรัฐก้ำกึ่ง (swing states) ซึ่งน่าจะทราบผลก่อน 10.00 น.

ชัยชนะอาจตัดสินกันก่อน 10.00 น.

การเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐฯ เริ่มต้นนับคะแนนประมาณ 6.00 น. ของไทย โดยจะเริ่มจากรัฐที่อยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศ ไปจรดด้านตะวันตกซึ่งโดยมากเราจะทราบผลการเลือกตั้งเบื้องต้นในช่วงเย็น อย่างไรก็ตามจากการเปิดให้ผลคะแนนล่วงหน้าและมีผู้มาใช้สิทธิ์สูงกว่า 70% ของผู้มาเลือกตั้ง ทำให้เราคาดว่าผลการเลือกตั้งในรัฐฐานเสียงหลักจะไม่เปลี่ยนแปลงจากผลโพลมากนัก และปัจจัยชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งนี้จะอยู่ที่ผลการลงคะแนนของรัฐที่มีผลคะแนนก้ำกึ่ง (swing states) 4 รัฐ ได้แก่ นอร์ธคาโรไลนา (15), โอไฮโอ (18), จอร์เจีย (16) และฟลอริดา (29) ซึ่งหากไบเดนชนะใน 1-2 รัฐเหล่านี้ การเลือกตั้งอาจจบลงภายใน 10.00 น. แต่หากทรัมป์ชนะในรัฐก้ำกึ่งทั้งหมด ผลการเลือกตั้งอาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงเย็น

คาดตลาดหุ้นโลกตอบรับบวกหากผลลงคะแนนชี้ไปทางไบเดน ประธานาธิปดีทรัมป์เป็นผู้มีความสามารถ แต่บุคลิกของความก้าวร้าวและคาดเดาได้ยาก อีกทั้งความเป็นนักต่อรอง ได้สร้างให้เกิดความผันผวนกับตลาดเงินตลาดทุนตลอดระยะเวลาที่เข้ารับตำแหน่ง ดังนั้นหากเกิดการแปลี่ยนตัวประธานาธิปดี คาดตลาดโลกจะตอบรับเชิงบวกจาก 1) ความผันผวนที่ลดลง 2) นโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่มีแนวโน้มประนีประนอมกับประเทศต่างๆมากขึ้น (แต่อาจยังแข็งกร้าวกับจีน) 3) มีโอกาสเห็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซูเอล่าและอิหร่าน ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อกำลังการผลิต และทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ (บวกต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำมันและพลังงาน อาทิ GULF, BGRIM, BGC และอาจรวมถึง TASCO)

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญระยะสั้นหลังจากนี้จะมาจากธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยนักลงทุนมีแนวโน้มระวังความเสี่ยงและคาดหวังให้เฟดมีมาตรการระยะสั้น หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบโควิดที่ไม่สามารถออกมาก่อนการเลือกตั้งประธานาธิปดีและอาจต้องรอจนหลังการเข้ารับสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิปดี 20 ม.ค. อย่างไรก็ตามประเมินความเสี่ยงและความผันผวนดังกล่าวมีผลจำกัดต่อตลาดเอเชีย ขณะที่ยืนยันมุมมองบวกระยะกลางต่อตลาด เนื่องจากประมาณการกำไรบจ.ใน SET Index ที่ทยอยปรับขึ้น จะทำให้เกิดการหมุนกลุ่มจากหุ้นกลาง-เล็ก ไปยังหุ้นใหญ่

หุ้นใน SET50 ที่เคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาดนับจากต้นปี (YTD) มากสุด 20 อันดับ ได้แก่ MINT, TMB, TOP, EGCO, KBANK, BANPU, AWC, TCAP, KTB, SCB, IRPC, DTAC, TRUE, GPSC, CPN, WHA, BH, BBL, IVL, PTTEP, BDMS ประเมินหุ้นเหล่านี้มีโอกาสเป็นเป้าหมายของการซื้อ

ภาพรวมกลยุทธ์ เป็นบวกแม้อาจผันผวนจากแรงขายทำกำไรหุ้นกลาง-เล็ก เพื่อตรียมกลับเข้าหุ้นใหญ่ หลังเริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบจ.ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ความผันผวนในช่วงสั้นเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร CPF*, AWC*, CPN*

แนวรับ 1,215 จุด / แนวต้าน : 1,233 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกร ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้สวนยาง นาข้าว ช่วยเหลือเกษตรกร วงเงิน 6.19 หมื่นล้านบาท

สรท.ปรับคาดการณ์ตัวเลขส่งออก สรท.ปรับคาดการณ์ตัวเลขส่งออกปี 63 ขึ้นมาเป็น -7% จากคาดการณ์เดิมที่ -8% หลังประเมินสถานการณ์ส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐสูงสุดในรอบ 5 เดือน ที่ระดับ 0.9% ก่อนรู้ผลการเลือกตั้งสหรัฐ หลังตลาดคาดการณ์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ที่จะเข้ามาในช่วงต้นปีหน้า

Ant Group ยกเลิก IPO – Ant Group เลื่อน IPO ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง แจ้งอาจไม่ผ่านเงื่อนไขบางอย่าง

Contested Election – Republican เตรียมเดินหน้ายื่นฟ้องให้มีการตรวจสอบการนับคะแนนของรัฐที่รวมคะแนนจากบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่มีถึงจุดนับคะแนนหลังปิดคูหาเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น swing states อย่าง Pennsylvania และ North Carolina

ประเด็นติดตาม: 4 พ.ย. – EU economic forecast, 5 พ.ย. – FOMC meeting / BOE meeting, 9 พ.ย. – China composite PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)