คาดผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงตัวประธานาธิบดี

ให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เข้าสู่วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐฯ 3 พ.ย. พบว่าคะแนนเสียงของไบเดนอยู่ที่ 290, ทรัมป์ 163 และจากรัฐที่ยังไม่แน่นอน (swing state) อีก 85 คะแนน ซึ่งจะเห็นว่าผู้ท้าชิง (โจ ไบเดน) มีแนวโน้มได้รับคะแนนเกิน 270 จาก 538 คะแนน มีโอกาสได้ชนะการเลือกตั้งสูงมาก ขณะที่ประธานษธิปดีทรัมป์นอกจากต้องชนะในรัฐที่ไม่แน่นอนให้ทั้งหมดแล้ว ยังต้องเปลี่ยนใจรัฐที่เลือกไบเดนให้กลับมาเลือกตนเอง ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว 91.6 ล้านราย คิดเป็นราว 67% ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งหมด ดังนั้นเราให้ความน่าจะเป็นกับผลลัพธ์ที่สหรัฐฯ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงประธานาธิปดี

การล็อคดาวน์ระลอกสองอาจเกิดขึ้นในหสรัฐฯ สถานการณ์ระบาดของโควิดระลอกสองและสาม ของประเทศในยุโรปทำให้มีการทยอยประกาศมาตรการเข้มข้นขึ้นในการปิดเมือง (lock down) อาทิ ฝรั่งเศส (20 ตค-1 ธค 63), อิตาลี (26 ตค-24 พย 63), เยอรมัน (2 พย -30 พย 63), เบลเยี่ยม (2 พย –  1 ธค 63), อังกฤษ (5 พย -2ธค 63) ถึงแม้สหรัฐฯจะเปิดเมืองด้วยเหคุผลทางด้านเศรษฐกิจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นความจำเป็นด้านการเมืองเนื่องจากใกล้เลือกตั้งประธานาธิปดี ซึ่งเรามองว่าด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เร่งตัวในระดับ 1 แสนรายต่อวัน ทำให้หลังการเลือกตั้ง อาจมีมาตรการปิดเมืองตามมา อย่างไรก็ตามประเมินเอเชียจะกระทบในระดับที่ต่ำกว่า และจะเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสได้รับผลดีจากการฟื้นตัวในระลอกถัดไป

อยู่ในช่วงรอยต่อจากการหมุนจากหุ้นกลาง-เล็ก ไปยังหุ้นใหญ่ ช่วงที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าหุ้นใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มกำไรที่ดีกว่า อีกทั้งนักลงทุนต้องการหลีกเลี่ยงแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ของนักลงทุนต่างชาติและสถาบัน จึงหลบเข้าลงทุนหุ้นกลาง-เล็ก อย่างไรก็ตามภาพของประมาณการกำไร SET Index ที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุด มีแนวโน้มจะทำให้เกิดการหมุนกลุ่ม (rotation) และขายทำกำไร (profit taking) ออกจากหุ้นกลาง-เล็ก กลับไปยังหุ้นขนาดใหญ่ คาดหุ้นที่ได้ผลดีจากสถานการณ์โควิด ยังมีโมเมนตัมการเก็งกำไรเป็นบวกในระยะสั้น ได้แก่ STA, STGT, DELTA, SINGER, VNT, COM7 อย่างไรก็ตามควรเริ่มระวังแรงทำกำไรในหุ้นกลาง-เล็กทั่วไป ทั้งนี้การอ่อนตัวลงของ SET Index เรามองเป็นโอกาสซื้อและทยอยสะสมหุ้นขนาดใหญ่ที่ลงมาลึก มีโอกาสฟื้นตัว อาทิ BBL, KBANK, CPF, TU, PTTGC, PTT, SPALI และหุ้นที่มีกระแสเงินสดหรือผลประกอบการมั่นคง อาทิ ADVANC, WHAUP, SUPER, SSP, TIP เป็นต้น

ภาพรวมกลยุทธ์ คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด รวมถึงอาจซึมลงจากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอก ประเมิน downside ที่ 1180 จุด โดยยังระวังการกระชากขึ้นลงเพื่อขายทำกำไรหุ้นกลางเล็ก เพื่อเตรียมกลับเข้าหุ้นใหญ่ หลังเริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบจ.ผ่านจุดต่ำสุด // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร STA*, WHAUP*, VNT*

แนวรับ 1,180 จุด / แนวต้าน : 1,208-1,215 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐตัดสิทธิฯ GSP สินค้าไทย 231 รายการ มีผลบังคับใช้ 30 ธ.ค.63 เหตุไทยไม่เปิดตลาดสินค้าสุกร อย่างไรก็ตาม นักวิชาการชี้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก แนะ ธปท.ทบทวนนโยบายหลังเกิดวิกฤตการเมือง

แกนนำสว.เผยคองเกรสจะพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้นปีหน้า มิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ เผยว่า สภาคองเกราสจะพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต้นปีหน้า

เศรษฐกิจยูโรโซนโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยูโรสแตท รายงานตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 12.7% ในไตรมาส 3/63 ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 9.4% หลังหดตัว 11.8% ในไตรมาส 2/63

เศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย.โตดีขึ้น หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาโตที่ระดับเกือบปกติในหลายภาคส่วนประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ มองไตรมาส 3/63 ฟื้น แต่ห่วงสถานการณ์ประท้วงฉุดการบริโภคปลายปี

ประเด็นติดตาม: 2 พ.ย. – China Caixin Manufacturing PMI เดือน ต.ค./ EU Manufacturing PMI เดือน ต.ค./ US Manufacturing PMI เดือน ต.ค.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

  • เผยภาพมุมสูง ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ครั้งประวัติศาสตร์

  • เบื้องหลัง “เสี่ย” เคลียร์ทาง 3 แกนนำเข้า รพ.พระราม9

  • ประกาศ 'กรมอุตุนิยมวิทยา' ฉบับที่ 1 พายุโซนร้อน 'โคนี' ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง