คาดตลาดเคลื่อนไหวกรอบแคบ แต่โมเมนตัมการเก็งกำไรช่วงสั้นยังเป็นบวก

ราคาน้ำมันดิบกังวลความขัดแย้งใครใหม่จีน-สหรัฐฯ

ขณะที่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ทางรัฐบาลจีนยังคงยืนยันการเดินหน้ากฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่มุ่มเน้นแก้ไขสถานการณ์ในฮ่องกง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดต่างๆปรับลดลงราว 2-3% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกง เปิดการซื้อขายในแดนลบ สะท้อนความกังวลดังกล่าวและสถานการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมที่เพิ่มขึ้นจากความไม่พอใจร่างกฎหมายดังกล่าว

รัฐบาลพิจารณาต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 28 พ.ค. ซึ่งคาดจะยืนยันการใช้พ.ร.ก.ฯ ไปจนถึงสิ้นมิ.ย. อย่างไรก็ตามอาจมีปัจจัยบวกต่อจิตวิทยา หาก 1) มีการลดระยะเวลาห้ามออกนอกเคหะสถาน 2) การเพิ่มการผ่อนคลายเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ การอนุญาตให้จัดกิจกรรมการตลาด งานเลี้ยง งานแต่งงาน, การเปิดโรงเรียนกวดวิชา, การเปิดสวนสนุก เป็นต้น

กลุ่มสื่อสาร – กสทช.เตรียมพิจารณาขยายเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมประจำปี ไม่กระทบต่องบกำไรคาดทุน แต่ช่วยลดภาระในการบริหารกระแสเงินสด เป็นบวกในเชิงจิตวิทยาต่อผู้เล่นที่ดกระแสเงินสดไม่แข็งแกร่งมากนัก อย่าง TRUE และ DTAC

กลุ่มอาหาร – การส่งออกเม.ย. กลุ่มอาหารมีทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับการส่งออกโดยรวม ขณะที่ค่าเงินบาทไทยมีความเสี่ยงจากการแข็งค่าจำกัด เพราะข้อจำกัดจากรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป ทำให้เงินบาทน่าจะทรงตัว-อ่อนค่า เป็นบวกต่อ CPF, TU, GFPT

เลือกเก็งกำไรรายตัว โดยประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ 1) กลุ่มที่มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 ดี ได้แก่ IVL, SCC, STA, TIP, VRANDA 2) หุ้นกำไรมั่นคง (defensive) GPSC, BCPG, RATCH, BCH, CHG, SSP, SUPER 3) กลุ่มประกันภัย TIP และ THRE 4) กลุ่มการเงินที่ยังไม่แพง BFIT, AMANAH 5)หุ้นเข้า MSCI ได้แก่ AWC, BAM, KTC โดยการเก็งกำไรในกรอบ 1300-1400 จุด ควรคุมความเสี่ยงด้วยการตั้งขาดทุนทุกครั้ง

ภาพรวมกลยุทธ์ คาด SET Index สร้างฐานบริเวณ 1280-1320 จุด แม้ระดับปัจจุบันจะซื้อขายด้วย Valuation ปี 2563 ที่ดูตึงตัว แต่ด้วยสภาพคล่องในระบบที่สูงมากและมีอัพไซด์เมื่อมองไปยัง Valuation ปี 2564 ทำให้ตลาดยังมีโอกาสไซด์เวย์ขึ้นในระยะสั้นหากไม่มีปัจจัยลบที่ชัดเจนเข้ามา  // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร  CPF*, BFIT*, AEONTS*

แนวรับ 1,280-1,295 / แนวต้าน : 1,320-1,328 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐฯ กดดัน 4 สายการบินจีน เปิดน่านฟ้า – สหรัฐฯ โน้มน้าว 4 สายการบินจีน (แอร์ไชน่า, ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ คอร์ป, ไชน่า เซาเธิร์น แอร์ไลน์ และไห่หนาน แอร์ไลน์ โฮลดิง) ยื่นตารางบินและรายละเอียดเที่ยวบินเข้าออกสหรัฐฯ ภายในวันที่ 27 พ.ค. หวังกดดันให้จีนอนุญาตสายการบินสหรัฐเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินเข้าออกจีนอีกครั้ง

จีนย้ำจุดยืนไม่แทรกแซงเศรษฐกิจ แม้สหรัฐฯขู่ให้ซื้อสินค้ามากขึ้น – สีจิ้นผิง ย้ำเศรษฐกิจจีนต้องโตตามธรรมชาติและเป็นไปตามกลไกโดยรัฐบาลจะไม่เข้าแทรกแซงระบบเศรษฐกิจ แม้ว่าทางสหรัฐฯจะกดดันให้จีนเร่งกระตุ้นการซื้อสินค้ามากขึ้น

ส่งออกไทยเดือน เม.ย.โตสวนคาดการณ์ – สนค.เผยส่งออกไทยเดือน เม.ย.63 ขยายตัว 2.12% จากตลาดคาดหดตัว -4.6 ถึง -3% ขณที่ การนำเข้าหดตัว -17.13% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลที่ $2.46 พันล้านเหรียญฯ จากสินค้าเกษตร อาหาร และทองคำ พุ่ง

คลังจี้ PTT AOT ควักกำไรสะสมมาจ่าย – คลังสั่งรัฐวิสาหกิจนำส่งแผนธุรกิจใหม่ด่วนภายในเดือน มิ.ย.นี้ หลังโดนผลกระทบ Covid-19 ระบุชัดต้องส่งรายได้ใกล้เคียงเป้ามากที่สุด โดยเฉพาะ PTT และ AOT ที่แม้ผลประกอบการชะลอตัวแต่สามารถนำกำไรสะสมมาจ่ายได้

THAI กระทรวงการคลังจำหน่ายหุ้นการบินไทย 3.17% ทำให้คงเหลือหุ้น 47.8628% และบริษัทพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ

 

ประเด็นติดตาม: 26 พ.ค. – US consumer confidence, 27 พ.ค. – TH Industrial production, 28 พ.ค. – US GDP 1Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

  • ค้านสร้าง 'อาคารสูง' 43 ชั้น ซอยสุขุมวิท 61 หวั่นทำลาย 'สิ่งแวดล้อม'

  • "ICT" sector (25 พ.ค.63)

  • 'ประยุทธ์' เจ็บคอไม่มีเสียง ปัดตอบ 2 ปมร้อน ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-บิ๊กป้อมขึ้นหัวหน้า พปชร.