‘กยศ.’ ยัน มีเงินพอให้ ‘กู้’ แน่นอน โค้งสุดท้ายรีบยื่น ก่อนปิดรับ 30 ก.ย.

กยศ.ปรับวงเงินกู้ยืมจากเดิม 34,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 37,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันมีเงินจ่ายพอจ่ายแน่นอน เพราะเป็นกองทุนหมุนเวียน ไม่ได้ของบประมาณแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (11 ก.ย.)​ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยถึงการขยายกรอบวงเงินให้กู้ยืมปีการศึกษา 2563 จากเดิม 34,000 ล้านบาท เป็น 37,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสแก่นักเรียน นักศึกษาและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่า มีเงินเพียงพอให้ทุกคนได้กู้ยืมอย่างแน่นอน โดยยื่นขอกู้ยืมได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 นี้

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้มีมติอนุมัติกรอบการให้กู้ยืมปีการศึกษา 2563 จากเดิมที่กองทุนได้กำหนดกรอบการให้กู้ยืม 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 37,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้กู้ยืมจำนวนกว่า 650,000 ราย เนื่องจากขณะนี้มีผู้กู้ยืมรายใหม่ยื่นคำขอกู้ยืมมากกว่ากรอบการให้กู้ยืมที่เคยตั้งไว้เป็นจำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

  • 'กยศ.' เปิดบริการกู้ยืมออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชัน 'กยศ. Connect' เช็ควิธีใช้งานที่นี่
  • เบี้ยวหนี้ ‘กยศ.’ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
  • 3 วิธี วางแผนจ่ายหนี้ 'กยศ.' ให้หมดไว ไม่เสียประวัติ

อีกทั้งกองทุนได้มีการปรับคุณสมบัติเฉพาะรายได้ต่อครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี เป็นไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี รวมถึงมีครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)

พร้อมกันนี้ กองทุนยังได้มีการปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกรายละ 600 บาท/เดือน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิม 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท/เดือน ส่วนระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี จากเดิม 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท/เดือน  

159987503654

โดยการขยายกรอบการให้กู้ยืมดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาเพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับผู้กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่ทุกคนที่มีคุณสมบัติครบตามที่กองทุนกำหนดได้กู้ยืมเรียนโดยไม่มีโควตาของแต่ละสถานศึกษาอย่างแน่นอน

สำหรับกรณีที่ผู้กู้ยืมในกลุ่มสังคมออนไลน์ได้แชร์ข้อความว่า ยังไม่ได้รับเงินโอนค่าครองชีพเป็นเดือนที่ 2 และเกรงว่ากองทุนจะไม่มีเงินเพียงพอให้กู้ยืมนั้น กองทุนขอชี้แจงว่า  กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียนที่ไม่ได้ขอรับงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา และขอยืนยันว่าปัจจุบันกองทุนมีเงินเพียงพอให้กับผู้กู้ยืมทุกคน 

ทั้งนี้ กองทุนขอชี้แจงเงื่อนไขในการโอนเงินการค่าครองชีพว่า หากสถานศึกษาทำการตรวจสอบเอกสารและยืนยันข้อมูลแบบลงทะเบียนผู้กู้ยืมในระบบ e-Studentloan เรียบร้อยแล้ว กองทุนจะโอนเงินค่าครองชีพในเดือนแรกเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และเมื่อสถานศึกษาจัดส่งเอกสารการกู้ยืมที่ถูกต้องและครบถ้วนแล้วกองทุนจะทำการโอนเงินค่าครองชีพของผู้กู้ยืมในเดือนที่ 2 เป็นต้นไป

  • 5 ข้อต้องรู้ สำหรับมือใหม่หัดออม 'ศิลป์'

  • เคาะแล้ว! ผบช.ไซเบอร์ ส่วนตำแหน่งอื่นรอพิจารณา

  • จุดพลุ! 'ญี่ปุ่น-อังกฤษ' บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีแล้ววันนี้

ด้านความคืบหน้าการกู้ยืมปีการศึกษา 2563 จากการที่กองทุนได้เปิดระบบการกู้ยืม e-Studentloan ให้นักเรียน นักศึกษาดำเนินการยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ยื่นขอกู้ยืมแล้วจำนวนกว่า 610,000 ราย โดยกองทุนได้ขยายเวลาในการยื่นแบบคำขอกู้ยืมเงินไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th หรือสอบถามได้ที่ กยศ. Call Center 0 2610 4888 หรือ Line บัญชีทางการ กยศ.” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด